ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.58 บาท/ดอลลาร์ ‘ทรงตัว’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.58 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 33.45-33.70 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.58 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้ที่ 33.45-33.70 บาทต่อดอลลาร์
ตลอดช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 33.54-33.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังไม่มีทิศทางชัดเจน แม้เผชิญแรงกดดันจากราคาทองคำโลกที่ทยอยปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น สะท้อนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor
อย่างไรก็ตาม การกลับมาเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุนช่วยลดความต้องการถือครองเงินดอลลาร์บางส่วน ส่งผลให้เงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงมากนัก
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาการเมืองยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์ยุโรปและเงินยูโร
เงินบาทเสี่ยงผันผวน จับตาทองคำและเงินดอลลาร์
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ในระหว่างวัน เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เพื่อรอปัจจัยใหม่ โดยยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าหากราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม เงินบาทอาจได้รับแรงหนุนบางส่วน หากเงินดอลลาร์ยังเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด เนื่องจากสัปดาห์นี้ไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ หรือถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ FED ที่คาดว่าจะส่งผลต่อเงินดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ ซึ่งมีกำหนดประกาศในช่วงเวลาประมาณ 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
หากข้อมูลสะท้อนว่าตลาดแรงงานอังกฤษยังแข็งแกร่ง และการเติบโตของค่าจ้างยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ หรือ BOE ซึ่งจะช่วยหนุนเงินปอนด์และกดดันเงินดอลลาร์ ส่งผลบวกต่อเงินบาทได้บางส่วน
สำหรับแนวโน้มทางเทคนิค Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินแนวรับเงินบาทที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 33.30-33.40 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนถึงแนวรับสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์
ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 33.70 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 33.85 บาทต่อดอลลาร์
ระยะกลางเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่า รับไฮซีซั่นท่องเที่ยว
สำหรับแนวโน้มระยะกลางถึงระยะยาว Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงประเมินว่า FED อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมเดือนธันวาคม ก่อนคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2027 และทยอยลดดอกเบี้ยในระยะต่อไป
มุมมองดังกล่าวทำให้เงินบาทยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่าขึ้น เนื่องจากตลาดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของ FED มากกว่าที่ Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินไว้
นอกจากนี้ เงินบาทยังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ High Season ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1 ปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วหรือมากกว่าคาดยังมีอยู่ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและยืดเยื้อ จนผลักดันราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ในเชิงเทคนิค เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้ม อ่อนค่า ทั้งกรอบรายวันและรายสัปดาห์ โดยต้องกลับมาแข็งค่าผ่านระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์ ในกรอบรายวัน และ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ในกรอบรายสัปดาห์ จึงจะเริ่มเห็นสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้มกลับมาแข็งค่าอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS แนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาดการเงิน

