HomePR Newsเจแอลแอล รักษาตำแหน่งที่ปรึกษาการลงทุนอันดับ 1 ในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 

เจแอลแอล รักษาตำแหน่งที่ปรึกษาการลงทุนอันดับ 1 ในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 

MSCI Real Assets ระบุว่าจากมูลค่าการซื้อขายทรัพย์สินรวมในประเทศไทย ณ ปี 2568 JLL ครองอันดับ 1 ของการเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนตอกย้ำความเป็นผู้นำในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เจแอลแอล (NYSE: JLL) ประกาศความสำเร็จในการรักษาตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการลงทุนอันดับ 1 ของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จากการจัดอันดับของ MSCI Real Assets ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด และความสามารถในการให้คำแนะนำที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักลงทุนจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 เจแอลแอลครองอันดับ 1 จากมูลค่าธุรกรรมการลงทุนรวม และยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อบริษัทอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

ภาพรวมตลาดการลงทุนในประเทศไทยในปี 2568 สะท้อนถึงการจัดสรรเงินทุนที่มีความรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้น โดยนักลงทุนให้ความสำคัญกับสินทรัพย์คุณภาพสูงในทำเลศักยภาพที่สามารถสร้างรายได้ได้เร็ว รวมถึงโอกาสในกลุ่มโลจิสติกส์ โครงการมิกซ์ยูส และกลยุทธ์การปรับปรุงสินทรัพย์ให้สามารถแข่งขันได้ แม้การซื้อขายโดยรวมยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวัง แต่สินทรัพย์คุณภาพสูงในทำเลหลักยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้เจแอลแอลมีบทบาทสำคุญในการใช้ความเชี่ยวชาญและฐานข้อมูลเพื่อให้คำแนะนำแก่นักลงทุน  รวมถึงประสบการณ์การจัดโครงสร้างธุรกรรมภายใต้สภาวะการลงทุนที่มีความท้าทาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้เจแอลแอลสามารถรักษาความเป็นผู้นำในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง

- Advertisement -

“การรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งที่เรามีกับนักลงทุนและเจ้าของสินทรัพย์ รวมถึงความสามารถในการส่งมอบผลลัพธ์ได้อย่างต่อเนื่องในทุกสภาวะตลาด เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับความไว้วางใจที่มีให้กับบริษัทเจแอลแอลตลอดมา ทุกท่านมีส่วนสำคัญที่ทำให้เราบรรลุความสำเร็จในครั้งนี้” นายกฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย และหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน เจแอลแอล ประเทศไทย กล่าว “ภาพรวมการลงทุนในประเทศไทยยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนมีความรอบคอบมากขึ้นในการประเมินการลงทุน และให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ ทำเล และความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว บทบาทของเราคือการช่วยลูกค้ารับมือกับความซับซ้อนดังกล่าวผ่านข้อมูลเชิงลึก การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนทั้งในและต่างประเทศ”กฤช ปิ่มหทัยวุฒิ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าหน่วยธุรกิจบริการด้านการลงทุน, เจแอลแอล ประเทศไทย

ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจแอลแอลมีส่วนแบ่งตลาดรวมสูงถึง 50.5% ใน 5 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และมาเลเซีย โดยครองอันดับ 1 ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม สะท้อนความแข็งแกร่งในธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงทุนในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ ในปี 2568 ทีมบริการด้านการลงทุนของเจแอลแอล ได้เป็นที่ปรึกษาในการบริหารจัดการธุรกรรมการซื้อขายในหลายประเทศ (sell-side cross-border transactions) รวมมูลค่ากว่า 703.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ใน 5 ตลาดที่มีการเติบโตสูง โดยเชื่อมโยงนักลงทุนระดับโลกเข้ากับโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง ทั้งในกลุ่มโลจิสติกส์ ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน และโครงการมิกซ์ยูส

ความสำเร็จของเจแอลแอล ประเทศไทย ได้รับแรงสนับสนุนจากแพลตฟอร์มข้อมูลเชิงวิเคราะห์แบบครบวงจร ที่ผสานความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นเข้ากับเครือข่ายระดับภูมิภาคและความสัมพันธ์กับนักลงทุนทั่วโลก โดยบริษัทยังคงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเงินทุนข้ามพรมแดน และให้คำปรึกษาด้านธุรกรรมเชิงกลยุทธ์แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ท่ามกลางสภาพตลาดที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ความต้องการใช้พื้นที่จริง คืออีกด้านของตัวเลขการลงทุน

เบื้องหลังตัวเลขธุรกรรมทุกดีล มีคำถามหนึ่งที่นักลงทุนถามก่อนเซ็นเสมอ ใครจะเป็นคนใช้พื้นที่นั้น

กลุ่มอาคารสำนักงานเห็นภาพนี้ชัดที่สุด เพราะมูลค่าของอาคารไม่ได้อยู่ที่ตัวตึกหรือทำเลอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการดึงผู้เช่าคุณภาพเข้ามาและรักษาไว้ให้อยู่ยาว ตลาดกรุงเทพฯ ช่วงนี้จึงน่าจับตา อาคารใหม่ทยอยเปิดต่อเนื่อง ผู้เช่ามีอำนาจต่อรองมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน หลายองค์กรใช้จังหวะนี้ขยับขึ้นไปอยู่อาคารที่ดีกว่าเดิมด้วยงบที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก (บางรายได้ทั้งทำเลที่เดินทางสะดวกขึ้น และพื้นที่ส่วนกลางที่พนักงานใช้งานได้จริง)

แต่ที่เปลี่ยนไปชัดกว่านั้น คือวิธีที่องค์กรนิยามคำว่า “ออฟฟิศ”

สมัยก่อนเซ็นสัญญา 3 ปี ต่ออีก 3 ปี ตกแต่งทีเดียวจบ ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป หลายบริษัทเลือกสำนักงานหลักขนาดพอดีกับทีมประจำ แล้วเสริมด้วยพื้นที่ยืดหยุ่นสำหรับทีมโปรเจกต์ ทีมที่เพิ่งตั้ง หรือทีมขายที่เข้าออฟฟิศแค่ไม่กี่วันต่อสัปดาห์ ปรับขึ้นลงได้ตามงานจริง ไม่ต้องจ่ายค่าพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้

แล้วแบบไหนเหมาะกับองค์กรของคุณ?

ไม่มีสูตรสำเร็จ ขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงาน แผนการเติบโตในอีก 2 ถึง 3 ปีข้างหน้า งบต่อหัว และความพร้อมที่จะผูกพันสัญญายาว ถ้าโครงสร้างทีมนิ่งแล้ว การเช่า serviced office ในกรุงเทพฯ มักคุ้มกว่าเมื่อคิดต้นทุนตลอดอายุสัญญา แต่ถ้าทีมยังปรับขนาดอยู่เรื่อย ๆ หรือเป็นบริษัทต่างชาติที่เพิ่งเข้ามาทดลองตลาดไทย coworking space ในกรุงเทพฯ และพื้นที่แบบ flex space จะตอบโจทย์กว่า เข้าอยู่ได้ภายในไม่กี่วัน ไม่ต้องลงทุนตกแต่งเอง แล้วก็เพิ่มลดที่นั่งได้ตามจริง

เจแอลแอลทำงานกับทั้งสองฝั่งมาตลอด ฝั่งเจ้าของอาคารและนักลงทุนที่อยากรู้ว่าผู้เช่ากำลังมองหาอะไร กับฝั่งผู้เช่าที่กำลังหาพื้นที่ให้ลงตัวทั้งงบประมาณและวิธีทำงานของทีม ข้อมูลจากสองด้านนี้เองที่ทำให้คำแนะนำแม่นยำขึ้น

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News