บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,590-1,620 จุด Yield พุ่ง! น้ำมันยังราคาสูง กดดันตลาดโลกแต่น้ำท่วมไทยเริ่มคลาย / เน้นย่อตั้งรับหุ้นพื้นฐาน แนะนำ CPALL, ADVANC
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ หลังราคาน้ำมันยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ท่ามกลางความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจทำให้ Fed ต้องเดินหน้าคุมเข้มนโยบายการเงินต่อ
SET Index วานนี้ปิดที่ 1,602.37 จุด ลดลง 5.26 จุด หรือ -0.33% มีแรงขายในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ปิโตรเคมี และโรงพยาบาล ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 3,935 ล้านบาท
สำหรับวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,620 จุด
ปัจจัยกดดันหลักยังมาจากความไม่แน่นอนในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ แม้ทั้งสองฝ่ายยังเปิดช่องสำหรับการหารือต่อ โดยกาตาร์มีบทบาทเป็นตัวกลาง ขณะที่ก่อนหน้านี้มีการหารือแนวทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบเป็นขั้นตอน แลกกับการผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ
ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันยังผันผวนสูง โดย Brent ล่าสุดเคลื่อนไหวบริเวณ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขึ้นเหนือ 5% และล่าสุดแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี สร้างแรงกดดันต่อ Valuation ของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
สัปดาห์นี้ตลาดยังต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ Core PCE เดือนสิงหาคม รวมถึงการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราว่างงานเดือนกันยายน ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของ Fed
ด้านปัจจัยในประเทศ สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่ แม้ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีน้ำท่วมกระทบมากกว่า 580,000 ครัวเรือนใน 41 จังหวัด และความเสียหายทางเศรษฐกิจเบื้องต้นอาจไม่ต่ำกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท
กลยุทธ์ระยะสั้นยังเน้นใช้จังหวะตลาดย่อตัวทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่แนวโน้มกำไรแข็งแกร่ง โดยหุ้นเด่นวันนี้ ได้แก่ TRUE และ GULF
ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการใช้ QR Code และ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง โดยเห็นว่าการใช้รหัสดังกล่าวไม่ขัดต่อหลักการลงคะแนนโดยลับ เนื่องจากมีมาตรการควบคุมและขั้นตอนการเก็บรักษาข้อมูล แม้ศาลจะเห็นว่ามีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎีที่จะเชื่อมโยงข้อมูลย้อนกลับ และเสนอให้หลีกเลี่ยงเครื่องหมายที่อาจนำไปสู่ข้อกังวลลักษณะดังกล่าวในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ประเมินผลต่อ SET เป็นกลาง เนื่องจากคำวินิจฉัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งหรือสถานะของรัฐบาลโดยตรง จึงมีผลจำกัดต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน
ด้านความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีน ทั้งสองประเทศตกลงเดินหน้าลดภาษีสินค้านำเข้ารวม 6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยแต่ละฝ่ายเลือกสินค้ามูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อปรับลดภาษี พร้อมขยายช่วงพักรบทางการค้าออกไปถึงวันที่ 10 มกราคม 2570
สินค้าเกษตรบางประเภทของสหรัฐฯ เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์นมอยู่ในกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ ขณะที่ถั่วเหลืองไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงรอบนี้ ส่วนจีนตกลงเพิ่มการซื้อถ่านหินสหรัฐฯ และเปิดตลาดให้สถาบันการเงินต่างชาติมากขึ้น
ภาพดังกล่าวเป็น Sentiment บวกต่อหุ้นที่เชื่อมโยงกับการค้าโลก รวมถึงอิเล็กทรอนิกส์และนิคมอุตสาหกรรมของไทย จากความเสี่ยงสงครามการค้าที่ลดลงบางส่วน
ด้านตลาดโลก หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง โดย Nasdaq ลดลงประมาณ 0.9% ท่ามกลาง Bond Yield ที่ปรับขึ้นและความกังวลด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน ขณะที่ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม
สภาพแวดล้อมดังกล่าวอาจกดดันหุ้น Growth Stock ที่มี Valuation สูง ขณะที่หุ้นพลังงานต้นน้ำยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง
น้ำท่วมกระทบกว่า 5.8 แสนครัวเรือน
สถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนักกระทบพื้นที่รวม 41 จังหวัด มีบ้านเรือนมากกว่า 580,000 หลังได้รับผลกระทบ ขณะที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย และประชาชนเกือบ 6,000 คนต้องเข้าพักในศูนย์อพยพ โดยจังหวัดระยองยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ต้องติดตามหลังอ่างเก็บน้ำบางแห่งล้นความจุ
ความเสียหายทางเศรษฐกิจเบื้องต้นถูกประเมินไว้ไม่ต่ำกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท และอาจเพิ่มขึ้นหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม หากระดับน้ำทยอยลดลงและกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผลกระทบต่อตลาดหุ้นมีแนวโน้มจำกัด จึงยังมองการปรับฐานของ SET เป็นจังหวะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี
หุ้นแนะนำวันนี้
TRUE
ราคาพื้นฐาน 16.77 บาท
คาดกำไรปกติไตรมาส 3/2569 เติบโต 61.5% YoY ขณะที่คาดเงินปันผลต่อหุ้นไตรมาส 3 ที่ 0.16 บาท หรือคิดเป็น Dividend Yield ต่อปีราว 5%
แนวโน้มกำไรยังมี Upside Risk ราว 4-6% จากประมาณการเดิม ขณะที่ไตรมาส 4/2569 คาดว่าผลประกอบการยังแข็งแกร่ง และอัตราการจ่ายเงินปันผลประมาณ 80% สะท้อนวินัยด้านการบริหารเงินทุน
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16.77 บาท
GULF
ราคาพื้นฐาน 79.00 บาท
GULF เข้าลงทุนสัดส่วน 50% ในโครงการพลังงานหมุนเวียนจาก GUNKUL จำนวน 12 โครงการ คิดเป็นกำลังผลิตตามสัดส่วน 337MW มูลค่าการลงทุนประมาณ 467 ล้านบาท โดยโครงการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ระยะเวลา 25 ปี
โครงการจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2570-2573 และคาดว่าจะสร้างส่วนแบ่งกำไรราว 150 ล้านบาทในปี 2571 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 600 ล้านบาทต่อปีตั้งแต่ปี 2573
มองดีลดังกล่าวเป็นบวกต่อการเติบโตระยะกลาง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 79 บาท
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ จาก Conference Board
วันพุธ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ PCE และ Core PCE สหรัฐฯ เดือนสิงหาคม รวมถึง GDP ไตรมาส 2 ครั้งสุดท้าย PMI จีน และสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ
วันพฤหัสบดี ติดตาม PMI ภาคการผลิตและดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของไทย รวมถึงผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานและ ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ
วันศุกร์ จับตาการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนกันยายนและอัตราว่างงาน ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจดอกเบี้ยของ Fed รวมถึง CPI ของยูโรโซน

