ByteDance บริษัทเทคโนโลยีจีนเจ้าของ TikTok และ Douyin ระดมเงินกู้ครั้งใหญ่ 29.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากธนาคารเกือบ 30 แห่ง ท่ามกลางการแข่งขันลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ต้องใช้เงินทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งข่าวระบุว่า เงินส่วนใหญ่จะถูกนำไปสนับสนุนแผน AI และโครงการนอกประเทศจีน รวมถึง Data Center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Reuters รายงานวันที่ 4 ก.ย. 2569 โดยอ้างแหล่งข่าว 3 รายที่มีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า เงินกู้ก้อนนี้มีมูลค่า 29.6 พันล้านดอลลาร์ และถือเป็นเงินกู้ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียในปีนี้ รองจาก SoftBank ที่ระดมเงิน 40 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมีนาคม เพื่อสนับสนุนการลงทุนใน OpenAI
เดิม ByteDance ตั้งเป้าระดมเงินประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์ แต่เพิ่มวงเงินขึ้นหลังได้รับความสนใจจากสถาบันการเงินจำนวนมาก โดยธนาคารจีนรับสัดส่วนมากกว่า 60% ของวงเงินทั้งหมด ขณะที่มีธนาคารจากสหรัฐฯ ยุโรป และสิงคโปร์เข้าร่วมด้วย
เงินกู้ดังกล่าวมีอายุเริ่มต้น 3 ปี และมีเงื่อนไขให้สามารถขยายเพิ่มได้อีก 2 ปี โดย Citigroup และ JPMorgan เป็นผู้ประสานงานการระดมทุน
กู้แบบไม่มีหลักประกัน สะท้อนความเชื่อมั่นของธนาคาร
จุดที่น่าสนใจคือ เงินกู้จำนวนมหาศาลนี้เป็น Unsecured Loan หรือเงินกู้ที่ไม่มีหลักประกัน หมายความว่า ByteDance ไม่ได้นำสินทรัพย์หรือหุ้นของบริษัทมาค้ำประกัน
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุกับ Reuters ว่า การเห็นเงินกู้ขนาดใหญ่ระดับนี้โดยไม่มีหลักประกันเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และสะท้อนว่าธนาคารผู้ให้กู้มีความเชื่อมั่นต่อความสามารถทางการเงินของ ByteDance ในระดับสูง
ByteDance แจ้งกับธนาคารว่าเงินกู้จะใช้สำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท แต่แหล่งข่าวระบุว่า เงินส่วนใหญ่จะถูกนำไปสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการนอกประเทศจีน
เงิน AI เริ่มไหลเข้า Data Center อาเซียน
อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ ByteDance เป็นผู้ทำสัญญาซื้อกำลังประมวลผล หรือ Offtaker ของ Data Center หลายโครงการที่กำลังก่อสร้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การเป็น Offtaker หมายถึงบริษัททำสัญญาผูกพันเพื่อซื้อกำลังการประมวลผลหรือ Capacity จาก Data Center ตามปริมาณที่กำหนด ซึ่งช่วยให้ผู้พัฒนาโครงการมีความชัดเจนด้านรายได้ก่อน Data Center เปิดดำเนินงานจริง
Lian Jye Su หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Omdia ระบุว่า ByteDance กำลังแข่งขันกับผู้ให้บริการ Hyperscaler ในประเทศจีนด้าน AI Data Center ขณะเดียวกันก็แข่งขันกับผู้เล่นระดับโลกในด้านโมเดล AI แบบ Multimodal ซึ่งทั้งสองด้านจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล
การแข่งขันดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกกำลังเพิ่มงบลงทุนด้านชิป เซิร์ฟเวอร์ ระบบไฟฟ้า และ Data Center เพื่อรองรับการฝึกและให้บริการโมเดล AI ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
ByteDance เองก็เร่งสร้างความสามารถด้าน AI โดย Reuters เคยรายงานว่า บริษัทอยู่ระหว่างหารือซื้อชิป AI จากผู้ผลิตจีนสำหรับงาน Inference หลังข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทำให้บริษัทจีนต้องเร่งหาแหล่งชิปภายในประเทศมากขึ้น
จาก TikTok สู่ผู้เล่นโครงสร้างพื้นฐาน AI
การระดมทุนครั้งนี้สะท้อนว่า ByteDance กำลังขยายบทบาทจากบริษัท Social Media ไปสู่ผู้เล่นที่ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับเดียวกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลก
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2567 ByteDance เคยระดมเงินกู้จากธนาคารจีนและต่างประเทศประมาณ 10.8 พันล้านดอลลาร์ แต่การกู้รอบล่าสุดเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า สะท้อนขนาดเงินทุนที่การแข่งขัน AI ต้องการในปัจจุบัน
สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความเคลื่อนไหวของ ByteDance เป็นอีกสัญญาณว่า ภูมิภาคกำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะที่ตั้งของ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
อย่างไรก็ตาม Reuters ไม่ได้ระบุว่า Data Center ที่ ByteDance ทำสัญญาอยู่ในประเทศใดบ้างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเงินกู้ก้อนนี้จะไหลเข้าสู่โครงการในประเทศไทยโดยตรง
ทั้งนี้ ByteDance และ JPMorgan ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อ Reuters ขณะที่ Citigroup ปฏิเสธแสดงความคิดเห็น และ Bloomberg News เป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานเรื่องเงินกู้ดังกล่าวก่อน Reuters จะยืนยันรายละเอียดเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวของตนเอง

