Home BT News “เฟซบุ๊ก-ติ๊กต็อก”เจอด้วย อินโดฯเก็บ VAT 10%

“เฟซบุ๊ก-ติ๊กต็อก”เจอด้วย อินโดฯเก็บ VAT 10%

อินโดฯเก็บ VAT 10% จากบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติอีก 10 รายที่ให้บริการและขายผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ประเดิมเดือนหน้า เฟซบุ๊ก ดิสนีย์ ติ๊กต็อกเจอด้วย สรรพากรแจงต้องการสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมสำหรับทุกธุรกิจ ขณะโควิด-19 ทำรายได้รัฐหดหาย

สรรพากรอินโดนีเซียประกาศรายชื่อบริษัทดิจิทัลต่างชาติ 10 แห่งที่จะต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 10% จากการให้บริการและขายผลิตภัณฑ์ดิจิทัลในอินโดนีเซีย เริ่มตั้งแต่เดือนก.ย. หลังจากเพิ่งออกกฎจัดเก็บ VAT จากบริษัทต่างชาติ 6 แห่ง ได้แก่ Amazon Web Services, Netflix, Spotify, Google Asia Pacific, Google Ireland และ Google LLC เริ่มเมื่อเดือนส.ค.

10 บริษัทเพิ่มเติมที่จะต้องจ่าย VAT ได้แก่ Apple Distribution International, Amazon.com Services, Alexa Internet, Audible Inc, Audible Ltd, Facebook Ireland, Facebook Technologies International, Facebook Payment International, Walt Disney Company Southeast Asia และ TikTok

- Advertisement -

การเคลื่อนไหวล่าสุดทำให้บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่ถูกเก็บ VAT มีจำนวน 16 แห่ง โดยในรายชื่อใหม่นี้รวมถึงหน่วยงานของเฟซบุ๊ก 3 แห่งและบรรดาบริษัทลูกของแอมะซอน อย่าง Audible กับ Alexa

โฆษกกรมสรรพากรระบุว่า จะเดินหน้าค้นหาและแจ้งบริษัทดิจิทัลต่างชาติที่ดำเนินงานในอินโดนีเซียให้ทราบ โดยหวังว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีจากบริษัทอื่นได้มากขึ้นเร็วๆ นี้ พร้อมเสริมว่าบริษัทเทคโนโลยีที่มียอดขายปีละ 600 ล้านรูเปียะห์ (ประมาณ 1,200,000 บาท) ควรไปแสดงตัวต่อกรมสรรพากร

โฆษกกล่าวว่าการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นความพยายามส่วนหนึ่งของรัฐบาลในการสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมกันสำหรับทุกธุรกิจที่ดำเนินงานในอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทท้องถิ่นหรือต่างชาติ บริษัททั่วไปหรือดิจิทัล

ขณะเดียวกัน รัฐบาลพยายามจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม หลังจากขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็น 6.34% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เนื่องจากโควิด-19 กระทบต่อกิจกรรมทางธุรกิจ การตัดสินใจเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริษัทเทคโนโลยีที่มีการดำเนินงานในประเทศ มีขึ้นในช่วงที่ผู้คนหันไปชอปปิง ทำงาน และเรียนทางออนไลน์มากขึ้น

 

ทั้งนี้ กฎใหม่ของอินโดนีเซียระบุว่า บริษัทต่างชาติที่ขายผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลในอินโดนีเซีย มูลค่าอย่างน้อยปีละ 600 ล้านรูเปียะห์ หรือมีแทรฟฟิกจากยูสเซอร์อย่างน้อย 12,000 ยูสเซอร์ต่อปี จะต้องจ่าย VAT 10%

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบรรดายักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ต เพราะองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) ยังตกลงกันไม่ได้ว่าควรจัดเก็บภาษีอย่างไร

เป็นที่เข้าใจกันว่าการถูกเก็บ VAT 10% จะกระทบต่อกำไรของบริษัทเหล่านี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการส่งต่อภาระดังกล่าวให้แก่ผู้บริโภคในรูปของการปรับขึ้นราคาสำหรับสินค้าและบริการหรือไม่

Latest

Diego Maradona นักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินาในตำนานเสียชีวิตแล้ว

ดิเอโก มาราโดนา อดีตนักฟุตบอลกองกลางและผู้จัดการทีม ชาวอาร์เจนตินา เสียชีวิตลงในวัย 60 ปี โดยก่อนหน้านี้เขาได้เข้ารับการผ่าดัดเส้นเลือดในสมองเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีรายงานว่า ดิเอโก มาราโดนา เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายฉับพลัน หลังออกจากโรงพยาบาลเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น มาราโดนา เกิดเมื่อ 30 ตุลาคม 1960 เป็นหนึ่งในตำนานวงการฟุตบอล ซึ่งในปี 1986 เขาเป็นกัปตันทีม พาอาเจนตินาคว้าชัยในศึก World Cup...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

GMM25 หยุดดำเนินกิจการ เปลี่ยนรูปแบบเป็นให้เช่าเวลาออกอากาศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีวิดิจิทัล ช่อง GMM25 เตรียมหยุดดำเนินกิจการสิ้นปีนี้ หลังจากประสบภาวะขาดทุน โดยเตรียมเปลี่ยนจากผู้ผลิตคอนเทนต์ เป็นผู้ให้บริการเช่าเวลาออกอากาศแทน ในรายงานระบุว่า บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล จำกัด เตรียมที่จะหยุดดำเนินกิจการในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุน ส่งผลทำให้พนักงานประมาณ 190 คน โดยเฉพาะฝ่ายข่าว GMM25 ต้องพ้นสภาพ โดยพนักงานประมาณ 50...

โจ ไบเดน ประกาศรายชื่อ ครม. เตรียมพร้อมเข้ารับตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 ตามเวลาสหรัฐ นาย โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ได้ออกแถลงการณ์เพื่อเตรียมการเข้ารับตำแหน่งหลังจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เลิกคุมเชิงและประกาศจะให้ความร่วมมือต่อการถ่ายโอนอำนาจแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบขาวได้รับอนุมัติให้เปิดทางให้ว่าที่ประธานาธิบดีไบเดน สามารถเข้ารับฟังข้อมูลข่าวกรองที่จำเป็นในแต่ละวันเพื่อเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลและรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาได้อย่างเต็มที่ทันทีที่เข้าดำรงตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม 2563

รถจักรยานยนต์ ‘ซูซูกิ’ รื้อโครงสร้างธุรกิจ หวังกู้ยอดขายโต 20% ต่อเนื่อง 3 ปี

นายชินจิ ฮะสึอิ ประธานบริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า จากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างและส่งผลให้ยอดขายของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้าหมายซึ่งคาดว่าจะยังคงมีผลต่อเนื่องไปอีกสักระยะ ส่งผลให้ ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น และ ไทยซูซูกิมอเตอร์ ได้มีการตัดสินใจครั้งใหญ่เพื่อให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในตลาดประเทศไทยต่อไปและเพิ่มยอดจำหน่ายและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดอีกครั้ง “เราคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องยากถ้าหากเรายังดำเนินการทำธุรกิจแบบเดิมๆต่อไป  ดังนั้นเราจึงได้ตัดสินใจในการทำสิ่งที่ท้าทายใหม่” ทั้งนี้ บริษัทจึงได้จัดตั้งผู้แทนจำหน่ายรายใหม่ภายใต้ชื่อ บริษัท ซูซูกิ โมโตเซลส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดูแลการจำหน่ายใน...

Related News

สายการบิน-รถไฟอินโดฯ เบนเข็มทำ “โลจิสติกส์”

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย การูดา อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติของอินโดนีเซีย และ PT Kereta Api Indonesia หรือการรถไฟอินโดนีเซีย ได้ตัดสินใจเบนเข็มไปทำ โลจิสติกส์ โดยสายการบินการูดา อินโดนีเซีย จะเน้นที่บริการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะการลำเลียงเพื่อส่งออกและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ อ่าน : เอมิเรตส์ สกายคาร์โก้ เปิดตัวบริการเช่าเหมาลำขนส่งสินค้าบนเครื่องบิน แอร์บัส A380 ซึ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เป็นธุรกิจหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากโควิด-19...

สำรวจข้อมูลนักช้อปในแคมเปญ 11.11 ‘วันคนโสด’ ใส่ใจซื้อของให้ตัวเอง-ครอบครัว

จากผลการสำรวจความสนใจของนักช้อปชาวไทยที่มีต่อแคมเปญ 11.11 โดย มาร์เก็ตบัซซ พบว่า 86% ของนักช้อปมีแผนการที่จะซื้อสินค้าออนไลน์ ไม่ใช่แค่ซื้อสินค้าให้ผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังมีแผนที่จะจับจ่ายเพื่อตัวเองด้วย  แคมเปญช้อปปิ้งวันที่ 11 เดือน 11 ถือเป็นมหกรรมช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่ที่เรียกความสนใจจากกลุ่มนักช้อปชาวไทยได้ในทุกๆ ปี มาร์เก็ตบัซซ สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างของชายและหญิงในประเทศไทย จำนวน 500 กลุ่มตัวอย่างเพื่อสำรวจความสนใจของนักช้อปว่าพวกเขามีแผนการที่จะซื้อสินค้าอะไร และจะเลือกซื้อสินค้าจากที่ไหนในแคมเปญ 11.11 ที่กำลังจะมาถึงนี้ และนี่คือข้อมูลที่น่าสนใจ 86% มีแผนที่จะเลือกการช้อปปิ้งในรูปแบบออนไลน์ ในขณะที่ 37% ตั้งใจจะไปหาซื้อสินค้าที่ร้านค้า จากการศึกษาพบว่าค่าใช้จ่ายของการช้อปปิ้งจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาทสำหรับผู้มีรายได้สูง ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อยลงมามีแผนที่จะใช้จ่ายน้อยกว่า ที่น่าสนใจคือ แคมเปญ 11.11 เดิมเป็นแคมเปญที่จัดขึ้นเพื่อคนโสด จัดขึ้นใน วันคนโสด หรือ Single...

พาณิชย์ สหรัฐฯ ไม่สนคำตัดสินของศาล เดินหน้า แบน TikTok

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยืนยันปฏิบัติการกีดกันการใช้งานแอปแชร์วิดีโอสัญชาติจีน TikTok ตามคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐ แม้ว่าผู้พิพากษาตัดสินคัดค้านคำสั่งดังกล่าวที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ เวนดี บีเทิลสโตน ได้มีคำตัดสินคัดค้านคำสั่งของกระทรวงพาณิชย์ที่สั่งห้ามแอปพลิเคชัน TikTok ของบริษัท ByteDance ดำเนินธุรกิจโฮสติ้งข้อมูลในสหรัฐ และแม้ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งศาล แต่กระทรวงฯ ยังคงมีเจตนารมณ์ที่จะเดินหน้าต่อสู้กับข้อท้าทายทางด้านกฏหมายเพื่อยืนยันตามคำสั่งก่อนหน้าของประธานาธิบดีทรัมป์ อ่าน : TikTok ยินดี ศาลสหรัฐฯ ระงับคำสั่งแบนของรัฐบาลทรัมป์ ผู้พิพากษา บีเทิลสโตน ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องงดห้ามการโฮสต์ข้อมูลของ...

TikTok ยินดี ศาลสหรัฐฯ ระงับคำสั่งแบนของรัฐบาลทรัมป์

ติ๊กต็อก (TikTok) แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมสำหรับแชร์วิดีโอแสดงความยินดีที่ผู้พิพากษารัฐบาลกลางสหรัฐฯ ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา (Preliminary injunction) เมื่อคืนวันอาทิตย์ (27 ก.ย.) ซึ่งมีผลระงับคำสั่งแบนแอปพลิเคชันยอดนิยมนี้ออกจากแอปสโตร์ของสหรัฐฯ สำนักข่าวซินหัว รายงานแถลงการณ์ของบริษัทติ๊กต็อกที่ระบุว่า “เรายินดีที่ศาลเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งทางกฎหมายของเราและออกคำสั่งห้ามไม่ให้แบนแอปติ๊กต็อก โดยเราจะปกป้องสิทธิ์ของเราต่อไปเพื่อประโยชน์ของชุมชนและพนักงานของเรา” บริษัทติ๊กต็อกที่ตั้งอยู่ในลอสแอนเจลิสออกแถลงข้างต้นหลังจาก คาร์ล นิโคลส์ ผู้พิพากษาศาลแขวงโคลัมเบียออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ซึ่งมีผลให้ติ๊กต็อกและไบต์แดนซ์ บริษัทแม่ของจีน ได้รับการบรรเทาโทษในระยะเวลาสั้นๆ ติ๊กต็อกยังกล่าวอีกว่า ทางบริษัทจะต้องเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อไปเกี่ยวกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นกับออราเคิลและวอลมาร์ต ซึ่งยังต้องรอการพิจารณาจากทำเนียบขาว แม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์...

ข้อตกลงสหรัฐฯ สุดเงื่อนงำ บีบแล้วปล้น “ติ๊กต๊อก”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติในหลักการข้อตกลงระหว่างบริษัทไบท์แดนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต๊อก กับบริษัทออราเคิลและบริษัทวอลล์มาร์ท โดยเนื้อหาหลักของข้อตกลงซึ่งได้ถูกเปิดเผยในภายหลังกลับแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มีเจตนาเอาเปรียบและเรียกร้องอย่างไม่สมเหตุผล หนึ่งในข้อตกลงระบุให้บุคคลสัญชาติอเมริกันดำรงตำแหน่งกรรมการ 4 ใน 5 คน ในบริษัทติ๊กต๊อก โกลบอล (TikTok Global) และบุคคลสัญชาติจีนดำรงตำแหน่งกรรมการได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้น โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะประกอบไปด้วยกรรมการดูแลด้านความมั่นคงของชาติ ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากสหรัฐฯ ข้อตกลงยังระบุด้วยว่าบริษัทออราเคิลจะได้รับสิทธิในการตรวจสอบซอฟต์แวร์รหัสต้นฉบับ หรือ ซอร์ซโค้ดของติ๊กต๊อกที่ใช้งานในสหรัฐฯ และอัปเดทต่างๆ ซึ่งหมายความว่าสหรัฐฯ จะสามารถเข้าถึงซอร์ซโค้ดของแอปพลิเคชันโต่วอินซึ่งเป็นแอปเวอร์ชันจีนของติ๊กต๊อกได้เช่นกัน...