HomeEditor's Pickเยอะเกิน! หลายเมืองจำกัดจำนวน-พฤติกรรมนักท่องเที่ยว

เยอะเกิน! หลายเมืองจำกัดจำนวน-พฤติกรรมนักท่องเที่ยว

หลายเมืองเผชิญเหตุการณ์ “นักท่องเที่ยวที่ล้นทะลัก” อันส่งผลต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคนทำงานที่ต้องดูแลนักท่องเที่ยว

เมื่อเดือนเม.ย. แหล่งท่องเที่ยว 10 แห่งบนหมู่เกาะแฟโร ต้องปิดเพื่อบำรุงรักษา เมื่อปลายเดือนพ.ค.พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีส ปิดทำการ 1 วันหลังจากพนักงานผละงานเนื่องจากคนเข้าชมเยอะเกินเพราะนักท่องเที่ยวพุ่งขึ้น 20% ตั้งแต่ปี 2552 จนเจ้าหน้าที่ไม่มีจำนวนพอดูแล

ในเมืองเวนิซ ประเทศอิตาลี มีการประท้วงมานานไม่ให้เรือสำราญลำใหญ่ๆ เข้าไปทอดสมอกลางเมือง เพราะก่อให้เกิดกระแสวิตกเกี่ยวกับผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงมลพิษทางอากาศ และสุขภาพของประชาชน จริงๆ แล้วมีการมองว่าเรือสำราญนำนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะเกินไปและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นเพียงเล็กน้อย ปัญหานักท่องเที่ยวปริมาณมากทำให้ทางเมืองต้องทดลองแนวคิดต่างๆ ตั้งแต่ใช้เครื่องนับจำนวนคน ไปจนถึงการเก็บค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดิน 2.5-10 ยูโรขึ้นอยู่กับฤดูกาล และหวังจะนำระบบจองตั๋วล่วงหน้ามาใช้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

- Advertisement -

เมื่อเดือนพ.ค. ชาวอังกฤษและนักไต่เขาเอเวอเรสต์ 3 คนเสียชีวิต อันสะท้อนให้เห็นประเด็นที่น่าวิตกเกี่ยวกับความแออัดบนเทือกเขาสูงที่สุดในโลก ในช่วงนักปีนเขาจำนวนมากมุ่งหน้าไปเอเวอเรสต์เมื่อฤดูกาลปีนเขาเริ่มขึ้น ขณะที่นักผจญภัยคนหนึ่งทวีตภาพนักไต่เขาเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอปีนขึ้นไปบนยอด

ดูเหมือนหลายเมืองทั่วโลก พากันดำเนินมาตรการรับมือนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้าไปจนเกินจะรองรับ ขณะที่บางเมืองได้วางมาตรการสกัดไว้ล่วงหน้าแล้ว อย่างภูฏานที่ใช้นโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตั้งแต่ทศวรรษ 80 โดยยึดรูปแบบการท่องเที่ยวมูลค่าสูงที่ส่งผลกระทบต่ำ

ส่วนในเปรู นักท่องเที่ยวที่จะเข้าชม “มาชู ปิกชู” ไม่สามารถไปซื้อตั๋วหน้าทางเข้าได้ โดยต้องซื้อล่วงหน้าที่กระทรวงหรือศูนย์วัฒนธรรมหรือทางออนไลน์ ทั้งยังมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่วันละ 400 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มๆ 200 คนตามเวลาที่กำหนดและจำกัดไว้ครั้งละ 4 ชั่วโมง

นักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเริ่มขายตั๋วแบบกำหนดเวลาเข้า สำหรับผู้ต้องการชมสวนสาธารณะปาร์ค กูเอลในเมืองบาร์เซโลนา ด้วยเช่นกัน

บางเมืองนอกจากรับมือนักท่องเที่ยวจำนวนมากแล้ว ยังรณรงค์เกี่ยวกับมารยาทของนักท่องเที่ยว อย่างกรุงอัมสเตอร์ดัมซึ่งมีชาวเมืองไม่ถึง 1 ล้านคนแต่มีนักท่องเที่ยวทะลักเข้าไปมากกว่าปีละ 19 ล้านคน หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวพยายามแนะนำให้นักท่องเที่ยวไปแถวย่านอื่นและเมืองอื่นบ้าง นอกเหนือจากใจกลางเมือง ทั้งยังออกแคมเปญ “Enjoy & Respect” เพื่อเตือนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้มีอายุระหว่าง 18-34 ปี ว่าแม้กรุงอัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่เปิดกว้าง สร้างสรรค์ และอดกลั้น แต่ไม่อนุญาตให้ปัสสาวะในที่สาธารณะ หรือทิ้งขยะ ร้องเพลงเสียงดัง และแสดงพฤติกรรมไม่สมควรอื่นๆ โดยอาจถูกปรับหากกระทำการดังกล่าว

ส่วนเมืองเวนิซก็ออกแคมเปญ “Detourism” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน และสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวไปหาประสบการณ์ในจุดอื่นๆ นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยว ทั้งยังมีการแจ้งข่าวและข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ รายวันถึงคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับข่าวคราวการจราจรบนท้องถนน ลำคลอง และแหล่งท่องเที่ยว จาก #EnjoyRespectVenezia

ไอซ์แลนด์ก็ส่งเสริมนักเดินทางให้ออกไปสำรวจจุดอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเรคยาวิก ด้วยการออกแคมเปญ “the A to Ö of Iceland ” รวมถึงเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวสัญญาด้วยจะว่าไม่รบกวนธรรมชาติ อย่าง “เมื่อไปสำรวจสถานที่ใหม่ๆ จะออกจากสถานที่เหล่านั้นอย่างไม่ทิ้งอะไรขยะอะไรไว้”

สำหรับจุดหมายปลายทางที่คนมักไปถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงอินสตาแกรม อย่างเมืองแจคสันโฮล รัฐไวโอมิง หน่วยงานดูแลการท่องเที่ยวยินดีต้อนรับนักเดินทาง แต่ขอว่าอย่าแท็กสถานที่ตอนโพสต์รูป โดยขอให้นักท่องเที่ยวคิดสักนิดก่อนแท็กสถานที่ๆ อยู่ห่างไกลและเป็นธรรมชาติ ที่อาจเข้าถึงยากหรือเสี่ยงที่คนจะแห่เข้าไป

ศูนย์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ (CREST) ซึ่งมุ่งแปลงโฉมการท่องเที่ยวในโลกเพื่อลดผลกระทบแง่ลบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มการมีส่วนร่วมแง่บวกต่อชุมชนท้องถิ่น แนะนำให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนเยอะเกิน และไปจุดอื่นแทน

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News