HomePoliticsBusiness Today Thai Politics 11 กันยายน 2569

Business Today Thai Politics 11 กันยายน 2569



“ศุุภจี“ ชี้ปรับทัพบิ๊ก ก.พาณิชย์ใหม่ ยึดความเห็นร่วม ปลัดใหม่-เก่า

วันนี้ 11 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงพาณิชย์ ภายหลังมีการปรับตำแหน่งอธิบดีและข้าราชการระดับซี 10 รวม 9 ตำแหน่งว่า บุคลากรทุกคนจะทำหน้าที่ผลักดันนโยบายของกระทรวงตามกรอบเดิมที่วางไว้


นโยบายสำคัญยังประกอบด้วยการดูแลค่าครองชีพ การดูแลสินค้าเกษตร การเจรจาการค้าและส่งออกให้มีความต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลผู้ประกอบการ SMEs และภารกิจสำคัญอื่นของกระทรวง

เมื่อถามถึงทิศทางการจัดทัพผู้บริหารระดับสูง นางศุภจีกล่าวว่า พิจารณาจากความเหมาะสมและความสามารถของบุคลากร โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างตน นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายพูนพงษ์ นัยนาภาพร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรีให้เป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์คนใหม่

- Advertisement -

สำหรับกระแสข่าวกรณีนางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และมีกระแสข่าวเรื่องการลาออก นางศุภจีชี้แจงว่า นางสาวพิมพ์ชนกครบวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว

ตำแหน่งดังกล่าวมีวาระ 4 ปี และสามารถต่ออายุได้ครั้งละ 1 ปีอีก 2 ครั้ง รวมสูงสุด 6 ปี ซึ่งนางสาวพิมพ์ชนกดำรงตำแหน่งครบกำหนดแล้ว ขณะเดียวกันมีครอบครัวอยู่ต่างประเทศและต้องการดูแลมารดา

นางศุภจียืนยันว่า การปรับตำแหน่งครั้งนี้ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมภายในกระทรวง โดยทุกฝ่ายยังคงตั้งใจทำงานและเดินหน้าตามนโยบายที่กำหนดไว้

“เมื่อต่อไม่ได้แล้ว มันก็ต้องจบ ก็ต้องกลับเท่านั้นเอง เพราะ 6 ปีแล้ว” นางศุภจีกล่าว



“สีหศักดิ์” ย้ำ แก้ปัญหาชายแดนใต้ต้องเดินหน้าควบคู่ความมั่นคง-การพัฒนา

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กพต. ครั้งที่ 1/2569 ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินหน้าทั้งด้านความมั่นคงและการพัฒนาควบคู่กัน


นายสีหศักดิ์กล่าวว่า กพต. มีหน้าที่กำกับดูแลงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. โดยการประชุมครั้งนี้จะหารือสถานการณ์ในพื้นที่ รวมถึงโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงการต่าง ๆ ที่ ศอ.บต. เสนอให้พิจารณา

โครงการที่จะดำเนินการต้องผ่านการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ สะท้อนเอกภาพของนโยบาย และไม่ควรเป็นเพียงการที่แต่ละหน่วยงานนำโครงการของตัวเองเข้ามาเสนอ แต่ต้องพิจารณาถึงความเชื่อมโยงและประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่โดยรวม

เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา งานด้านมวลชน รวมถึงการใช้งบประมาณให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ความปลอดภัย ความมั่นคง และความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคเอกชนเป็นเรื่องสำคัญ แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่สามารถมองเพียงมิติความมั่นคง ต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกของประชาชน การอำนวยความยุติธรรม และอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่ด้วย

พร้อมย้ำแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่ายังคงเป็นหลักสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องนำไปปรับใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

สำหรับกระบวนการพูดคุยสันติสุข นายสีหศักดิ์กล่าวว่า มาเลเซียอาจมีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นเรื่องภายในของมาเลเซีย แต่ฝ่ายไทยเห็นว่าผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวต้องสามารถอำนวยความสะดวกได้อย่างแท้จริง และสะท้อนท่าทีของรัฐบาลมาเลเซียในการสนับสนุนกระบวนการสันติสุขได้

รัฐบาลมาเลเซียยืนยันกับฝ่ายไทยว่ายังคงสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ไทยและมาเลเซียยังหารือเรื่องความมั่นคงชายแดน รวมถึงการสร้างรั้วในบางพื้นที่ เพื่อป้องกันอาชญากรรม ยาเสพติด และการลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย โดยย้ำว่าจะไม่เป็นการปิดกั้นการเดินทางหรือการค้าระหว่างประชาชนสองประเทศ

ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือด้านข่าวกรอง โดยมาเลเซียยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้บุคคลใดใช้แผ่นดินมาเลเซียเพื่อบั่นทอนความมั่นคงของประเทศไทย



“ปกรณ์” ย้ำต้องแยกพระศาสนาออกจากความประพฤติของสงฆ์

วันนี้ 11 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในข้อหายักยอกเงินและมีพฤติกรรมเสพเมถุนว่า ต้องแยกให้ออกระหว่างพระศาสนากับความประพฤติของพระสงฆ์เป็นรายบุคคล


นายปกรณ์กล่าวว่า พระสงฆ์มีจำนวนมากและอาจมีบางกรณีที่เกิดพฤติกรรมไม่เหมาะสม สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

หากพบการกระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีการช่วยเหลือหรือปกป้อง พร้อมระบุว่าได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ประสานการทำงานร่วมกับตำรวจแล้ว

นายปกรณ์ยังขอความร่วมมือประชาชนไม่เผยแพร่หรือแชร์ภาพที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ เนื่องจากอาจกระทบจิตใจชาวพุทธและภาพลักษณ์ของประเทศ

สำหรับการป้องกันปัญหาในอนาคต นายปกรณ์มองว่า พศ. จำเป็นต้องทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบทรัพย์สินและบัญชีของวัด

ขณะนี้มีนโยบายให้จัดทำระบบบัญชีของวัดในรูปแบบที่ใช้งานง่ายและสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับส่วนกลาง เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายรับ รายจ่าย และทรัพย์สินของวัดได้รวดเร็วขึ้น

หากพบความผิดปกติ เช่น มีรายได้ไม่มากแต่มีการใช้จ่ายสูง หรือข้อมูลบัญชีไม่สอดคล้องกัน ก็จะสามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ระยะแรก

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างจัดทำฐานข้อมูลและทะเบียนพระสงฆ์ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นพระจริงหรือไม่ โดยระบบดังกล่าวเพิ่งได้รับงบประมาณในปีนี้ประมาณ 60 กว่าล้านบาท

นายปกรณ์กล่าวว่า หากสามารถเชื่อมโยงระบบบัญชีกับข้อมูลอื่น เช่น ระบบบริจาคอัตโนมัติของกรมสรรพากร จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางการเงินของวัด

ส่วนข้อเสนอให้มีตำรวจประจำตามวัดต่าง ๆ นายปกรณ์มองว่าไม่คุ้มค่า พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาต้องอาศัยทั้งระบบตรวจสอบ การทำงานเชิงรุก และความรับผิดชอบของบุคคลที่เกี่ยวข้อง



สว. ซัดเดือด! จี้ “นครินทร์” ปมด้อยค่าความชอบธรรมวุฒิสภา

วันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมคณะ สว. รวม 11 คน ร่วมแถลงตอบโต้คำบรรยายพิเศษของนายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่กล่าวถึงความชอบธรรมทางการเมืองของวุฒิสภาชุดปัจจุบัน


คณะ สว. ระบุว่า นายนครินทร์กล่าวต่อผู้เข้าอบรม วปอ. รุ่นที่ 68 ว่า วุฒิสภาชุดปัจจุบันมีความชอบธรรมทางการเมืองในระดับต่ำจากระบบการเลือกกันเอง พร้อมมีการอ้างคำพูดของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่าการออกแบบระบบ สว. เป็นความผิดพลาด

อย่างไรก็ตาม นายมีชัยได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยกล่าวข้อความดังกล่าวและไม่เคยพบกับนายนครินทร์

นายพิสิษฐ์ระบุว่า คณะ สว. มีข้อเรียกร้องและจุดยืน 5 ประเด็น โดยเห็นว่าการกล่าวถึงวุฒิสภาในลักษณะดังกล่าวเป็นการลดทอนเกียรติและศักดิ์ศรีของ สว. ทั้ง 200 คน ซึ่งเข้าสู่ตำแหน่งตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสงสัยถึงความถูกต้องของข้อมูล หลังผู้ถูกอ้างถึงอย่างนายมีชัยออกมาปฏิเสธ จึงเรียกร้องให้นายนครินทร์ชี้แจงและแสดงหลักฐานเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างดังกล่าว

คณะ สว. ยังเห็นว่าคำกล่าวดังกล่าวอาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และสถานะของวุฒิสภา

นายพิสิษฐ์ยังตั้งคำถามว่า หากนายนครินทร์เห็นว่าระบบ สว. มีปัญหา เหตุใดจึงไม่แสดงข้อทักท้วงในช่วงที่ดำรงตำแหน่งตุลาการและประธานศาลรัฐธรรมนูญ

คณะ สว. เรียกร้องให้นายนครินทร์ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หากไม่สามารถแสดงหลักฐานเกี่ยวกับคำกล่าวอ้างถึงนายมีชัยได้ ก็ควรแก้ไขคำพูดและระมัดระวังการใช้ถ้อยคำ

พร้อมยืนยันว่า การวิพากษ์วิจารณ์สามารถทำได้ตามหลักประชาธิปไตย แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบ



“พิพัฒน์” นำประธานบอร์ด-ผู้ว่า รฟท.ประชุมนายกฯ ปมแก้ปัญหาเดินรถแอร์พอร์ต ลิงก์- สัญญาเชื่อมรถไฟ 3 สนามบิน

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ บอร์ด รฟท. และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยภายหลังเข้าหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงแนวทางแก้ปัญหาการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน


นายปิยพงษ์กล่าวว่า ได้รายงานนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หลังสัญญากับเอกชนมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนนี้ ขณะที่ประชาชนมีความกังวลเรื่องความต่อเนื่องของการให้บริการ

นายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้ รฟท. ดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดชะงัก

ขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทเอกชนคู่สัญญา พร้อมเตรียมความพร้อมกรณีที่ รฟท. ต้องเข้าไปรับช่วงให้บริการเอง

นายอนันต์กล่าวว่า จากการหารือเบื้องต้น เอกชนพร้อมเดินรถต่อไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 ภายใต้เงื่อนไขเดิม ขณะที่ รฟท. จะต้องเตรียมความพร้อมในการถ่ายโอนระบบ

“เอาเป็นว่า หลังจากวันที่ 30 กันยายนนี้ เอกชนเดินรถให้อยู่” ผู้ว่าการ รฟท. กล่าว

ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขสัญญาจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกำกับโครงการภายในเดือนนี้ ก่อนรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบอีกครั้ง

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หลังบริษัท เอเชีย เอรา วัน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือซีพี มีหนังสือแจ้งขอยกเลิกสัญญา นายปิยพงษ์กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกำกับโครงการ

นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่ทำให้ภาครัฐหรือ รฟท. เสียประโยชน์

ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นเร่งด่วนเกี่ยวกับงานบางส่วนของโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินที่เชื่อมโยงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โดยเฉพาะเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา สัญญา 4-1 และโครงการ Missing Link ช่วงพญาไท-บางซื่อ

นายปิยพงษ์ระบุว่า หากปล่อยให้ประเด็นดังกล่าวล่าช้าต่อไปอาจส่งผลกระทบต่อโครงการอื่น จึงต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขให้เร็วที่สุด

ส่วนข้อเสนอค่าจ้างเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เดือนละ 60 ล้านบาท นายปิยพงษ์ชี้แจงว่า เป็นคนละแนวทางกับการให้เอกชนเดินรถต่อในช่วง 4 เดือนนี้ โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการจ้างเดินรถเป็นระยะเวลา 1 ปี

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News