ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.09 บาท/ดอลลาร์ ‘อ่อนค่าลงเล็กน้อย’ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.05 บาท/ดอลลาร์ ‘กรุงไทย’ ประเมินกรอบวันนี้ที่ 33.00-33.20 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.09 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย หรือแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ 32.75-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 33.00-33.20 บาทต่อดอลลาร์
นับตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 32.97-33.14 บาทต่อดอลลาร์ โดยเฉพาะช่วงตลาดรับรู้รายงานเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังว่า FED จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม การตอบสนองของตลาดเกิดลักษณะ “Sell on Fact” ส่งผลให้เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบางช่วง ก่อนกลับมาอ่อนค่าเหนือระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงขึ้น และราคาพลังงานที่ยังปรับตัวสูงต่อเนื่อง
สำหรับข้อมูลเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ล่าสุดที่ยังชะลอลงไม่มากนัก ทำให้ตลาดยังคงให้น้ำหนักสูงต่อโอกาสที่ FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้
สัปดาห์นี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED และธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนต่อเงินดอลลาร์ เงินเยน ราคาทองคำ และเงินบาท
แนวโน้มค่าเงินบาท
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มมีกำลังมากขึ้น แต่ในเชิงเทคนิคตามกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่า ทั้งในกรอบรายวันและรายสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ร้อนแรงและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าได้
เงินบาทยังมีความเสี่ยงแบบ Two-way risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตะวันออกกลาง และการปรับมุมมองของตลาดต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED
หาก FED ขึ้นดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด แต่ Dot Plot ชุดใหม่ไม่ได้สะท้อนแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องมากเท่าที่ตลาดประเมินไว้ อาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง พร้อมหนุนราคาทองคำและทำให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้น
ในทางกลับกัน หาก Dot Plot สะท้อนว่า FED อาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกราว 2 ครั้งในปีนี้ หรือรวมเป็น 3 ครั้งตลอดทั้งปี และยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในปีหน้า อาจหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้อย่างมีนัยสำคัญ
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินแนวรับเงินบาทบริเวณ 32.75-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์
นอกจากนี้ เงินบาทอาจผันผวนมากกว่าคาดตามการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น โดยตลาดต้องรอติดตามผลการประชุม BOJ ว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ สอดคล้องกับที่ตลาดคาดหวังหรือไม่
สำหรับเงินดอลลาร์ ทิศทางสำคัญจะขึ้นอยู่กับ Dot Plot ใหม่ของ FED ว่าสะท้อนจำนวนครั้งของการปรับดอกเบี้ยในอนาคตอย่างไร ขณะที่หาก FED สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคงดอกเบี้ย อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ได้พอสมควร
ทั้งนี้ ตลาดยังต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่นจากผลประชุม BOJ รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้งหมดอาจส่งผลต่อความผันผวนของเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้

