HomeEditor's Pickเม็ดเงินลงทุนไฮเทคอังกฤษโตเร็วกว่าสหรัฐ-จีน

เม็ดเงินลงทุนไฮเทคอังกฤษโตเร็วกว่าสหรัฐ-จีน

การวิจัยชิ้นใหม่ชี้ เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าภาคเทคโนโลยีของอังกฤษปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าในสหรัฐและจีน

ข้อมูลของ Tech Nation กับบริษัทวิจัย Dealroom ระบุว่าเงินทุนจาก  venture capital (ธุรกิจการร่วมลงทุนซึ่งเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างนักลงทุนกับบริษัทที่กำลังระดมทุน) ที่ไหลเข้าบรรดาสตาร์ทอัพของอังกฤษเมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 44% ไปอยู่ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ 13,200 ล้านดอลลาร์ หรือเกือบสี่แสนล้านบาท

ขณะที่เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าบริษัทไฮเทคสหรัฐลดลง 20% ส่วนจีนลดลง 60% แต่สหรัฐกับจีนยังครองแชมป์ในแง่มูลค่าข้อตกลงรวม โดยมูลค่าข้อตกลงสำหรับบริษัทไฮเทคอเมริกันมีจำนวน 116,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนจีน 33,500 ล้านดอลลาร์

- Advertisement -

สถิติระบุว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเม็ดเงินลงทุนในภาคไฮเทคอังกฤษ มาจากนักลงทุนสหรัฐและเอเชีย เพราะเมื่อปีที่แล้วนักลงทุนแห่เข้าไปในอังกฤษกับยุโรปท่ามกลางกระแสความสนใจที่เพิ่มขึ้นในภาคอย่างฟินเทค อันทำให้สตาร์ทอัพที่ท้าทายธนาคารแบบดั้งเดิมอย่าง Monzo และบริษัทชำระเงินทางออนไลน์ Klarna ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนไปได้ก้อนใหญ่ โดยเฉพาะจากนักลงทุนอเมริกัน

ฟินเทคไมใช่ภาคเดียวที่มีการเติบโตมาก เพราะอุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่างปัญญาประดิษฐ์ หรือที่เรียกกันว่า deep tech และพลังงานสะอาด ก็สามารถดึงดูดเม็ดเงินก้อนโต โดยบริษัท Benevolent AI ที่พัฒนาและนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ สามารถระดมทุนได้ 90 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,700 ล้านบาท ส่วนบริษัท Melody ซึ่งให้บริการฟังการแสดงดนตรีสดแบบเสมือนจริง ระดมทุนไปได้ 60 ล้านดอลลาร์ ด้านบริษัทจัดหาพลังงาน Ovo ระดมทุนได้ 260 ล้านดอลลาร์

เงินทุนที่ไหลเข้าบริษัทไฮเทคอังกฤษมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของเงินเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้าบริษัทไฮเทคยุโรปเมื่อปีที่แล้ว โดยเงินทุนที่ไหลเข้าสตาร์ทอัพเยอรมนีก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน เป็นจำนวน 41% ไปอยู่ที่ 7,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนการลงทุนในภาคไฮเทคฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 37% เป็น 5,200 ล้านดอลลาร์ แต่ยังห่างจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าสตาร์ทอัพไฮเทคอังกฤษที่มีจำนวน 13,200 ล้านดอลลาร์

รัฐมนตรีดิจิทัลอังกฤษชี้ว่าสิ่งที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่อังกฤษ คือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อ สภาพทางภูมิศาสตร์ ภาษา และสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก

ล่าสุด บริษัทฮุนไดกับเกียเพิ่งประกาศลงทุน 111.5 ล้านดอลลาร์ใน Arrival ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพผลิตรถตู้ขนส่งพลังไฟฟ้าของอังกฤษ โดยทั้งสามบริษัทจะร่วมกันพัฒนายวดยานและแบ่งปันเทคโนโลยีในช่วงที่ Arrival ขยายการดำเนินงานและนำรถออกสู่ตลาด

Arrival ต้องการทำให้ยานยนต์ไฟฟ้ามีราคาไม่ต่างจากรถที่ใช้น้ำมัน นวัตกรรมของบริษัทอยู่ที่การออกแบบและกระบวนการผลิต โดยพอออกแบบแล้ว วิศวกรจะส่งแผนไปยัง”โรงงานขนาดเล็ก”ที่มีเนื้อที่เพียง 10,000 ตารางฟุต เพื่อทำการผลิต ปัจจุบันบริษัทมีแหล่งผลิต 2 แห่งในอังกฤษและมีแผนเปิดตัวยานยนต์ปลายปีนี้ ทั้งยังมีแผนขยายไปยังสหรัฐ เอเชีย และประเทศอื่นในยุโรป

โรงงานขนาดเล็กจะเปิดโอกาสให้ผลิตยานยนต์ได้ปีละหมื่นคัน ซึ่งนับว่าน้อย แต่โรงงานจะตั้งอยู่ใกล้กับลูกค้า โดยรถรุ่นปัจจุบันสามารถขนส่งสินค้าได้ถึง 2 ตัน หรือเท่ากับกล่องรองเท้ามากกว่า 1,200 กล่อง

เม็ดเงินลงทุนครั้งนี้ทำให้ Arrival ขึ้นแท่นสตาร์ทอัพชั้นนำของอังกฤษ ซึ่งมีสตาร์ทอัพอีกเพียง 5 แห่งเท่านั้นที่มีมูลค่าเกิน 3,000 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ตลาดรถตู้ขนส่งเป็นตลาดที่มีลู่ทางดี และการใช้พลังงานไฟฟ้าก็สมเหตุผลสำหรับการขนส่งในเมือง โดยเฉพาะในยุคที่อีคอมเมิร์ซเฟื่องฟู เพราะการส่งของในเมืองไม่ต้องวิ่งระยะทางไกล อีกทั้งการใช้พลังงานรูปแบบใหม่ยังเป็นแนวทางสำหรับอนาคต สอดคล้องกับการที่บางเมืองกำลังเคลื่อนไหวเพื่อห้ามรถที่ใช้น้ำมันออกวิ่งบนท้องถนน

นอกจากนั้น ตลาดนี้ยังมีอยู่แล้ว เพราะเมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว แอมะซอนได้สั่งรถตู้ขนส่งพลังไฟฟ้าจำนวน 100,000 คันจากสตาร์ทอัพ Rivian ส่วนยูพีเอสก็มีรถพลังงานทางเลือกกว่าหมื่นคันและมีแผนเพิ่มจำนวนอีก

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News