Home World สิงคโปร์แอร์ไลน์ นำร่อง"แอปสุขภาพ" รับรองผลตรวจโควิด

สิงคโปร์แอร์ไลน์ นำร่อง”แอปสุขภาพ” รับรองผลตรวจโควิด

สายการบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ นำวิธีการทางดิจิทัล มาใช้รับรองผลตรวจโควิด-19 และอาจรวมถึงสถานภาพวัคซีนของผู้โดยสารในอนาคต โดยสิงคโปร์แอร์ไลน์ระบุว่า การเคลื่อนไหวนี้เป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับการกลับมาเดินทางทางอากาศอีกครั้ง ทั้งยังเป็น “นิวนอร์มอล” สำหรับการเดินทาง

สิงคโปร์แอร์ไลน์เริ่มทดลองใช้กระบวนการรับรองด้านสุขภาพ ที่พัฒนาโดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) ในรูปของแอป “แทรเวล พาสส์” ซึ่งประเดิมใช้กับเที่ยวบินจากกรุงจาการ์ตา หรือจากกัวลาลัมเปอร์ ไปสิงคโปร์ และจะขยายไปใช้กับเส้นทางอื่นหากการทดลองประสบความสำเร็จ ทั้งยังจะรวมแทรเวล พาสส์ เข้าไปในแอปสิงคโปร์แอร์ประมาณกลางปีหน้า

ในการทดลองที่มีขึ้นเมื่อวันพุธ นักเดินทางจากจาการ์ตาหรือกัวลาลัมเปอร์ที่ไปตรวจโควิด-19 ยังสถานพยาบาลที่ระบุไว้ จะได้รับใบรับรองดิจิทัลหรือใบรับรองที่เป็นกระดาษพร้อมคิวอาร์โค้ด เมื่อบินไปถึงสิงคโปร์แล้วเจ้าหน้าที่เช็คอินและตรวจคนเข้าเมืองประจำสนามบิน จะสแกนคิวอาร์โค้ดดังกล่าว

- Advertisement -

ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว ไออาต้าประกาศว่ากำลังพัฒนาแพลตฟอร์มแทรเวล พาสส์ ที่สามารถใช้ได้กับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอส โดยแทรเวล พาสส์ เป็นแอปไร้สัมผัสที่จะรวมข้อมูลพาสปอร์ตไว้พร้อมกับผลการตรวจโควิด-19 และการฉีดวัคซีน

รัฐมนตรีคมนาคมสิงคโปร์โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าแอปดังกล่าวเป็นเหมือนใบรับรองสุขภาพ ที่น่าจะมีประโยชน์สำหรับการเดินทางในอนาคต

สำหรับสถานการณ์เกี่ยวกับโควิด-19 ในสหรัฐนั้น ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ เปิดเผยว่าได้มีการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้คนอเมริกันไปแล้วมากกว่า 1 ล้านคน หลังจากเริ่มโครงการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.

อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาในโครงการ Operation Warp Speed คาดว่าเป้าหมายของการฉีดวัคซีนให้ได้ 20 ล้านคนในเดือนนี้ ไม่น่าจะเป็นไปได้

ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขมองว่าการแจกจ่ายวัคซีนให้ถึงคนอเมริกัน 331 ล้านคนในเวลาไม่กี่เดือน อาจซับซ้อนและยุ่งยากกว่าที่คิดไว้ เพราะนอกจากต้องผลิตให้พอแล้ว รัฐต่างๆ ยังต้องมีเข็มและกระบอกฉีดเพียงพอ อีกทั้งผู้เกี่ยวข้องต้องมีความรู้และผ่านการฝึกเกี่ยวกับวิธีจัดเก็บและฉีดวัคซีน โดยวัคซีนของไฟเซอร์ต้องจัดเก็บที่อุณหภูมิลบ 70 องศา

ผู้รับผิดชอบด้านโลจิสติกในโครงการฉีดวัคซีนของสหรัฐ ยอมรับว่ามีความสับสนเกิดขึ้น เพราะบางกรณีมีการจัดส่งวัคซีนไปผิดที่และผิดวัน แต่สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

ขณะเดียวกัน คนอเมริกันหลายล้านคนพากันเดินทางกลับไปอยู่กับครอบครัวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ทั้งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขขอให้อยู่บ้าน โดยข้อมูลจากหน่วยงานคมนาคมระบุว่ามีผู้คนกว่า 5 ล้านคนผ่านจุดตรวจของสนามบินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจนถึงวันอังคาร เฉลี่ยแล้วตกประมาณวันละล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับการเดินทางช่วงเทศกาลขอบคุณพระเจ้าที่ผ่านมา อันทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้น

ขณะที่สถานการณ์ในอิตาลี ปรากฏว่ายอดผู้เสียชีวิตผ่านหลัก 70,000 ราย ซึ่งสูงที่สุดในยุโรป อิตาลีเป็นประเทศตะวันตกประเทศแรกที่เผชิญการระบาด และเป็นประเทศที่ 5 ของโลกที่ยอดผู้เสียชีวิตทะลุหลัก 70,000 ปัจจุบันอิตาลีกำลังเผชิญการระบาดระลอกสองที่มีการแพร่เชื้อไปอย่างรวดเร็วเมื่อต้นเดือนพ.ย.

ในส่วนของสวิตเซอร์แลนด์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เริ่มฉีดวัคซีน โดยคนแรกที่ได้รับวัคซีนเป็นผู้หญิงวัย 90 ปีที่พักอยู่ในบ้านพักคนชรา

 

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News