รัฐบาลโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับภาคเอกชนไทย และทีมผู้จัดงาน Tomorrowland เดินหน้าจัดเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ “Tomorrowland Thailand” ระหว่างวันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ณ Wisdom Valley พัทยา จังหวัดชลบุรี
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Consciencia” เชื่อมโยงเทศกาลจากเบลเยียม ไทย และบราซิล โดยนำเสนอแนวดนตรีและเทคนิคการแสดงที่สะท้อน “6 อารมณ์ดั้งเดิมของมนุษย์” ได้แก่ ความพิศวง ความรัก ความโกรธ ความสุข ความปรารถนา และความเศร้า
เปิดจำหน่ายบัตร 2 ระยะ
- 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 น.
เปิดจำหน่ายบัตร Hotel Package ผ่านระบบ WorldWide Ticket Sale
แพ็กเกจประกอบด้วย- บัตรเข้างานแบบ Full Madness Pass (3 วัน)
- ที่พัก
- บริการรถรับส่งระหว่างโรงแรมและพื้นที่จัดงาน
- 7 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป
เปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมงานทั่วไป 4 ประเภท ได้แก่- Day Pass (1 วัน)
- Comfort (VIP) Pass (1 วัน)
- Full Madness Pass (3 วัน)
- Full Madness Comfort (VIP) Pass
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดศิลปินและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของ Tomorrowland Thailand
ลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 110 ประเทศ
ททท. ระบุว่า มีผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-register) จากกว่า 110 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งตลาดระยะไกล (Long-haul) เช่น ลาตินอเมริกา แอฟริกาใต้ และยุโรป รวมถึงตลาดระยะใกล้ (Short-haul) เช่น จีน สิงคโปร์ และเกาหลีใต้
คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ยวันละประมาณ 50,000 คน โดยมากกว่า 60% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ
คาดกระตุ้นเศรษฐกิจ 5,300 ล้านบาทต่อปี
ภาครัฐประเมินว่า การจัดงานจะสามารถกระตุ้นค่าใช้จ่ายของผู้ร่วมงานไม่น้อยกว่า 1,426 ล้านบาท และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 5,300 ล้านบาทต่อปี
การเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเทศกาลเต็มรูปแบบในเอเชียครั้งแรก สะท้อนความเชื่อมั่นของพันธมิตรระดับโลกต่อศักยภาพของประเทศไทย และเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย
บทวิเคราะห์: จุดเปลี่ยน “Festival Economy” ไทย
การดึงเทศกาลดนตรีระดับโลกเข้าสู่ไทย ไม่เพียงสร้างเม็ดเงินระยะสั้นจากการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “Global Event Destination” โดยเฉพาะในตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง (High-spending travelers)
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงกับแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ยังเปิดโอกาสต่อยอดธุรกิจโรงแรม การขนส่ง อาหารและเครื่องดื่ม สื่อบันเทิง และอุตสาหกรรมอีเวนต์ในระยะยาว
หากการจัดงานประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย อาจเป็นต้นแบบการดึงงานระดับโลกเข้าสู่ประเทศไทยต่อเนื่องในอนาคต และกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหลังปี 2569

