“อนุทิน” เผยครม.ไฟเขียวงบกลาง 4,000 ลบ. เยียวยาน้ำท่วมทั่วประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบกลางที่เหลือประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นายอนุทินระบุว่า เชื่อว่าวงเงินดังกล่าวจะเพียงพอสำหรับการเยียวยาและการดำเนินงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยการจ่ายเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
“น่าจะเพียงพอในการเยียวยา และปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั่วประเทศ ไม่เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น โดยจะจ่าย 9,000 บาททุกครัวเรือนหรือไม่นั้น มันจะมีหลักเกณฑ์ เงื่อนไข” นายอนุทินกล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ยังมีมติอนุมัติโครงการระบายน้ำในเส้นทางชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย วงเงินประมาณ 160,000 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 8 ปี โดยใช้ทั้งงบประมาณและเงินกู้
หากโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำและใช้พื้นที่เป็นแก้มลิงตามธรรมชาติ
ขณะเดียวกัน จะมีการประชุมโดยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ เปิดทางให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการสร้างแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำ ผันน้ำ และนำกลับมาใช้ในช่วงฤดูแล้ง
“ในเมื่อน้ำมันท่วมแล้ว ในเมื่อมันเกิดขึ้น เราต้องสร้างสิ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์ในวันที่เราต้องการใช้มันในช่วงแล้งด้วย” นายอนุทินกล่าว
สำหรับแหล่งเงินดำเนินโครงการ จะมีทั้งเงินกู้และงบประมาณ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง จะหารือรายละเอียดร่วมกันต่อไป
“เอกภพ” แจงโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองประชาชน เริ่ม 1 ต.ค.นี้
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงความคืบหน้าโครงการประกันภัยพิบัติสำหรับประชาชนของรัฐบาล ซึ่งครอบคลุมความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและกรณีเสียชีวิตจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว โดยกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570

นายเอกภพระบุว่า รัฐบาลเตรียมงบประมาณสำหรับการเยียวยาประชาชนไว้แล้ว และจะเร่งดำเนินการให้โครงการมีผลตามกำหนด
การนำระบบประกันภัยมาใช้ถือเป็นแนวทางใหม่ในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ แตกต่างจากแนวทางเดิมที่รัฐบาลต้องพิจารณารูปแบบความเสียหายและกำหนดมาตรการเยียวยาเป็นรายกรณีหลังเกิดเหตุ
ระบบประกันภัยจะช่วยให้การชดเชยความเสียหายเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และช่วยลดภาระของรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาในแต่ละครั้ง
นายเอกภพระบุว่า ความเสี่ยงจากภัยพิบัติจะถูกถ่ายโอนไปยังบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะเป็นผู้เข้ามาดำเนินการชดเชยความเสียหายตามเงื่อนไขที่กำหนด
สำหรับความคืบหน้า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดขั้นสุดท้ายกับบริษัทประกันภัย โดยรัฐบาลเสนอวงเงินความคุ้มครองไว้ที่ 75,000 ล้านบาท หลังจากบริษัทประกันภัยเสนอวงเงินคุ้มครองเบื้องต้นต่ำกว่าระดับดังกล่าว
คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใต้กรอบการเจรจา และสามารถลงนามให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
อย่างไรก็ตาม นายเอกภพย้ำว่า สถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นก่อนวันที่กรมธรรม์มีผล ไม่สามารถนำความคุ้มครองจากโครงการดังกล่าวมาใช้ย้อนหลังได้ เนื่องจากหลักการประกันภัยจะเริ่มให้ความคุ้มครองตามวันที่และเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา
เตือนด่วน! สั่งย้ายรถหนีน้ำลงจาก “โทลล์เวย์-ทางด่วน”
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า จากกรณีมีประชาชนนำรถยนต์ขึ้นไปจอดหนีน้ำท่วมบนทางด่วนและดอนเมืองโทลล์เวย์เป็นจำนวนมาก ขอให้เจ้าของรถเร่งเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่ดังกล่าว

เนื่องจากทางหลวง ทางด่วน และโทลล์เวย์ เป็นเส้นทางที่รถใช้ความเร็วสูง ขณะที่สภาพการจราจรและการขับขี่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การจอดรถบนเส้นทางดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและทรัพย์สิน
กระทรวงคมนาคมได้เตรียมรถลากประมาณ 40 คัน เพื่อสนับสนุนตำรวจจราจรในการจัดระเบียบพื้นที่และเคลื่อนย้ายรถ
สำหรับถนนในพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่รอบนอกที่ยังมีน้ำท่วม เช่น บริเวณเคหะร่มเกล้า นายกรัฐมนตรีมอบแนวทางให้เน้นการบริการประชาชนเป็นหลัก หากการจอดรถไม่กีดขวางการจราจรมากเกินไป สามารถผ่อนผันได้ตามความเหมาะสม
แต่หากเป็นพื้นที่ทางด่วน ทางหลวง หรือสะพานข้ามแยกที่กีดขวางการจราจร ตำรวจจราจรจะประชาสัมพันธ์และดำเนินการจัดระเบียบ โดยมีกระทรวงคมนาคมสนับสนุนเครื่องมือ
ด้านสถานที่จอดรถ กระทรวงคมนาคมระบุว่า อาคารจอดรถของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ยังเปิดให้ประชาชนนำรถเข้าจอดฟรีได้จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม และหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายจะพิจารณาขยายระยะเวลา
ส่วนกรณีมีการเรียกเก็บเงินในวันแรก นายสิริพงศ์ระบุว่า เกิดจากความคลาดเคลื่อนด้านการสื่อสาร เนื่องจากมีประชาชนนำรถเข้าจอดก่อนวันประกาศใช้มาตรการจริง โดย รฟม. ได้ขออภัยและจะคืนเงินให้ผู้ที่ชำระค่าจอดรถในวันดังกล่าว
สำหรับข้อเสนอให้ยกเว้นค่าทางด่วนเพิ่มเติม นายสิริพงศ์ระบุว่า ดำเนินการได้ยาก เนื่องจากต้องเจรจากับคู่สัญญาเอกชนผู้ได้รับสัมปทาน พร้อมยืนยันว่า ที่ประชุม ครม. ไม่มีการพิจารณาประกาศวันหยุดราชการเพิ่มเติม
‘สุรศักดิ์’ อัดยับการบินไทย บริหารกระเป๋าล้มเหลว หวั่นทุบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
วันนี้ 29 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงปัญหาการบริหารสัมภาระของสายการบินไทย หลังเกิดกรณีกระเป๋าผู้โดยสารตกค้างสะสมและเที่ยวบินล่าช้า

นายสุรศักดิ์ระบุว่า ตนประสบปัญหาดังกล่าวด้วยตัวเอง หลังเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นด้วยสายการบินไทย และมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า แม้ปัญหาน้ำท่วมจะทำให้พนักงานบางส่วนไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความไม่พร้อมด้านการบริหารจัดการของสายการบิน
โดยกล่าวอ้างว่า การบินไทยอาจจัดสรรพนักงานไปให้บริการ Ground Handling แก่สายการบินอื่นที่มีสัญญาอยู่ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับตามสัญญา จนส่งผลกระทบต่อการให้บริการเที่ยวบินของการบินไทยเอง
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นมุมมองและข้อสังเกตของนายสุรศักดิ์ ซึ่งผู้เกี่ยวข้องยังสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้
นายสุรศักดิ์ยังระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่ได้ประสบปัญหาเที่ยวบินล่าช้าจากสภาพอากาศ แต่ปัญหาส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับความพร้อมด้านเทคนิคและการบริหารจัดการของสายการบิน
นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์กล่าวว่า หน่วยงานภายนอกหลายแห่งพยายามเข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงกำลังทหารจากกระทรวงกลาโหมที่เข้าช่วยขนย้ายสัมภาระ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการประสานงานและการดูแลเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาสนับสนุน
“ทุกหน่วยงานพยายามเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองหรือได้รับความร่วมมือที่ดีจากการบินไทย ซึ่งเรื่องนี้ไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนให้ผู้โดยสาร แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของประเทศ” นายสุรศักดิ์กล่าว
นายสุรศักดิ์เห็นว่า ผู้บริหารการบินไทยควรทำงานเชิงรุกมากขึ้น พร้อมเสนอให้กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ พิจารณาเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น
‘ครม.’ ไฟเขียวงบกลางฯ 1,200 ล้าน เสริมสภาพคล่อง กยศ.
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1,206,477,900 บาท ให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.

งบประมาณดังกล่าวจะนำไปใช้สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา โดยเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา และค่าครองชีพให้แก่นักเรียนและนักศึกษาผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่อง
จากการประมาณการกระแสเงินสดของกองทุน พบความเสี่ยงที่ กยศ. อาจประสบภาวะขาดสภาพคล่อง จนมีเงินไม่เพียงพอสำหรับโอนจ่ายให้แก่นักเรียนและนักศึกษาผู้กู้ยืมจำนวน 141,838 ราย คิดเป็นวงเงินรวม 1,206,477,900 บาท
การจัดสรรงบกลางครั้งนี้จึงมีเป้าหมายรักษาสภาพคล่องของกองทุน เพื่อให้สามารถโอนจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้จนสิ้นปีการศึกษา 2569 และป้องกันไม่ให้นักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้ปกครองได้รับผลกระทบหรือเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นชอบกับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว โดยมองว่าจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและทำให้นักเรียนและนักศึกษามีเงินสำหรับศึกษาต่ออย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์มีข้อสังเกตว่า กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียน แต่แนวโน้มการชำระหนี้คืนกองทุนเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา
จึงเสนอให้ กยศ. พิจารณามาตรการเร่งรัดการชำระหนี้ โดยจัดกลุ่มผู้กู้ตามระดับรายได้และกำหนดเงื่อนไขผ่อนชำระให้เหมาะสม เพื่อลดการเกิดหนี้เสียและแก้ปัญหาสภาพคล่องของกองทุนในระยะยาว

