HomeBusinessการ์ทเนอร์ คาดการณ์มูลค่าใช้จ่ายไอทีของธุรกิจธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ลดลง 4.7% แต่จะฟื้นปี 64

การ์ทเนอร์ คาดการณ์มูลค่าใช้จ่ายไอทีของธุรกิจธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ลดลง 4.7% แต่จะฟื้นปี 64

ตามการคาดการณ์ของการ์ทเนอร์ อิงค์ เผยว่า มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีของธุรกิจธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงราว 4.7% หรือคิดเป็นมูลค่า 514 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  โดยเป็นการปรับลดทั้ง ขนาด เงื่อนไข และการดีลสัญญาทางการค้า เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ ๆ ถูกตัดทอนหรือยกเลิกไปหลังจากเกิดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 

นายเจฟฟ์ เคซี่ย์ นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “COVID-19 ไม่เพียงเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีในแวดวงธนาคารและหลักทรัพย์นั้นเกิดความผันผวน แต่ยังเป็นตัวกำหนดวิธีการทำธุรกรรมของลูกค้าต่อสถาบันการเงินให้เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บริษัทเหล่านี้ยังต้องเดินหน้าให้บริการและตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำและการสนับสนุนน้อยลงจากภาครัฐ”

มาตรการระยะแรกเริ่มเพื่อปรับตัวต่อสถานการณ์ในอุตสาหกรรมนี้คือการให้พนักงานทำงานผ่านระบบทางไกล เพื่อให้สอดรับกับความต้องการสินเชื่อที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น รวมถึงการศึกษาช่องทางดิจิทัลใหม่ ๆ และการกู้คืนความเชื่อมั่นกับนักลงทุนที่เกิดความไม่มั่นใจ ทั้งนี้ช่องทางการให้บริการลูกค้าต่าง ๆ จะอยู่ภายใต้ความกดดันมากขึ้น เนื่องด้วยธนาคารได้เพิ่มและปรับประสิทธิภาพของทั้งช่องทางการให้บริการด้วยตนเองและช่องทางการให้บริการของพนักงานเพื่อให้สามารถตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

- Advertisement -

ในระยะเริ่มแรกของการแพร่ระบาด ธนาคารได้ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • การดำเนินงาน (Operations): เพื่อเข้าถึงบริการพื้นฐานได้อย่างต่อเนื่อง
  • ซัพพลายเชน (Supply chain): เพื่อตอบสนองความต้องการซัพพลายเออร์และลูกค้ารายใหม่
  • รายได้ (Revenue): ให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานต่อไปได้ และ
  • แรงงาน (Workforce): สนับสนุนให้พนักงานทำงานจากระยะไกลท่ามกลางสถานการณ์การหยุดชะงัก

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์นั้นจะกลับมาพลิกฟื้นในช่วงปี 2564 ด้วยอัตราการเติบโตที่ 6.6% ทั่วโลก (ดูตารางที่ 1)

“ด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของ COVID-19 ที่ดีขึ้น ตอนนี้ธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ต่างกำลังเร่งผลักดันและริเริ่มการใช้ระบบอัตโนมัติ เช่น แชทบอทสื่อสารกับลูกค้า กระบวนการอัตโนมัติด้วยหุ่นยนต์ (RPA) และโซลูชันการสร้างบัญชีแบบ end-to-end นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นไปที่การออกแบบโครงสร้างองค์กรและขั้นตอนการทำงาน รวมถึงการหันมาจัดลำดับความสำคัญของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่ทันสมัย” นายเคซี่ย์ กล่าวเพิ่มเติม

ตาราง 1. คาดการณ์มูลค่าใช้จ่ายไอทีของธุรกิจธนาคารและบริษัทหลักทรัพย์ทั่วโลก (หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

 มูลค่าการใช้จ่าย

ปี 2562

เติบโต (%)

ปี 2562

มูลค่าการใช้จ่าย

ปี 2563

เติบโต (%)

ปี 2563

มูลค่าการใช้จ่าย

ปี 2564

เติบโต (%)

ปี 2564

บริการสำหรับองค์กร92,0432.187,871-4.588,9991.3
ซอฟต์แวร์ระดับองค์กร100,82211.8100,580-0.2112,01611.4
บริการด้านไอที204,5365.0195,576-4.4209,8127.3
อุปกรณ์หรือดีไวซ์33,2165.929,199-12.130,6735.1
บริการด้านการสื่อสาร77,2851.372,946-5.676,1314.4
ระบบดาต้าเซนเตอร์31,2181.027,757-11.130,1898.8
รวมทั้งหมด539,1214.9513,928-4.7547,8206.6

ที่มา: การ์ทเนอร์ (สิงหาคม 2563)

หลังการเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 5% ในปี 2562 แต่ผลจาก COVID-19 ทำให้มูลค่าการใช้จ่ายด้านบริการไอทีลดลง ไม่ว่าจะเป็น ขนาด เงื่อนไข และประเภทของดีลในสัญญาทางการค้าล้วนได้รับผลกระทบ เนื่องจากโครงการขนาดใหญ่ ๆ ถูกตัดทอนหรือยกเลิกไป

“ภาวะดังกล่าวนี้จะกินเวลาช่วงสั้น ๆ เท่านั้น เนื่องจากธนาคารต่างเริ่มปรับตัวตอบสนองต่อผลของการหยุดชะงักจาก COVID-19 ซึ่งการใช้จ่ายด้านบริการไอทีจะเริ่มกลับมาดีดตัวสูงขึ้น เพราะธนาคารต่าง ๆ กำลังเร่งผลักดันและปรับปรุงเทคโนโลยีการให้บริการให้ทันสมัยขึ้นในปีหน้า” นายเคซีย์กล่าวสรุป

การ์ทเนอร์เชื่อว่าความสามารถของการสร้างมูลค่าให้กับบริการและที่มาของรายได้แหล่งใหม่ ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อสร้างความสำเร็จระยะยาวตามแผนการฟื้นฟูธุรกิจ COVID-19 ชี้ให้ธนาคารมองเห็นถึงโอกาสในการเพิ่มบทบาทของการมีส่วนร่วมทางดิจิทัลและขยายบริการให้ครอบคลุม จากผลสำรวจ 2020 Gartner CIO Survey ระบุว่าปัจจุบันธนาคารมีรายได้ที่มาจากบริการดิจิทัลเพียง 27% เท่านั้น

 

 

 

 

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News