HomeCOVID-19เศรษฐกิจ เอเชีย เริ่มฟื้น! สวนทาง ตะวันตก

เศรษฐกิจ เอเชีย เริ่มฟื้น! สวนทาง ตะวันตก

เศรษฐกิจ ของประเทศยักษ์ใหญ่ในเอเชียอย่างญี่ปุ่นกับจีนเริ่มฟื้น หลังญี่ปุ่นรายงานจีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัว 5% ขณะการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดขายปลีกในจีนดีดตัวขึ้น สวนทางเฟดที่ระบุเศรษฐกิจอยู่บนเส้นทางยาวไกลกว่าจะฟื้นตัว ด้านธนาคารกลางอังกฤษหวั่นเจอภาวะถดถอยซ้ำสอง

ญี่ปุ่น ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลก รายงานว่าเศรษฐกิจไตรมาส 3 ขยายตัว 5% เทียบกับไตรมาส 2 อันสะท้อนถึงการหลุดพ้นจากภาวะถดถอย หลังได้แรงหนุนจากความต้องการในประเทศและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น

การเติบโตมีขึ้นหลังจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หดตัวมา 3 ไตรมาส โดยติดลบไป 8.2% เมื่อไตรมาส 2 การขยายตัวทางเศรษฐกิจถือเป็นข่าวดีสำหรับรัฐบาลญี่ปุ่น ซึ่งหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดอย่างในบางประเทศ เพราะพยายามหาจุดที่สมดุลระหว่างการควบคุมการระบาดของไวรัส กับการปกป้องเศรษฐกิจ

- Advertisement -

นักวิเคราะห์มองว่าการฟื้นตัวของญี่ปุ่น น่าจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 4

ด้านจีนรายงานตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นเกือบ 7% เมื่อเดือนที่แล้ว ส่วนยอดขายปลีกเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีนี้ที่กว่า 4%

ขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียกระเตื้องขึ้น ปรากฎว่าในซีกโลกตะวันตกมีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น จนบางประเทศต้องนำมาตรการควบคุมการระบาดกลับมาใช้

อ่าน : ธนาคารโลก ชี้จีดีพีจีนปีนี้โต 1.6% สวนเศรษฐกิจโลกหดตัว 5.2%
อ่าน : สำรวจเศรษฐกิจสหรัฐ ใต้เงา ”ทรัมป์”
อ่าน : ฟิลิปปินส์เปิดรับนักลงทุนต่างชาติเดินทางเข้าประเทศปลุกเศรษฐกิจ

ประธานธนาคารกลางสหรัฐย้ำว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังต้องการมาตรการกระตุ้นจากทั้งภาครัฐและธนาคารกลาง จึงจะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจยังอยู่บนเส้นทางอันยาวไกลกว่าจะฟื้นตัว

ทั้งนี้ เป็นเวลาอย่างน้อย 15 วันติดกันที่สหรัฐรายงานผู้ติดเชื้อใหม่วันละมากกว่า 100,000 คน  โดยนับถึงเช้าวันพุธตามเวลาในสหรัฐ 47 รัฐรายงานผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% จากสัปดาห์ก่อน ทำให้มีประกาศมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมการระบาดออกมาทุกวัน รวมถึงที่เมืองชิคาโกซึ่งทางการแนะนำให้ยกเลิกการจัดเฉลิมฉลองเทศกาลขอบคุณพระเจ้า และหลีกเลี่ยงการเดินทาง

ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษเตือนเมื่อต้นเดือนนี้ ว่าเศรษฐกิจอังกฤษอาจตกสู่ภาวะถดถอยซ้ำสอง สืบเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 และอนาคตที่ไม่แน่นอนกรณีของเบร็กซิท โดยธนาคารกลางอังกฤษได้ตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ 0.1% พร้อมเพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลเป็น 875,000 ล้านปอนด์

ธนาคารกลางอังกฤษมองว่ามาตรการต่าง ๆ ที่นำมาใช้ควบคุมการระบาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะฉุดรั้งการใช้จ่ายของผู้บริโภคมากกว่าที่คาดหมายไว้เมื่อเดือนส.ค. และกระทบต่อจีดีพีไตรมาส 4

อังกฤษกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ โดยร้านอาหาร บาร์ และธุรกิจที่ไม่จำเป็น ปิดให้บริการไปจนถึงวันที่ 2 ธ.ค.

นักวิเคราะห์ของออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศยักษ์ใหญ่ในยุโรป จะหดตัวในไตรมาส 4 สืบเนื่องจากการที่ต้องออกมาตรการควบคุมการระบาด

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เอเชียเผชิญการท้าทายในแง่ของการประคองการฟื้นตัวให้ดำเนินต่อไป ท่ามกลางกระแสที่เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ารายใหญ่ยังชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์แห่งออกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิก มองว่าแม้ความอ่อนแอของเศรษฐกิจสหรัฐกับยุโรปอาจถ่วงกระแสการค้าและการลงทุนในเอเชีย แต่ก็ไม่น่าจะฉุดรั้งการฟื้นตัวโดยรวม ตราบใดที่ประเทศในเอเชียยังสามารถควบคุมการระบาดไว้ได้และไม่ต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์ อีกทั้งประเทศในเอเชียยังพยายามกระชับสัมพันธ์ระหว่างกัน ล่าสุดคือการลงนามความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ของ 15 ชาติภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งเป็นความตกลงขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News