สหรัฐฯ ปรับเกมกดดันอิหร่านระยะยาว หลังทรัมป์สั่งระงับการเจรจา แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าการหารือเริ่มมีสัญญาณบวก ขณะที่มาตรการปิดล้อมทางทะเลและแรงกดดันทางการเงินยังถูกใช้เป็นเครื่องมือหลัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้สั่งการให้คณะผู้แทนระดับสูงระงับการหารือกับอิหร่าน โดยทีมเจรจาที่ได้รับคำสั่งให้ยุติการติดต่อกับเตหะราน รวมถึงรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ตลอดจนผู้แทนระดับสูงอย่าง สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเรด คุชเนอร์ แม้เจ้าหน้าที่บางรายจะมองว่าการพูดคุยก่อนหน้านี้มีความคืบหน้าในเชิงบวกก็ตาม
รายงานระบุว่า ทรัมป์ไม่พอใจที่อิหร่านยังไม่ยอมอ่อนข้อต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ โดยผู้นำสหรัฐฯ ต้องการรอให้ฝ่ายอิหร่านส่งสัญญาณใหม่ว่าพร้อมบรรลุข้อตกลงในแนวทางที่วอชิงตันต้องการ ก่อนจะกลับมาเปิดโต๊ะเจรจาอีกครั้ง
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนการปรับยุทธศาสตร์ของทำเนียบขาว จากการพึ่งพาแนวทางทางทหารโดยตรง ไปสู่การใช้มาตรการบีบคั้นในระยะยาว ทั้งการปิดล้อมทางทะเล การกดดันทางการเงิน และการตัดช่องทางเข้าถึงสินทรัพย์ของอิหร่านในระบบการเงินโลก
ด้าน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการต่ออิหร่านในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้มุ่งเป้าไปที่บัญชีธนาคาร กระเป๋าเงินคริปโทเคอร์เรนซี และสินทรัพย์ของอิหร่านทั่วโลก เพื่อกดดันทั้งผู้นำในระบอบปกครองและรัฐบาลอิหร่านโดยตรง
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า ขณะนี้ไม่มีการหารือหรือการสนทนาใด ๆ กับอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ หรือถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า พร้อมยืนยันว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มที่
ทรัมป์ยังอ้างว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดและดำเนินงานตามปกติ และทุ่นระเบิดทางน้ำทั้งหมดถูกกู้หรือทำลายแล้ว อย่างไรก็ตาม รายงานจากหลายฝ่ายยังสะท้อนภาพที่แตกต่าง โดยระบุว่าการสัญจรทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าเส้นทางดังกล่าวจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ จนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงชั่วคราว
ความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลต่อราคาพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หลังนักลงทุนจับตาความขัดแย้งของข้อมูลระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับสถานะของเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญแห่งนี้
ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีจุดยืนแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ มาตรการคว่ำบาตร เงื่อนไขการยุติความขัดแย้ง และอนาคตของการเจรจา หลังกรอบระยะเวลา 60 วันภายใต้บันทึกความเข้าใจ หรือ MOU สิ้นสุดลงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

