HomeWorldคริปโต มีดีกว่าที่คิด พลิกวิกฤตการจัดส่งวัคซีนโควิด-19 ได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ

คริปโต มีดีกว่าที่คิด พลิกวิกฤตการจัดส่งวัคซีนโควิด-19 ได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ

การรณรงค์เพื่อเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้แก่ประชาชนนับล้านคนถือเป็นความท้าทายอันแสนยิ่งใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐในแต่ละประเทศ นอกเหนือจากความท้าทายในด้านการเก็บรักษาวัคซีนให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดระยะเวลาตั้งแต่ออกจากโรงงานผลิตไปจนถึงขั้นตอนการขนส่ง มิเช่นนั้นแล้ววัคซีนที่ได้มาก็จะสูญเปล่า

ระบบดูแลสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (National Health Service) ได้หันมาพึ่งพาเทคโนโลยี บล็อกเชน เพื่อช่วยในการจัดการส่งมอบและฉีดวัคซีน โดยอาศัยระบบที่หนุนสกุลเงิน คริปโต อย่าง บิทคอยน์ และ อีเธอร์ ในการติดตามควบคุมการจัดส่งและเก็บรักษาอุณหภูมิของวัคซีนสำหรับโรงพยาบาลสองแห่งในประเทศ

วัคซีนป้องกันโรคโควิดของบริษัท Pfizer สหรัฐอเมริกา และ BioNTech เยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในวัคซีนสามยี่ห้อที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานได้ในประเทศอังกฤษเป็นวัคซีนที่ต้องจัดเก็บอยู่ในอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ต่ำกว่าฤดูหนาวในทวีปแอนตาร์กติกาเสียอีก และเมื่อละลายแล้ววัคซีนชนิดนี้จะมีอายุอยู่ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสได้นานเพียง 5 วันเท่านั้น

- Advertisement -

ส่วนวัคซีนของบริษัท AstraZeneca ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างบริษัทสัญชาติสวีเดน และมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ สามารถเก็บในอุณหภูมิตู้เย็นปกติได้ และวัคซีนของบริษัท Moderna จะต้องจัดเก็บที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียสเท่านั้น

ประเด็นในการจัดเก็บและการรักษาอุณหภูมิที่ถูกต้องตลอดขั้นตอนการขนส่งและจัดเก็บทำให้เกิดความเสี่ยงในการจัดหาระบบจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่รัฐบาลของประเทศอังกฤษกำลังพยายามหาวิธีเร่งจัดส่งและฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปให้ได้ครบ 80% ภายในต้นเดือนพฤษภาคมปีนี้

โรงพยาบาลสแตรทฟอร์ด อัพพอน เอวอน และโรงพยาบาลวอร์วิค ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษได้ร่วมมือกับบริษัท Hedera Hashgraph และบริษัท Everyware ซึ่งใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในการควบคุมการจัดส่งเพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนของบริษัท Pfizer-BioNTech จะยังคงมีประสิทธิภาพครบถ้วนเมื่อถึงมือแพทย์และผู้รับวัคซีน ซึ่งวิธีการดังกล่าวถือเป็นการปฏิวัติวงการและแนวทางในการจัดส่งวัคซีนทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การดูแลของ NHS

บริษัท Hedera Hashgraph เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายเทคโนโลยี บล็อกเชน ส่วนบริษัท Everyware มีระบบสำหรับติดตามควบคุมทรัพย์สินและอุปกรณ์ต่างๆ ระบบเซ็นเซอร์ของ Everyware และระบบเทคโนโลยีบล็อกเชนของ Hedera จะทำงานร่วมกันโดยใช้ระบบบันทึกรายการธุรกรรมดิจิทัลบนคอมพิวเตอร์หลายเครื่องในเวลาเดียวกัน (Distributed Ledger Technology) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งจะสามารถติดตามอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิที่จัดเก็บวัคซีนไว้ภายในเพื่อให้วัคซีนที่จัดส่งถึงมือแพทย์และผู้รับวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพและคงคุณค่าครบถ้วน

DLT หรือ ระบบบันทึกรายการธุรกรรมดิจิทัลบนคอมพิวเตอร์หลายเครื่องในเวลาเดียวกันเป็นระบบดิจิทัลที่แยกเป็นอิสระจากกันและปรับการทำงานไปพร้อมกัน เพื่อใช้ในการแชร์ข้อมูล โดยการทำงานของระบบดังกล่าวมีการป้องกันความผิดพลาดจากมนุษย์ จึงทำให้ระบบการติดตามมีความแม่นยำ 100% 

สกุลเงิน คริปโต เช่น บิทคอยน์ ใช้เทคโนโลยี DLT ของบล็อกเชนในการบันทึกธุรกรรมที่มีการเข้ารหัสป้องกันไว้ โรงพยาบาลก็สามารถใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้ในการติดตามทรัพย์สินหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความสำคัญและต้องจัดเก็บด้วยวิธีพิเศษเฉพาะเพื่อให้มั่นใจในความแน่นอนของข้อมูลและเพื่อสร้างความไว้วางใจในผลลัพธ์ที่ได้เช่นเดียวกัน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News