เสียวหมี่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีน เป็นบริษัทจีนรายล่าสุดที่ถูกรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นบัญชีดำ ด้วยข้อกล่าวหาว่ามีความเกี่ยวพันกับกองทัพจีน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้เพิ่มอีก 9 บริษัทเข้าไปในรายชื่อที่ถูกระบุว่ามีความสัมพันธ์กับกองทัพจีน ในจำนวนนี้รวมถึงเสียวหมี่
ขณะที่เสียวหมี่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นของกองทัพจีน หรือถูกควบคุมโดยกองทัพจีน หรือมีความเกี่ยวพันกับกองทัพจีน พร้อมเสริมว่าบริษัทจะดำเนินการอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทและของผู้ถือหุ้น
บริษัทวิจัยตลาด ไอดีซีระบุว่าเสียวหมี่เป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 3 ของโลกนับจากข้อมูลเมื่อไตรมาส 3 ปีที่แล้ว เป็นรองเพียงซัมซุงและหัวเหว่ยเท่านั้น
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ทรัมป์ลงนามในคำสั่งที่มีผลเดือนม.ค.ปีนี้ ห้ามนักลงทุนอเมริกันลงทุนในบริษัทที่ถูกระบุว่าสนับสนุนความพยายามทางทหาร การข่าว และความมั่นคงของกองทัพจีน โดยหลังจากถูกขึ้นบัญชี 60 วัน นักลงทุนอเมริกันจะไม่สามารถซื้อหุ้นบริษัทนั้นๆ และมีเวลา 1 ปีในการขายหุ้นที่ถืออยู่
บัญชีดำของกระทรวงกลาโหม แตกต่างจากบัญชีดำของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกันหัวเหว่ยและบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติจีนหลายราย จากบรรดาซัพพลายเออร์ในสหรัฐ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของประเทศ เพราะวางข้อจำกัดสำหรับบริษัทต่างๆ ในการส่งออกเทคโนโลยีอเมริกันไปยังบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำ หากไม่มีใบอนุญาต
อย่างไรก็ตาม บัญชีดำของกระทรวงกลาโหมก่อให้เกิดความสับสนในภาคปฏิบัติ เหมือนกรณีของบริษัทไชนา โมบายล์, ไชนา เทเลคอม และไชนา ยูนิคอม ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเคลื่อนไหวกลับไปกลับมาถึง 3 ครั้ง ตอนแรกประกาศจะเพิกถอนหลักทรัพย์จดทะเบียนของบริษัททั้งสามออกจากตลาด จากนั้นก็ตัดสินใจไม่เพิกถอนหลังจากหารือกับผู้ดูแลกฎระเบียบ แต่ในที่สุดก็เปลี่ยนใจอีกครั้งว่าจะเพิกถอน
เสียวหมี่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง และคำสั่งของทรัมป์อาจบีบให้นักลงทุนอเมริกันต้องถอนการถือครองหุ้นในผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายนี้ ขณะเดียวกัน ข่าวดังกล่าวทำให้ราคาหุ้นของเสียวหมี่ปรับตัวลงมากกว่า 11% ในการซื้อขายวานนี้

