HomeMoney2knowราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อ หลังซาอุฯ เร่งฟื้นท่อ East-West

ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อ หลังซาอุฯ เร่งฟื้นท่อ East-West

ราคาน้ำมันดิบ WTI และเบรนต์ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังซาอุดีอาระเบียเร่งฟื้นท่อ East-West Pipeline ช่วยคลายความกังวลด้านอุปทาน ขณะที่ตลาดยังจับตาฮอร์มุซและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบต่างประเทศประจำวันที่ 18 ก.ย. 2569 มีการเปลี่ยนแปลงตามชนิดที่อ้างอิง ดังนี้

  • เวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 101.91 ดอลลาร์/บาร์เรล -0.52 ดอลลาร์
  • เบรนท์ (Brent) อยู่ที่ 104.82 ดอลลาร์/บาร์เรล -1.01 ดอลลาร์

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังเร่งฟื้นการขนส่งน้ำมันผ่านท่อ East-West ซึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตีก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าจะสามารถกลับมารองรับการขนส่งได้ประมาณครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตภายในไม่กี่วัน และมีเป้าหมายกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบภายในราว 6 สัปดาห์ ซึ่งช่วยลดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียจะหายออกจากตลาดเป็นเวลานาน

- Advertisement -

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 101.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 0.52 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 104.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.01 ดอลลาร์

แม้ความกังวลด้านอุปทานจะลดลงบางส่วน แต่ความเสี่ยงในตะวันออกกลางยังไม่หมดไป เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนยังคงเผชิญข้อจำกัดในการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดเริ่มหันไปจับตาความเคลื่อนไหวทางการทูต โดยมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมหารือกับผู้นำประเทศอ่าวเปอร์เซียที่นครนิวยอร์ก ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์หน้า เพื่อหารือทิศทางของความขัดแย้งในภูมิภาค

อีกด้านหนึ่ง จีนเข้ามามีบทบาททางการทูตมากขึ้น โดย Reuters รายงานว่า จีนได้ขอให้อิหร่านช่วยใช้อิทธิพลควบคุมกลุ่มฮูตี หลังซาอุดีอาระเบียร้องขอความช่วยเหลือจากปักกิ่ง ท่ามกลางการรุกคืบของกลุ่มฮูตีบริเวณชายฝั่งทะเลแดงและช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อทั้งการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียและการเดินเรือระหว่างประเทศ

จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลกมีผลประโยชน์โดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางพลังงานในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเมื่อทั้งช่องแคบฮอร์มุซและบับเอลมันเดบต่างเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของการขนส่งน้ำมันเข้าสู่ตลาดโลก

ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาความเคลื่อนไหวด้านมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย “Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026” ด้วยคะแนน 262 ต่อ 159 หลังวุฒิสภาผ่านร่างดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ และส่งต่อให้ประธานาธิบดีทรัมป์พิจารณาลงนามเป็นกฎหมาย

ร่างกฎหมายให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมสูงสุด 100% ต่อประเทศที่ยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากรัสเซีย รวมถึงประเทศผู้ซื้อรายใหญ่อย่างจีนและอินเดีย เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย โดยอินเดียออกมาเตือนว่ามาตรการดังกล่าวอาจกระทบความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

ภาพรวมตลาดน้ำมันจึงเริ่มคลายความกังวลด้านอุปทานจากความคืบหน้าในการฟื้น East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบีย แต่ความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซ สถานการณ์ของกลุ่มฮูตี และมาตรการคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียยังเป็นปัจจัยที่อาจสร้างความผันผวนให้ราคาน้ำมันในระยะถัดไป

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News