HomeBT Newsผู้หญิงยุคใหม่ถือครองคริปโตเคอร์เรนซี จุดเปลี่ยนการเงิน เข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว

ผู้หญิงยุคใหม่ถือครองคริปโตเคอร์เรนซี จุดเปลี่ยนการเงิน เข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว

            เป็นเรื่องน่าจับตามองกับตัวเลขของผู้หญิงทั่วโลกที่หันมาที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี เพิ่มขึ้นจาก 29% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2022 มาเป็น 34% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2022 ตามรายงานของ Etoro ที่ได้ทำการสำรวจนักลงทุนสุภาพสตรีกว่า 10,000 รายจากกว่า 13 ประเทศ อัตราการเติบโตมากกว่ากลุ่มผู้ชายที่เพิ่มขึ้นจาก 42% เป็น 43% ในช่วงเวลาเดียวกัน

คริปโตกลายเป็นสินทรัพย์ที่ผู้หญิงถือครองมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากเงินสด ขณะที่ราคาบิตคอยน์ล่าสุด (20 ม.ค.2566) ทะยานสูงสุดในรอบ 4 เดือน พุ่งมากกว่า 6% ทะลุระดับ 22,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนก.ย. 2565 โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลออัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ย บรรดานักลงทุนมองว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการประชุมนโยบายการเงินนัดแรกในปีนี้ หลังดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดแล้ว

นอกเหนือจากการเกิดขึ้นของคริปโตเคอร์เรนซี ปัจจุบันรัฐบาลหลายประเทศได้เริ่มพัฒนาเงินดิจิทัลของตัวเอง  เป็นเงินสกุลดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ (Central Bank Digital Currencies) เรียกสั้นๆว่า  CBDC อาทิ ดอลลาร์ดิจิทัล หยวนดิจิทัล แม้กระทั่งอินเดียก็กำลังพัฒนารูปีดิจิทัล เพื่อการชำระในผลิตภัณฑ์ต่างๆผ่านระบบบล็อกเชน โดยไม่ต้องถือเงินสด ซึ่งธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ยอมรับว่าสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง  หรือเงิน CBDC ของแต่ละประเทศ สามารถลดเวลาในการชำระหนี้ข้ามพรมแดนลงเหลือไม่กี่วินาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายวัน

- Advertisement -

แม้กระทั่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  ก็เริ่มทดสอบการใช้ “บาทดิจิทัล” หรือ Retail CBDC โดยเปิดให้ผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมเข้ามาพัฒนาเชื่อมต่อระบบไปพร้อมกัน เริ่มจากทดลองใช้ในวงจำกัดภายใน ธปท. ก่อนที่จะขยายไปยังร้านค้าขนาดใหญ่และประชาชนทั่วไป เป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาเงินรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากเงินที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน

การเกิดขึ้นของ CBDC ถูกเชื่อมโยงเข้ากับ “คริปโตเคอร์เรนซี” อาทิ บิตคอยน์ อีเธอเรียม ให้มีตัวตนชัดเจนขึ้น แม้ปัจจุบันคริปโตยังไม่มีหลักประกัน การเคลื่อนไหวของราคาขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อ (Demand) และความต้องการขาย (Supply) ในแต่ละช่วงเวลา แต่ก็ถูกสร้างขึ้นมาให้เหมือนเป็นเงินสกุลหนึ่ง (Currency Token) สามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้จริงๆ ด้วยมาร์เก็ตแคปของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกในปัจจุบันที่มีมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 61 ล้านล้านบาท สูงกว่ามูลค่าของเศรษฐกิจไทยเกือบ 4 เท่า ทำให้เหรียญคริปโตได้รับการยอมรับมากขึ้น จากในอดีตที่เคยถูกมองว่าเป็นเงินสกุลเถื่อน ไม่มีตัวตน จับต้องไม่ได้ มูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความต้องการของตลาด และเคลื่อนไหวผ่านระบบดิจิทัลเท่านั้น แต่ถ้าเงิน CBDC ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลของแต่ละประเทศถูกใช้มากขึ้น เหรียญคริปโตประเภทต่างๆน่าจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในสกุลเงินดิจิทัลนั่นเอง

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News