ภายใต้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารธุรกิจและการมีส่วนร่วมในสังคมถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยึดถือปฏิบัติอยู่คู่สังคมไทยมาโดยตลอด กระทั่งได้รับพระราชทานตราครุฑจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปี 2541 เป็นเครื่องหมายแสดงถึงความซื่อตรงและความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศไทย
เอสโซ่ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อปณิธานในการลงทุนพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมตามที่บริษัทได้ปฏิบัติมาโดยตลอดในโครงการต่างๆ โดยยึดมั่นหลักธรรมแบ่งปันความสุขสร้างเสริมความรู้ สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม ได้แก่
กิจกรรมสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนของมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย (iTIC) ในปี 2562 บริษัท โดยได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศล “ESSO RUN” ฉลองครบรอบ 125 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และมอบรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายจำนวน 1.88 ล้านบาทให้โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชาเทวี ณ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อนำเงินบริจาคไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์

ด้านการศึกษา บริษัทให้การสนับสนุนกองทุนเอสโซ่สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2525 และพนักงานจากโรงกลั่นศรีราชาร่วมเป็นอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษให้แก่นักเรียนชั้น ม.1 ที่โรงเรียนวัดแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มานานกว่า 16 ปี

ในปี 2562 บริษัทฯ ร่วมกับพนักงานสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชนต่างๆโดยคิดเป็นเงินสนับสนุนเกือบ 4 ล้านบาทและเป็นจำนวนชั่วโมงจิตอาสามากกว่า 3,700 ชั่วโมง

ล่าสุดในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เอสโซ่ ได้สนุบสนุนบุคลากรทางการแพทย์คือ Face Shields จำนวน 2,000 ชิ้น, ชุดอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ (PPE) จำนวน 750 ชุด ให้แก่ โรงพยาบาลต่างๆ

นอกจากนี้ พนักงานรวมถึงลูกค้าของ เอสโซ่ และ เอ็กซอนโมบิล ในประเทศไทย ได้มอบเงินบริจาคจำนวน 500,000 บาท ให้แก่ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งมาจากการระดมทุนบริจาคผ่านทางสโมสรพนักงานเอสโซ่และลูกค้าได้บริจาคผ่านการแลกคะแนนสะสมของบัตรเอสโซ่สไมล์ส

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การดำเนินงานของ เอสโซ่ ที่ดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จึงได้มีการตรวจสอบแผนงานอย่างเป็นประจำตามข้อกฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบและนโยบายการทำงานของบริษัท
พร้อมกันนี้ การปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและการควบคุมการปล่อยของเสียสู่ชั้นบรรยากาศ โรงกลั่นน้ำมันศรีราชาปฏิบัติงานโดยปราศจากเหตุการณ์รั่วไหลของน้ำมันเป็นเวลายาวนานถึง 12 ปี เป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทที่ว่า “ปกป้องวันพรุ่งนี้…ในวันนี้”


