จน…ค่ะ หนูชื่อจน หนูมากับ”หนี้”และมากับ”บิล” หลายคนคงอยากจะร้องเพลงนี้เมื่อพบว่า ตัวเอง”ต้องตกงาน”และ”ตกสำรวจ”ไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พันบาทต่อเดือนเป็นเวลา 3 เดือนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อันที่จริงก็คิดไว้แต่แรก คงจะผิดฝาผิดตัวไม่น้อย
งานนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)เป็นแม่งาน สำนักนี้ใครๆก็รู้ว่าดีกรีนักเรียนนอกเก่งทฤษฏี แต่ไม่เคยสัมผัสชีวิตรากหญ้า พอมาทำงานเกี่ยวกับชาวบ้านผลงานจึงเละอย่างเห็นข้อมูลที่เอามาใช้ ก็คงหนีไม่พ้นสำนักงานสถิติแห่งชาติ กองสลาก มหาดไทย แค่นั้น
แปลกใจทันทีที่เห็นประกาศกลุ่มอาชีพที่ได้รับสิทธิ์ 2อาชีพใน 4 อาชีพที่ติดโผตั้งแต่รอบแรก เช่น อาชีพขายล็อตเตอรี่ ที่ต้องติงเพราะกำลังจะจ่ายเงินผิดคนผิดที่ เพราะคนเดินเร่ขายล็อตเตอรี่ที่เราเห็นส่วนใหญ่ไม่ได้ลงทะเบียนกับกองสลาก คนที่ลงทะเบียนได้โควต้าคือพวกแผงใหญ่ๆ ยี่ปั๊วซาปั๊วคนพวกนี้ต่างหากที่มีสิทธิ์ได้ 5พันบาทไม่ใช่คนเดินขาย
จะว่าไปแล้วคนที่เดินเร่ขายล็อตเตอรี่เอง ก็ยังเดือดร้อนน้อยกว่าอีกหลายๆคนเวลานี้ เพราะเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ก็สามารถขายได้ปกติ เผลอๆงวดวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ก็เริ่มขายได้ตามปกติ แต่อาจจะฟืดเคืองหน่อย ซึ่งถ้าจะช่วยก็ต้องช่วยคนเดินขาย ไม่ใช่รายใหญ่ หรือมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ถือว่ายังทำงานได้ปกติ ตามหมู่บ้านต่างๆยังมีวินมอเตอร์ไซด์รับจ้างวิ่งอยู่ บางคนผันตัวไปรับส่งอาหารรายได้ดีกว่าเดิมอีก ต่างจากคนขับแท็กซี่ ที่หากินลำบาก
แต่กลับตัดอาชีพ คนงานรับเหมาก่อสร้างทิ้ง วงในเล่าว่า ในที่ประชุมถกเถียงกันว่าจะให้หรือไม่ในที่สุดก็ตัดสิทธิ์โดยอ้างว่า งานก่อสร้างยังทำต่อไปได้ ในความเป็นจริง จะมีแต่โครงการขนาดใหญ่ทียังทำงาน พวกรายย่อยๆที่รับงานต่อเติมตามบ้านไม่มีงานแล้วต้องลอยแพลูกน้องกลับไปนอนรองานในต่างจังหวัด
เกษตรกรเป็นอีกอาชีพที่ถูกตัดทิ้งที่ประชุมเห็นว่าไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งที่เกษตรกรที่ปลูกผัก ผลไม้ เลี้ยงปลา บ่อกุ้ง เจ๊งไปพร้อมๆๆกับคำสั่งปิดร้านอาหาร สถานบันเทิงแล้ว ต้องเอาของใส่รถเร่ขายราคาถูกๆคนงานต้องตกงาน
ยังมีคนที่ตกระกำลำบากอีกไม่น้อยเช่น คนตกงาน โดนไล่ออกจากหอพักต้องไปอาศัยข้าววัดกิน นอนในสวนสาธารณะ คนเก็บขยะหาของเก่าขายไม่ได้เพราะร้านรับซื้อปิด หมอนวดแผนไทย คนดูแลลานจอดรถสถานที่ท่องเที่ยว,คนเก็บค่าห้องน้ำคนทำความสะอาด,กระเป๋ารถโดยสาร,เด็กท้ายรถ ช่างตัดผม ล้วนตกงานมีชีวิตลำบากทั้งสิ้นแต่ไม่อยู่ในรายชื่อที่ได้รับการเยียวยา
มีคนอีกไม่น้อยที่ไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พันบาทเพราะไม่รู้หนังสือ จะให้กรอกประวัติในระบบออนไลน์ก็ไม่มีมีใครทำเป็น หลายคนแม้แต่โทรศัพท์ก็ยังไม่มี เงินจะเปิดบัญชีในธนาคารก็ยังไม่มีกันเลยคนพวกนี้มีจำนวนนับไม่ถ้วนที่ต้องตกหล่นจากการสำรวจเพราะวิธีคิดการแจกเงินที่เอาอาชีพเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาตัวคนที่ยากลำบากจริงๆ
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่าคนที่กำหนดยุทธศาสตร์ไม่เข้าใจว่าคนจนเป็นใคร อยู่ที่ไหน อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากอยู่ในกรุงเทพฯก็ไปชุมชนต่างๆก็จะรู้ทันที แต่ถ้าอยากรู้ว่าพ่อค้าแม่ค้าคนไหนที่ลำบากรัฐควรต้องช่วยเหลือ ปรึกษา”เทศกิจของกทม.” รู้ดีที่สุดหรือ แบงก์ออมสินก็ได้ ในต่างจังหวัดก็ต้องให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.คัดคนในชุมชนที่เดือดร้อนรับรองว่า ไม่ผิดฝาผิดตัวแน่ๆ
ถ้ารัฐไม่มีข้อมูลก็ไม่ควรตัดสิทธิ์ใครจากความรู้สึกหรือข้อมูลแบบหยาบๆ ทุกคนควรได้เหมือนกันไม่ว่าวินมอเตอร์ไซด์ คนล็อตเตอรี่ คนตกงาน แม่ค้าพ่อค้าริมถนน กระทั่งคนเก็บขยะต่างก็เดือดร้อนพอๆกัน

