ราคาน้ำมันโลกกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอจากอิหร่านที่เกี่ยวข้องกับการยุติความขัดแย้งและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานในตะวันออกกลาง
ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 1.82 ดอลลาร์ หรือ 1.74% สู่ 106.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 1.14 ดอลลาร์ หรือ 1.23% สู่ 93.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงการซื้อขายเช้าวันจันทร์ที่ 28 ก.ย. ตามเวลาตลาดเอเชีย
อิหร่านยืนยันข้อเสนอเปิดฮอร์มุซ 7 วัน
อิหร่านยังคงยืนยันข้อเสนอระยะเวลา 7 วันสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และระบุว่าจะไม่ผ่อนปรนเงื่อนไข หลังทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดจากเตหะราน
ทรัมป์ระบุว่า อิหร่านประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและเรียกร้องเงื่อนไขที่สหรัฐฯ อาจเคยยอมรับได้เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ คาดว่าการเจรจากับอิหร่านอาจกลับมาอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้
ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ตลาดกลับมาเพิ่มค่าความเสี่ยงเข้าไปในราคาน้ำมัน เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก โดยก่อนเกิดความขัดแย้ง มีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณทั่วโลก ขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าว
ตลาดจับตาการขนส่งน้ำมันผ่านฮอร์มุซ
แม้ผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางจะพยายามปรับเส้นทางและวิธีการขนส่งเพื่อรักษาปริมาณน้ำมันออกสู่ตลาด แต่ต้นทุนการขนส่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า ปริมาณน้ำมันที่คาดว่าจะมีการขนถ่ายระหว่างเรือบริเวณอ่าวโอมานในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากประมาณ 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม
ขณะเดียวกัน ค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ VLCC สำหรับเส้นทางตะวันออกกลางไปจีนเคยพุ่งขึ้นเหนือ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนต้นทุนและความซับซ้อนของการขนส่งพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้ง
น้ำมันแพงเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวขึ้นมากกว่า 70% นับตั้งแต่ต้นปี และกำลังมุ่งหน้าสู่การเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนให้ตลาดพลังงานโลก
ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานยังเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากต้นทุนพลังงานสามารถส่งผ่านไปยังค่าขนส่ง การผลิตสินค้า และราคาสินค้าในหลายประเทศ
สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ดังกล่าวต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นจึงอาจส่งผลต่อต้นทุนเชื้อเพลิง ภาคขนส่ง ภาคธุรกิจ เงินเฟ้อ และดุลการค้า
ตลาดจะจับตาการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะความคืบหน้าเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางราคาน้ำมันในระยะถัดไป

