HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 18 กันยายน 2569

Business Today Thai Politics 18 กันยายน 2569



นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร

ทำเนียบ วันนี้ (18 ก.ย.) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (100 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตลอดจนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภายในทำเนียบรัฐบาล รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี

ในการนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยนายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูป จากนั้นพระสงฆ์ให้ศีล และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์

- Advertisement -

โอกาสนี้ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา และนำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระกุศลเป็นเวลา 47 วินาที จากนั้นพระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ และทอดผ้าไตรบังสุกุล จำนวน 10 ไตร ก่อนนายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูป



“ศุภจี” เร่งทำการบ้านปิดดีลภาษีสหรัฐฯ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ว่า ขณะนี้ยังมีรายละเอียดเล็กน้อยที่ไทยและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ต้องหารือเพิ่มเติม

ในวันพรุ่งนี้ นางศุภจีมีกำหนดเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งจะมีโอกาสหารือเพิ่มเติมกับนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะสามารถพูดคุยรายละเอียดให้เรียบร้อยได้

ส่วนการต่อสายหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อปิดดีลภาษีนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการนัดหมายอย่างเป็นทางการ

นางศุภจีระบุว่า ยังมีรายละเอียดด้านลายลักษณ์อักษรบางส่วนที่ต้องตกลงกันเพิ่มเติม และเมื่อขั้นตอนดังกล่าวเสร็จสิ้น ก็ควรจะมีการหารือในระดับผู้นำต่อไป

สำหรับกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะขอให้สหรัฐฯ พิจารณาอัตราภาษีพิเศษให้ไทย จากการปฏิบัติตามข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับไทยและกัมพูชา นางศุภจีกล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะต้องหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยตรง ส่วนหน้าที่ของตนคือเร่งจัดการรายละเอียดการเจรจาให้เรียบร้อยก่อน



“สีหศักดิ์” ยัน สหรัฐฯ จ่อแบล็คลิสต์ “วรภัค” ไม่กระทบเชื่อมั่นไทย

วันที่ 18 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เสนอให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สอบสวนเพื่อพิจารณามาตรการคว่ำบาตรบุคคล 28 คน และ 2 บริษัท ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยในรายชื่อดังกล่าวมีนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมอยู่ด้วย

เมื่อถามว่าจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ระบุว่า “ไม่กระทบ เพราะเป็นเรื่องของบุคคล”

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาขบวนการสแกมออนไลน์ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว และถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล

เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศรู้สึกอึดอัดที่จะต้องชี้แจงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายสีหศักดิ์ตอบว่า “ไม่ ไม่มีหรอกครับ”



เปิด“ไฮไลต์ภารกิจ 3 ประเทศ” นายกฯ ร่วมประชุม UNGA81

ทำเนียบ วันนี้ (18 ก.ย.) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจสำคัญของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมเดินทางเยือนญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร

การเดินทางครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้ไทยแสดงจุดยืนต่อประชาคมโลก พร้อมพบหารือกับผู้นำประเทศ ภาคีต่างประเทศ ภาคเอกชน นักลงทุน และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มโอกาสการลงทุนในประเทศไทย โดยมีผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมคณะด้วย

ในการประชุม UNGA81 นายกรัฐมนตรีจะนำเสนอบทบาทของไทยในฐานะประเทศขนาดกลางและขนาดเล็ก พร้อมย้ำบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงมีกำหนดพบผู้นำภูฏาน อาร์เมเนีย บังกลาเทศ และเลขาธิการสหประชาชาติ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบหารือกับผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) พร้อมเยี่ยมชมและลั่นระฆังเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์

สำหรับการเยือนญี่ปุ่น จะพบหารือกับหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ของ “ทีมประเทศไทย” ขณะที่การเยือนสหราชอาณาจักร จะพบสถาบันการเงินชั้นนำ เพื่อขยายโอกาสด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และส่งเสริมตลาดทุนไทย

นายกรัฐมนตรียังได้รับเชิญให้เยี่ยมชมและหารือกับผู้บริหาร Google เพื่อนำเสนอศักยภาพของไทยและสิทธิประโยชน์สำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมร่วมภารกิจ

ด้านนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า จะใช้โอกาสนี้จัดกิจกรรมให้นายกรัฐมนตรีพบปะนักลงทุนและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ทั้งในนครนิวยอร์กและกรุงลอนดอน อาทิ Bank of America, Jefferies Group และ UBS เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย



“ผบ.กร.” แจงปัญหา “เรือหลวงภูมิพลฯ”ตั้ง คกก.สอบ

วันที่ 18 ก.ย. 2569 ในงานแถลงความคืบหน้าการดำเนินโครงการจัดหาเรือฟริเกต ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ โดยมี พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธาน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจและสื่อมวลชนซักถามข้อสงสัยต่าง ๆ

ช่วงหนึ่ง ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ตั้งคำถามถึง Offset Policy ที่กองทัพเรือต้องการมากกว่าร้อยละ 20 และเหตุผลในการคัดเลือกบริษัทผู้ชนะการประมูล

พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ชี้แจงว่า กองทัพเรือเคยสอบถามอู่ต่อเรือในประเทศไทยถึงความสามารถในการต่อเรือ 100% แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ขณะที่ข้อเสนอของบริษัทต้องมีความชัดเจนด้านเม็ดเงินที่จะนำมาพัฒนาอู่ต่อเรือในประเทศให้สอดคล้องกับสัดส่วนการต่อเรือในไทย จึงทำให้บริษัทอื่นไม่ผ่านเกณฑ์

ส่วนกรณีปัญหาเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ทั้งเครื่องยนต์และระบบปืนฟาลังซ์ (Phalanx CIWS) ที่เกิดข้อขัดข้อง พล.ร.อ.กรวิทย์ระบุว่า เครื่องยนต์เสียหลังหมดระยะเวลารับประกันแล้ว ทำให้กองทัพเรือต้องใช้งบประมาณของตนเองในการจัดหาและซ่อมแซม

กองเรือยุทธการได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นพบว่า การหมุนเวียนกำลังพลทำให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังกำลังพลชุดใหม่ขาดช่วง

นอกจากนี้ เครื่องยนต์ MTU ที่ติดตั้งบนเรือเป็นเครื่องยนต์สมรรถนะสูง แต่การใช้งานด้วย “ความเร็วมัธยัสถ์” เพื่อประหยัดน้ำมัน ทำให้เกิดเขม่าสะสมและเกิดการอุดตันในระบบหล่อลื่น ประกอบกับเรือมีเครื่องยนต์ทั้งหมด 3 เครื่อง เป็นเครื่องดีเซล 2 เครื่อง และ Gas Turbine 1 เครื่อง แต่ในบางภารกิจเลือกใช้เฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

สำหรับ TOR เรือฟริเกตลำใหม่ จึงกำหนดให้ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 เครื่อง ซึ่งทุกบริษัทที่เข้าร่วมเสนอราคาได้เสนอรูปแบบดังกล่าว เพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้น

พล.ร.อ.กรวิทย์ย้ำว่า กองทัพเรือกำลังถอดบทเรียนจากเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช เพื่อนำไปปรับใช้กับเรือลำใหม่ และขอให้ประชาชนมั่นใจในการดำเนินงานของกองทัพเรือ

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News