HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 17 กันยายน 2569

Business Today Thai Politics 17 กันยายน 2569



“อนุทิน” จ่อทวงสัญญา “ทรัมป์” คิดภาษีไทยอัตราพิเศษ

วันนี้ 17 กันยายน ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ว่า ได้รับรายงานจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า การเจรจาในประเด็นหลักใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว เหลือรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อย


นายอนุทินกล่าวว่า วันที่ 18 กันยายน จะหารือรายละเอียดกับนางศุภจีอีกครั้ง โดยภาพรวมการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี และทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามเปิดทางให้มีการพูดคุยกันในระดับผู้นำ

เมื่อถามว่าจะมีการต่อสายพูดคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ได้รับรายงานรายละเอียดการเจรจามาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน และขณะนี้อยู่ในจังหวะที่ผู้แทนการค้าของทั้งสองฝ่ายพร้อมให้ผู้นำหารือกันในประเด็นสุดท้าย

- Advertisement -

หากมีโอกาสพูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายอนุทินระบุว่า จะหยิบยกเรื่องที่ฝ่ายสหรัฐฯ เคยกล่าวถึงการพิจารณาอัตราภาษีให้ไทยเป็นกรณีพิเศษขึ้นมาหารือ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยได้ดำเนินการตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการเก็บกวาดทุ่นระเบิดและการปราบปรามสแกมเมอร์ จึงต้องการสอบถามฝ่ายสหรัฐฯ ว่า ไทยจะได้รับการพิจารณาเรื่องอัตราภาษีพิเศษตามที่เคยมีการกล่าวถึงหรือไม่



“อนุทิน” ตั้งบอร์ดคุมดาตาเซ็นเตอร์ หลังไร้กฎหมายเฉพาะ

วันนี้ 17 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการกำกับดูแลธุรกิจ Data Center ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนและเม็ดเงินจากต่างประเทศ แต่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับธุรกิจ Data Center


นายอนุทินกล่าวว่า Data Center เป็นธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งไฟฟ้า น้ำ และพลังงาน ขณะที่จำนวนการจ้างงานอาจไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับมูลค่าการลงทุน แต่ไม่ควรนำสองประเด็นมาเปรียบเทียบกันโดยตรง

เนื่องจากการลงทุน Data Center ช่วยสร้างเงินลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ขณะที่เมื่อหลายปีก่อน ประเทศไทยยังต้องการดึงดูดการลงทุนประเภทนี้เข้าสู่ประเทศ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การเปลี่ยนแปลงแนวทางอย่างฉับพลันหรือจำกัดการลงทุนภายหลังนักลงทุนเข้ามาแล้ว อาจไม่เป็นธรรมต่อภาคเอกชน รัฐบาลจึงต้องหาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการบริหารทรัพยากรและผลกระทบต่อประชาชน

ขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมากำกับดูแล เพื่อออกแบบกฎระเบียบ กำหนดทิศทาง และจัดทำกฎหมายเฉพาะสำหรับ Data Center ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและนักลงทุน

รวมถึงสร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากร ทั้งไฟฟ้า น้ำหล่อเย็น เชื้อเพลิง และการดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณี Data Center บางแห่งในกรุงเทพฯ ที่มีการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง โดยระบุว่า หากพบการดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

พร้อมมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การไฟฟ้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ รวมถึงจังหวัดที่มี Data Center แลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อกำกับดูแลความปลอดภัยและผลกระทบต่อประชาชน



“ไชยชนก” ไม่คาดหวังคดีอีก 2–3 สำนวนโยง “สว.สีส้ม”

วันนี้ 17 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกระแสข่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2-3 สำนวนเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ถูกเรียกว่า “สว.สีส้ม”


นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่ได้คาดหวังผลในเรื่องดังกล่าว และเชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือข้อเท็จจริง หากพบผู้กระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย

ส่วนกรณีที่ไอลอว์หรือพรรคประชาชนเตรียมเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย นายไชยชนกกล่าวว่า เป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ และตนไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกรณีถูกพาดพิงหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า โดยส่วนตัวไม่ต้องการฟ้องร้องใคร แต่จะหารือกับทีมกฎหมายก่อนว่ามีความจำเป็นต้องดำเนินการหรือไม่

สำหรับข้อสงสัยว่ามีกระบวนการทางการเมืองที่มุ่งโจมตีพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายไชยชนกมองว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนสามารถพิจารณาได้เอง

พร้อมยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าการดำเนินงานของพรรคอยู่ภายใต้กฎระเบียบและกฎหมาย จึงไม่มีความกังวลต่อการตรวจสอบ

เมื่อถามว่าได้หารือเรื่องดังกล่าวกับนายเนวิน ชิดชอบ หรือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุย เนื่องจากไม่ได้รู้สึกกังวลกับประเด็นดังกล่าว



“เบญจมินทร์” รายงานคืบหน้า UNCLOS ให้ “นายกฯ อนุทิน” รับทราบ

วันนี้ 17 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเบญจมินทร์ สุกาญจนัจที อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เปิดเผยภายหลังนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะ เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานผลการประชุมคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS


การประชุมนัดแรกจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายนที่ผ่านมา

นายเบญจมินทร์กล่าวว่า การรายงานต่อนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เป็นการชี้แจงบรรยากาศและประเด็นที่มีการหารือในการประชุมนัดแรก ซึ่งเป็นลักษณะของการวางพื้นฐานสำหรับกระบวนการเจรจา

นายกรัฐมนตรีได้รับทราบข้อมูลและให้กำลังใจคณะทำงาน โดยไม่ได้มีคำสั่งเพิ่มเติมเป็นพิเศษ

สำหรับผลการประชุม นายเบญจมินทร์ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะเปิดเผยรายละเอียดหรือประเมินผล เนื่องจากเป็นเพียงการประชุมครั้งแรก และยังต้องรอการประชุมครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการพูดคุยเป็นไปในทิศทางที่ดีและบรรยากาศเป็นไปด้วยดี

นายเบญจมินทร์ยืนยันว่า ฝ่ายไทยจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่คณะทำงาน แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

พร้อมระบุว่า กระบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลาประมาณ 11-12 เดือนหรือมากกว่านั้น จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลในขณะนี้

ทั้งนี้ นายเบญจมินทร์ย้ำว่า กระบวนการภายใต้ UNCLOS ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเขตแดนทางทะเล ไม่เกี่ยวข้องกับเขตแดนทางบก



“โรม” ฉะใครตีตรา “สว.สีส้ม” ท้า กกต. เปิดชื่อ-หลักฐาน

นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับอีก 3 สำนวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือก สว. ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเชื่อมโยงกับกลุ่ม “สว.สีส้ม” พรรคประชาชน และคณะก้าวหน้า


นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่มี สว. คนใดที่นิยามตัวเองว่าเป็น “สว.สีส้ม” และตั้งข้อสังเกตว่าการใช้คำดังกล่าวอาจเป็นความพยายามนำกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะแตกต่างกันมาเปรียบเทียบกัน

ยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ต้องการให้มีการเลือกปฏิบัติต่อ สว. กลุ่มใด และเห็นว่าทุกฝ่ายควรถูกตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียวกัน หากมีพยานหลักฐานว่าบุคคลใดกระทำผิดกฎหมาย

นายรังสิมันต์ระบุว่า สิ่งสำคัญคือต้องแยกพฤติการณ์แต่ละประเภทให้ชัดเจน เช่น การรวมกลุ่มหรือทำเว็บไซต์เพื่อแนะนำตัว กับข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายเงินจ้างบุคคลมาสมัครเพื่อโหวตให้ผู้สมัครบางราย ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่แตกต่างกันและต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย

พร้อมระบุว่า หาก กกต. มีหลักฐานเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือสมาชิกพรรคประชาชน สามารถเปิดเผยและตรวจสอบได้เต็มที่ โดยพรรคพร้อมดำเนินกระบวนการตรวจสอบภายในด้วย

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ประเด็นไม่ควรอยู่ที่การถกเถียงว่า สว. คนใดเป็น “สี” ใดหรือเป็นของฝ่ายใด แต่ควรตรวจสอบว่ามีกระบวนการที่ผิดกฎหมายในการเลือก สว. หรือไม่

หากพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเคยเป็นสมาชิกพรรคใดหรือถูกเรียกว่าอยู่ในกลุ่มใด ก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและข้อมูลการติดต่อสื่อสารตามพยานหลักฐาน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News