HomeWorldWorld Businessส่องเศรษฐกิจจีนด้วยมุมมองใหม่ ...กลุ่มไหนยังเติบโตได้ ในช่วงเผชิญวิกฤตรอบด้าน

ส่องเศรษฐกิจจีนด้วยมุมมองใหม่ …กลุ่มไหนยังเติบโตได้ ในช่วงเผชิญวิกฤตรอบด้าน

โดย สวภพ ยนต์ศรี AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้

 ในปีนี้ถือเป็นปีที่ยากลำบากอย่างมากต่อการเติบโตของเศรษฐกิจจีน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่จีนยังคงเลือกใช้นโยบาย COVID Zero นำมาสู่การใช้มาตรการ Lockdown นครเซี่ยงไฮ้และหลายเมืองสำคัญ ได้ส่งผลกระทบมายังการเติบโตของเศรษฐกิจ ที่เป้าหมายการเติบโต GPD ในปีนี้ที่ 5.5% แทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก และถึงแม้ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาทางการจีนจะผ่อนคลายมาตรการ Lockdown นครเซี่ยงไฮ้และเมืองสำคัญอื่น ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องตามมาด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นเหมือนสิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจจีนต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ท้าทายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมไปอีก 

                โดยตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่ออกมาในเดือนล่าสุดเริ่มส่งสัญญาณชะลอลง ทำให้หลายสถาบันสำคัญเริ่มออกมาปรับคาดการณ์ตัวเลข GDP ของจีนในปีนี้ลง เช่น Goldman Sachs ที่มองว่าเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะเติบโตได้เพียง 3% เท่านั้น โดยลดลงจากคาดการณ์เดิม 3.3%   

- Advertisement -

แต่อย่างไรก็ดี หากมองเจาะลึกลงไปในเศรษฐกิจจีนแล้วยังมีบางภาคส่วนที่ยังสามารถเติบโตได้ดีถึงแม้ทิศทางของเศรษฐกิจจีนจะดูเติบโตได้ชะลอลง โดยที่เราอาจจะต้องใช้มุมมองใหม่ในการมองภาพเศรษฐกิจจีนเพื่อที่จะได้มองเห็นภาพสะท้อนการเติบโตที่แตกต่างไปจากในอดีต โดยเฉพาะในภาคส่วนที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญและมุ่งเป้าไปที่การเติบโตตามแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติจีน 5 ปีฉบับล่าสุด คือการมุ่งเน้นสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูงต่าง ๆ 

                ยกตัวอย่างเช่น ตัวเลขส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าและยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในจีนที่สามารถเติบโตได้มากกว่า 100% ในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนระบุว่า ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนชิ้นส่วนตามปัญหาห่วงโซ่อุปทานของโลก แต่ในภาพรวมบริษัทที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ใช้ในการประกอบรถยนต์ยังสามารถส่งมอบชิ้นส่วนได้ทันตามเวลาและมากกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ปี 2020 เป็นต้นมา  

                และไม่เพียงแต่เฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น ในหลายอุตสาหกรรมที่เป็นการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงยังคงสามารถขยายตัวได้เช่นกันในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเห็นได้จากตัวเลขการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment) มายังจีน ที่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ก็ขยายตัวได้ถึง 31.1% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 

                ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงนั้น ก็คืออุตสาหกรรมที่รัฐบาลจีนระบุว่า จะมุ่งเน้นพัฒนาตามแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติจีน 5 ปีฉบับล่าสุดนั่นเอง โดยในช่วงเดือนสิงหาคมนี้กระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี รวมถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้องด้านการเงินของจีน ยังได้เปิดเผยแผนการใช้งบประมาณในปีนี้และปีหน้าที่ยังคงมุ่งเน้นการสนับสนุนเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ด้วยการสนับสนุนงบประมาณ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อเป็นแรงสนับสนุนให้บริษัทต่าง ๆ หันมาลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงและมีนวัตกรรมใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น 

                โดยถึงแม้ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมในจีนจะไม่ได้ทำให้จีนพลิกขึ้นมาเป็นผู้นำในการครองส่วนแบ่งการตลาดเทคโนโลยีของโลกภายในระยะเวลาไม่นาน แต่ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกชัดเจนว่าอย่างน้อยโครงสร้างอุตสาหกรรมในจีนจะเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง รวมถึงทิศทางการลงทุนของบริษัทต่าง ๆ ในจีน กับบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนอยู่ในนโยบายแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติจีน 5 ปี ก็ยังคงมีแผนการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน 

                ตัวอย่างเช่นบริษัท Longi Green Energy Technology บริษัทที่ทำธุรกิจ Solar Panel ซึ่งมี Market Cap สูงถึงเกือบ 70 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะใช้เม็ดเงินลงทุนสูงถึง 6.65 พันล้านหยวน หรือราว 1.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มเติมจากที่เคยประกาศไว้แล้วว่า จะลงทุนขยายกำลังการผลิต Solar Cell สูงถึง 19.5 พันล้านหยวน 

                บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า BYD ที่เป็นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในจีน ก็ได้ตกลงลงทุนในโรงงานผลิตแบตเตอรี่กว่า 28.5 พันล้านหยวน โดยบริษัท BYD ทำธุรกิจที่หลากหลาย ทั้งการขายรถยนต์ รถบัส รถขนส่งไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจขายแบตเตอรี่ที่มีบริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota เป็นหนึ่งในลูกค้ารายสำคัญ 

 หรือจะเป็น บริษัท Semiconductor Manufacturing International Corp. ที่เป็นหนึ่งในผู้นำการผลิตชิปของโลก ก็ยังคงยึดมั่นตามแผนลงทุนเดิมที่ระบุว่า จะใช้เงิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรับฯ ในการพัฒนาการผลิตของบริษัท 

                ดังนั้น จะเห็นได้ว่าถึงแม้เศรษฐกิจจีนจะต้องเผชิญกับข่าวร้ายในหลายประเด็น แต่โดยส่วนใหญ่แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นก็มักจะเกิดขึ้นกับบริษัทที่ไม่ได้เป็นเป้าหมายของการสนับสนุนการเติบโตของรัฐบาลแล้วในปัจจุบัน เช่น ในภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่กับบริษัทที่อยู่ในกลุ่มที่เป็นเป้าหมายการพัฒนาของรัฐบาลจีนแล้วนั้นยังคงได้รับการสนับสนุนและยังสามารถเติบโตได้เป็นอย่างดี 

ซึ่งหากเราต้องการหาโอกาสลงทุนในประเทศจีนช่วงระยะเวลาต่อจากนี้การลงทุนในกลุ่มที่เป็นเป้าหมายสนับสนุนการเติบโตของรัฐบาลก็จะถือเป็นการลดความเสี่ยงที่เกิดจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลลง และยังถือเป็นการลงทุนในกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจจีนในยุคใหม่อย่างแท้จริง 

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News