เศรษฐกิจของจีนยังคงกระเตื้องขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ชะลอตัวกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ดัขนีเศรษฐกิจด้านอื่นยังไม่ฟื้นเต็มที่
ยอดค้าปลีกซึ่งถือเป็นเกณฑ์วัดสำคัญของการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงต่ำกว่าคาดการณ์ โดยหดตัวลง 1.1% จากเมื่อปีที่แล้ว ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากยอดติดลบ 1.8% ในเดือนมิถุนายน และลบ 2.8% ในเดือนพฤษภาคม
การหดตัวของยอดค้าปลีกยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างตัวเลขการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจยิ่งกว้างขึ้น นักวิเคราะห์ได้ออกมาเตือนว่าตัวเลขอุปทานยังล้ำหน้าตัวเลขอุปสงค์เป็นอย่างมาก เนื่องจากประชาชนยังขาดความพร้อมในการใช้เงิน
ส่วนกำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรม วัดจากการผลิตสินค้าและการขุดเหมืองแร่ ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่สี่ หลังจากมีการหดตัวในไตรมาสแรก โดยมีตัวเลขการผลิตเพิ่มขึ้น 4.8% ในเดือนกรกฏาคมเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ยังคงต่ำกว่าการคาดการณ์ที่ตั้งไว้ที่ 5.2%
ถึงแม้ว่าตัวเลขการปรับตัวทางเศรษฐกิจของจีนจะยังคงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แต่จีนน่าจะถือเป็นประเทศแรกของโลกที่ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ก่อนประเทศอื่นๆ ก็ว่าได้
นักวิเคราะห์คาดว่าอนาคตต่อจากนี้ภาครัฐน่าจะเน้นเร่งการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น แม้ว่าประเทศจีนจะยังมีความเสี่ยงเกี่ยวกับการมีหนี้จำนวนมาก ประกอบกับการแข่งขันทางการค้า เทคโนโลยี และการเงินกับสหรัฐอเมริกาอย่างรุนแรง และการระบาดระลอกใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์และที่ปรึกษาแห่งธนาคารกลางของจีนยังได้กล่าวว่าการลงโทษของสหรัฐฯ ในกรณีที่จีนปฏิบัติต่อฮ่องกงและซินเจียงอาจทำให้ธนาคารจีนถูกยึดทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ และส่งผลให้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีอยู่ช้านานยิ่งทวีความซับซ้อนและรุนแรงมากยิ่งขึ้น

