สหรัฐฯ และอิหร่านเผยแพร่ข้อความของข้อตกลงชั่วคราวที่ผู้นำทั้งสองประเทศลงนามร่วมกัน เพื่อยุติสงครามและเปิดทางสู่การเจรจาข้อตกลงถาวรภายใน 60 วัน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณแข็งกร้าวว่า วอชิงตันพร้อมกลับมาใช้กำลังทางทหาร หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายยืนยันว่าผู้นำได้ลงนามดิจิทัลในบันทึกความเข้าใจทั้งฉบับภาษาอังกฤษและฟาร์ซีแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ข้อตกลงมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันพุธ
ข้อตกลง 14 ข้อ ครอบคลุมการยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน การกลับมาเปิดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีค่าใช้จ่าย การยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ การปลดล็อกสินทรัพย์อิหร่าน และการจัดตั้งกองทุนลงทุนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านหลังสงคราม
ในประเด็นนิวเคลียร์ อิหร่านให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และยอมให้มีการลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะภายในประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้นำยูเรเนียมออกนอกประเทศ
แม้ข้อตกลงจะสะท้อนความคืบหน้าทางการทูต แต่บรรยากาศยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังทรัมป์กล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุม G7 ที่ฝรั่งเศสว่า สหรัฐฯ พร้อมกลับมาโจมตีอิหร่านอย่างหนัก หากเตหะรานละเมิดข้อตกลง พร้อมระบุว่าต้องการให้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลง เพื่อเปิดทางสู่สันติภาพในตะวันออกกลางและช่วยกดดันราคาน้ำมันให้ลดลง
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังลดท่าทีบางส่วนจากจุดยืนเดิมเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน โดยระบุว่า หากประเทศอื่นมีขีปนาวุธ ก็อาจไม่เป็นธรรมที่อิหร่านจะไม่มีเลย ซึ่งแตกต่างจากท่าทีเดิมที่เคยประกาศว่าจะทำลายขีปนาวุธและอุตสาหกรรมขีปนาวุธของอิหร่านให้หมดสิ้น
ด้านผู้นำ G7 แสดงท่าทีต้อนรับข้อตกลงสหรัฐฯ-อิหร่าน พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้เกิดการหยุดยิงทันทีในเลบานอน หลังข้อตกลงดังกล่าวระบุให้ยุติการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในเลบานอนยังไม่สงบทั้งหมด โดยยังมีรายงานการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่ของอิสราเอลในหลายเมืองทางตอนใต้ของเลบานอน ขณะที่แหล่งข่าวความมั่นคงเลบานอนระบุว่า ฮิซบอลเลาะห์ได้ใช้โดรนโจมตีกองกำลังอิสราเอลในพื้นที่ดังกล่าว
ผลกระทบต่อตลาดพลังงานเริ่มสะท้อนทันที ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น จากความคาดหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก จะกลับมาเปิดเต็มรูปแบบ ก่อนราคาจะฟื้นตัวบางส่วน หลังทรัมป์ส่งสัญญาณพร้อมกลับมาใช้กำลังหากอิหร่านไม่ทำตามข้อตกลง
ประเด็นที่ตลาดต้องจับตาต่อไป คือ ข้อตกลงหยุดยิง 60 วันนี้จะพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวรได้หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการคว่ำบาตร สินทรัพย์อิหร่าน โครงการนิวเคลียร์ เสถียรภาพช่องแคบฮอร์มุซ และการหยุดยิงในเลบานอน ซึ่งทั้งหมดล้วนมีผลต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ของเศรษฐกิจโลก
ที่มา : Reuters ภาพ : Dan Scavino

