HomeWorldอุตฯอาหารยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพอย่างเดียวไม่พอต้องรักษาอากาศ-สิ่งแวดล้อมด้วย

อุตฯอาหารยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพอย่างเดียวไม่พอต้องรักษาอากาศ-สิ่งแวดล้อมด้วย

ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีความรู้มักใส่ใจเลือกซื้อสินค้าอาหารที่ดีต่อ สุขภาพ มากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ผลิตอาหารหันมาพัฒนาสินค้าและมีการติดฉลากอธิบายคุณค่าของอาหารแต่ละชนิดว่าดีต่อร่างกายอย่างไร แต่จะมีผู้ผลิตอาหารสักกี่รายที่ให้ความสนใจต่อสุขภาพของผู้บริโภคไปพร้อมกับใส่ใจต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมด้วย 

ปัจจุบันมีผู้ประกอบอุตสาหกรรมอาหารจำนวนมากที่ให้ความสนใจต่อผลกระทบต่อสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกควบคู่ไปกับความใส่ใจต่อ สุขภาพ ของผู้บริโภค บริษัท Felix ผู้ผลิตอาหารในประเทศสวีเดนเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจกับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม 

บริษัท Felix ได้ริเริ่มตั้งร้านป๊อบอัพสโตร์เพื่อจำหน่ายสินค้าอาหารที่มีการติดป้ายราคาสูงขึ้นตามปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากผลิตภัณฑ์อาหารนั้นๆ เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้และแสดงให้ผู้บริโภคเห็นว่าพวกเขาสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นได้อย่างง่ายๆ โดยลูกค้าแต่ละรายจะได้รับมูลค่าคาร์บอนที่สามารถใช้จับจ่ายเพื่อใช้ซื้ออาหารในแต่ละสัปดาห์

- Advertisement -

แม้ว่าการตั้งร้านป๊อบอัพสโตร์จะเป็นเพียงแนวคิดริเริ่มเพื่อสร้างความรู้ให้กับผู้บริโภค แต่บริษัท Felix ได้มีการระบุปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของสินค้าทุกชนิดบนเว็บไซต์ของบริษัทนับตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงไปจนถึงขั้นตอนที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแล้ว 

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ Felix ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดขั้นตอนไม่เกินครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์อาหารในประเทศสวีเดนโดยเฉลี่ยจะติดฉลากระบุว่ามี คาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่ำควบคู่กับการระบุตัวเลขสัดส่วนเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

การประเมินค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาหารแต่ละชนิดไม่ใช่เรื่องง่าย บริษัทผู้ผลิตอาหารต่างๆ จึงจำเป็นต้องอาศัยแพลตฟอร์มเฉพาะด้านที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากการคำนวณที่มีความสลับซับซ้อนเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลขคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต และบริษัท CarbonCloud เป็นหนึ่งในบริษัทสตาร์ทอัพของสวีเดน ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัย Chalmers University of Technology ที่ได้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้บริษัทผู้ผลิตอาหารสามารถคำนวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์อาหารแต่ละชนิดได้

นอกจากผู้ผลิตอาหารจะได้ข้อมูลคาร์บอนสำหรับติดบนผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้บริโภคแล้ว บริษัทผู้ผลิตอาหารยังสามารถทำการเปรียบเทียบผลกระทบที่จะเกิดกับสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมหากบริษัทเลือกผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบรายใหม่หรือหันมาใช้พลังงานทดแทนในการผลิตสินค้าอาหารได้อีกด้วย และแม้ว่าการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์จะเป็นความคิดริเริ่มที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน แต่มีผู้ผลิตสินค้าอาหารหลายรายได้แสดงความสนใจ เช่น บริษัท Quorn ผู้ผลิตอาหารจากพืชเพื่อทดแทนเนื้อสัตว์ได้หันมาเริ่มติดฉลากคาร์บอนในผลิตภัณฑ์ 60% ของบริษัทตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และบริษัท Unilever ก็ได้ออกมาระบุถึงแผนที่จะติดฉลากคาร์บอนลงบนผลิตภัณฑ์ทุกรายการของบริษัทในอนาคตเช่นเดียวกัน

จากผลการสำรวจขององค์กร Carbon Trust ซึ่งมีหน้าที่อนุมัติปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดพบว่าผู้บริโภคจำนวน 2 ใน 3 ในประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน สวีเดน อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ให้การสนับสนุนการติดฉลากระบุปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ลงบนสินค้า และแม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีรัฐบาลของประเทศใดที่กำหนดให้การติดฉลากดังกล่าวเป็นข้อบังคับตามกฏหมาย แต่เราต่างรู้ดีว่าสภาพอากาศของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวันอาจรอการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อีกไม่นาน และคาดว่าเราน่าจะมีจุดยืนร่วมกันที่จะพัฒนาความตั้งใจอันดีให้เป็นรูปธรรมและเป็นวงกว้างได้ในเร็ววัน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News