กระแส Work from home หรือเทรนด์การทำงานอยู่บ้าน สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการแฟชั่นทั่วโลกอยู่มิใช่น้อย การวิจัยจาก GlobalData รายงานตลาดเครื่องแต่งกายและ เสื้อผ้าแฟชั่น ในเอเชีย แปซิฟิก ยังอยู่ในภาวะที่ดีกว่าตลาดอเมริกาและยุโรป
Vijay Bhupathiraju นักวิเคราะห์การค้าปลีกของ GlobalData กล่าวว่า การคาดการณ์การแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 ส่งให้ตลาดเครื่องแต่งกายทั่วโลกมียอดขายลดลง 15.2% หรือคิดเป็นมูลค่า 297 พันล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้การลดลงของตลาดเสื้อผ้าแฟชั่น 42 % มาจากตลาดอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดของโลก ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความต้องการซื้อสินค้าในประเทศที่เพิ่มขึ้น ทำให้เอเชียแปซิฟิกได้รับผลกระทบน้อยกว่าภูมิภาคอื่นๆ
“แม้ว่าตลาดเครื่องแต่งกายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเริ่มฟื้นตัว แต่ยอดขายกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรกว่าตลาดจะฟื้นตัว จากปัจจัยลบความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของผู้บริโภค อัตราการเดินทางท่องเที่ยวลดลง ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยและอัตราการว่างงานที่สูง”
สำหรับในประเทศจีน หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 คลี่คลาย และประเทศเริ่มคลายมาตรการล็อคดาวน์ลง โดยขณะนี้เครื่องแต่งกายบางแบรนด์เริ่มมียอดขายกลับมาอยู่ในระดับ 80-100%

GlobalData คาดว่าตลาดเครื่องแต่งกายในเอเชียแปซิฟิกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และกลายเป็น 1 ใน 10 ตลาดที่สำคัญในระดับโลกภายในปี 2566 หลังจากที่ยุโรปและอเมริกาอยู่ในภาวะที่ชะลอตัวลง
การเติบโตตลาดเครื่องแต่งกายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สะท้อนให้เห็นว่า ผู้หญิงในโซนเอเชียแปซิฟิก ให้ความสำคัญด้านความสวยความงาม ในภาวะที่กำลังการซื้อและภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยสู้ดี
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ตลาดเอเชียแปซิฟิกฟื้นตัวและกลายเป็นตลาดใหญ่นั้น ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เริ่มคลี่คลายในหลายประเทศ เมื่อเทียบกับอเมริกาและยุโรปการแพร่ระบาดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

