HomeWorldฮ่องกงเตรียมฟ้อง WTO หลังสหรัฐบังคับติดป้ายสินค้า 'Made in China'

ฮ่องกงเตรียมฟ้อง WTO หลังสหรัฐบังคับติดป้ายสินค้า ‘Made in China’

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามคำสั่งยุติการให้สถานะพิเศษแก่ฮ่องกง ภายหลังจากที่จีนบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง

ล่าสุดสำนักงานปกป้องพรมแดนและศุลกากรสหรัฐฯ ได้ประกาศกำหนดให้สินค้าที่ผลิตในฮ่องกงที่นำเข้ามาในสหรัฐฯ ต้องแสดงป้ายกำกับสินค้าว่า “ผลิตในประเทศจีน” (Made in China) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนนี้เป็นต้นไป

นอกจากนี้ฮ่องกงจะไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวได้อย่างอิสระอีกต่อไป เนื่องจากสหรัฐฯ จะขยายการควบคุมสินค้าส่งออกจากจีนให้รวมถึงฮ่องกงด้วย หลายฝ่ายคาดว่าสินค้าส่งออกจากฮ่องจะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น

- Advertisement -

ด้านโฆษกประจำสำนักงานพัฒนาด้านพาณิชย์และเศรษฐกิจของฮ่องกง (Hong Kong Commerce and Economic Development Bureau) ออกมากล่าวว่าฮ่องกงจะหาวิธีเจรจาหารือแบบทวิภาคีกับสหรัฐฯ ก่อน หากการเจรจาไม่เป็นผลฮ่องกงจะดำเนินการตอบโต้ต่อสหรัฐฯ ภายใต้กลไกการระงับข้อพิพาทขององค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อแสดงให้สหรัฐฯ เห็นว่าฮ่องกงมีสถานะและขอบเขตทางการศุลกากรที่แยกออกจากจีนอย่างชัดเจนและฮ่องกงต้องการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง

พร้อมระบุด้วยว่าการประกาศของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการแสดงป้ายกำกับสินค้าดังกล่าวถือเป็นการดูหมิ่นฮ่องกงในฐานะสมาชิกองค์การการค้าโลก(WTO)ที่แยกตัวเป็นอิสระจากประเทศอื่น

การประกาศของสหรัฐฯ ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ฮ่องกงซึ่งถือเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีความเปิดกว้างมากที่สุดในโลกเองไม่เคยประสบมาก่อน และรัฐบาลฮ่องกงกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลกต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญบางรายออกมาแสดงความกังวลว่าการตอบโต้สหรัฐฯ จะยิ่งทำให้เรื่องบานปลาย ในขณะที่บางส่วนมีความเห็นว่าฮ่องกงควรแสดงจุดยืนและต่อสู้เพื่อสิทธิในฐานะสมาชิกขององค์การการค้าโลก

นักวิชาการ นักการเมือง นักการทูต และนักกฎหมายส่วนหนึ่งกล่าวว่าสหรัฐฯ ยังต้องตอบคำถามเกี่ยวกับคดีความ ตามที่ข้อตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (GATT) และองค์การการค้าโลก (WTO) ต่างมีการระบุมาตราว่าด้วยการละเมิดเกี่ยวกับป้ายกำกับสินค้า ภาษี การควบคุมการส่งออก และอิสรภาพในการปกครองตนเอง และไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าสหรัฐฯ จะสามารถชนะได้ในกรณีนี้

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News