HomeCOVID-19นานาประเทศเร่งเดินหน้าคลายกฎล็อคดาวน์ ไม่หวั่นWHOเตือนระบาดรอบ 2

นานาประเทศเร่งเดินหน้าคลายกฎล็อคดาวน์ ไม่หวั่นWHOเตือนระบาดรอบ 2

รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกเริ่มเดินหน้าประกาศผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 โดยเฉพาะมาตรการล็อคดาวน์จำกัดการเดินทาง ไม่หวั่นคำเตือนจากองค์การอนามัยโลกถึงการระบาดระลอก 2 แม้การระบาดในบางพื้นที่ยังน่าเป็นห่วงก็ตาม

บรรดาสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า แม้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะยังไม่คลี่คลายดีจนสามารถเบาใจหรือวางใจได้ แต่บรรดารัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกต่างก็ทยอยส่งสัญญาณประกาศ ผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง หรือ ล็อคดาวน์ เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 บ้างแล้ว

โดยเริ่มต้นที่ เยอรมนี ทางการได้อนุญาตให้ร้านค้าขนาดเล็กเริ่มเปิดทำการแล้วในวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ยังย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำการรักษาระยะห่างทางสังคมเมื่อต้องออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน ซึ่งรวมถึงการหลีกเลี่ยงการชุมนุม โดยทางการเยอรมนีมีแผนทีจะทบทวนมาตรการทั้งหมดอีกครั้งในวันที่ 30 เมษายน และคาดว่าน่าจะควบคุมพรมแดนอย่างเข้มงวดต่อไปอีกระยะ

- Advertisement -

ด้านทางการ แอลบาเนีย ที่เริ่มผ่อนคลายกฎล็อคดาวน์ในวันเดียวกันกับเยอรมนี ก็เปิดทางให้ธุรกิจขนาดเล็กหลายร้อยแห่ง รวมทั้งผู้ประกอบการประมงและธุรกิจแปรรูปอาหาร สามารถเปิดทำการได้แล้วหลังต้องหยุดมาเป็นเวลา 1 เดือน

ส่วนที่ สเปน ก็เริ่มผ่อนคลายกฎล็อคดาวน์ อนุญาตให้โรงงานผู้ผลิตอุตสาหกรรม การก่อสร้าง รวมถึงกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ กลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ โดยทางการสเปนย้ำว่า จะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดสำหรับการผ่อนคลายมาตรการอื่นๆ ต่อไป

ขณะที่ ออสเตรีย เองก็เตรียมอนุญาตให้ร้านค้าปลีกขาดเล็ก และร้านค้าอุปกรณ์ DIY และอุปกรณ์ทำสวนกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง โดยมีข้อบังคับที่ลูกค้าต้องสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างกัน 1 เมตร ก่อนตั้งเป้าว่าจะสามารถเปิดร้านค้าทุกแห่งได้ภายในวันที่ 2 พฤษภาคม และเปิดร้านอาหารได้ภายในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม กระนั้น การผ่อนคลายทั้งหมดต้องเป็นไปภายใต้เงื่อนไขที่ว่าทางการสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้

ในส่วนของ สวิตเซอร์แลนด์ ทางการได้ประกาศแผนปลดล็อคมาตรการล็อคดาวน์ออกเป็น 3 ระยะ เพื่อให้การเปิดกิจการและโรงเรียนดำเนินไปได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยธุรกิจที่ให้บริการส่วนบุคคล เช่น ร้านตัดผม หรือ กายภาพบำบัด สามารถเปิดให้บริการได้ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน แต่ยังขอให้มีการจำกัดจำนวนลูกค้าภายในร้าน ก่อนที่จะเว้นระยะห่างราว 2-3 สัปดาห์เพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายไปทางในทางบวก โรงเรียนจะกลับมาเปิดได้ตามปกติในวันที่ 11 พฤษภาคม แต่ร้านอาหารและบาร์จะยังคงปิดให้บริการยาวต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 8 มิถุนายน

ด้าน อิตาลี อนุญาตให้ร้านขายเครื่องเขียนและเสื้อผ้าเด็กสามารถเปิดให้บริการได้ เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ส่วนร้านค้าอื่นๆ จะยังคงปิดทำการตามมาตรการล็อคดาวน์ต่อไป ส่วนที่ สาธารณรัฐเช็ค อนุญาตให้พลเรือนสามารถเพินทางไปต่างประเทศ โดยต้องเป็นการเดินทางเพื่อธุรกิจ เยี่ยมญาติ หรือพบแพทย์เท่านั้น และใครก็ตามที่ใช้เวลาอยู่ในต่างประเทศนานเกิน 2 สัปดาห์ รวมถึงคนขับรถบรรทุก ต้องเข้ารับการกักตัวโดยไม่มีช้อยกเว้น

ที่ สโลวีเนีย นับตั้งแต่สุดสัปดาห์นี้ ทางการอนุญาตให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ต่างเมืองหรือมีบ้านอยู่ในชนบท สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปยังบ้านพักของตนเองได้ ขณะเดียวกัน ก็เตรียมอนุญาตให้ประชาชนออกมาทำกิจกรรมกีฬาที่ไม่ต้องมีการสัมผัสใกล้ชิดอย่าง โยคะ ปั่นจักรยาน หรือ ตีเทนนิส

ใน ฟินแลนด์ รัฐบาล เตรียมยุติการปิดกั้นแคว้นทางตอนใต้ รวมถึงเมืองหลวงอย่างกรุงเฮลซิงกิ ขณะที่ ใน เดนมาร์ก เริ่มผ่อนคลายด้วยการอนุญาตให้โรงเรียนทั่วประเทศกลับมาดำเนินการเรียนการสอนได้ในบางชั้นเรียนตั้งแต่วันพุธที่ 22 เมษายนเป็นต้นไป และธุรกิจบางแห่งสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ ยกเว้นธุรกิจที่ต้องมีการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับลูกค้ายังต้องปิดให้บริการต่อไปแบบไม่มีกำหนด ส่วนร้านอาหารและคาเฟ่งดให้บริการนั่งทานภายในร้าน และห้ามการชุมนุมมากกว่า 10 คนขึ้นไป

ส่วนใน โปแลนด์ ได้ยกเลิกมาตรการปิดร้านค้าไปเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา แต่จะยังคงปิดพรมแดนต่อไปจนถึงวันที่ 3 พฤษภาคม และที่ นอร์เวย์ นักเรียนสามารถกลับเข้าห้องเรียนแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่วน อังกฤษ รายงานข่าว อ้างคำพูดของรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ระบุว่า ผับและภัตตาคาร ร้านอาหารจะยังต้องปิดต่อไปจนถึงวันที่ 7 พฤษภาคม

ย้อนมาดูในส่วนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่นครอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาด เตรียมกลับมาเปิดเมืองแบบเต็มรูปแบบ รวมถึงบริการขนส่งสาธารณะทั้งหมดภายในสิ้นเดือนเดือนนี้ หลังจากมีคำสั่งทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา

ด้าน อินเดีย ประกาศผ่อนคลายมาตรการบางส่วนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการเกษตรกลับมามีชีวิตชีวาอีกคร้ง รวมถึงเปิดทางให้การก่อสร้างถนนและอาคาร ดำเนินการต่อไปได้ในพื้นที่ชนบทบางแห่ง รวมถึงอนุญาตการขนส่งสินค้าทุกประเภทข้ามรัฐได้ แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจะพุ่งขึ้นถึงราว 1,600 รายและทำสถิติการเพิ่มขึ้นรายวันสูงที่สุดก็ตาม

ส่วนที่ ศรีลังกา รัฐบาลยกเลิกคำสั่งเคอร์ฟิวในพื้นที่ 2 ใน 3 ของประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และมีแผนที่จะผ่อนคลายคำสั่ง Lockdown ในพื้นที่ที่เหลือภายในวันพุธนี้

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ จาซินดา อาร์เดิร์น ประกาศในวันจันทร์ว่า รัฐบาลจะค่อยๆ ยุติมาตรการ Lockdown ยาว 1 เดือน ในวันที่ 27 เมษายนนี้ ซึ่งจะเริ่มด้วยการผ่อนคลายกฎเกณฑ์บางอย่างเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อให้ทางการประเมินสถานการณ์และตัดสินใจว่าควรอนุญาตให้ประชาชนเริ่มกลับมาทำกิจกรรมใดบ้างต่อไป โดยเบื้องต้น ทางการนิวซีแลนด์อนุญาตให้โรงเรียนระดับประถมศึกษาเปิดได้ภายในวันพุธหน้า แต่การเข้าร่วมชั้นเรียนเป็นไปตามความสมัครใจ ส่วนธุรกิจบางส่วน เช่น ไดร์ฟทรู บริการส่งอาหาร จะเปิดให้บริการได้ในสัปดาห์หน้า แต่ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าปลีกจะยังคงปิดให้บริการต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

ส่วนที่ เกาหลีใต้ แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันในเกาหลีใต้ยังคงลดลงต่อเนื่องจนทางการยอมยกเลิกมาตรการ Lockdown บางข้อไปแล้ว ประธานาธิบดี มูน แจ-อิน ยังคงย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำต่างๆ อย่างเคร่งครัด และไม่นิ่งนอนใจที่จะระวังตัวต่อไป อย่างน้อยจนกว่าผู้ป่วยทุกคนจะหายดีแล้ว

ขณะที่ใน อิหร่าน ได้ยกเลิกมาตรการจำกัดการเดินทาง เปิดทางให้สามารถเดินทางข้ามจังหว้ดได้แล้วเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ ธุรกิจที่มีความเสี่ยงต่อไวรัสโควิด-19 ในระดับต่ำ จะสามารถเปิดให้บริการอีกครั้งในวันเสาร์นี้

ข้ามฟากมาที่ สหรัฐฯ หลังจากส่งสัญญาณผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลายฝ่ายต่างจับตามองรายละเอียดของมาตรการดังกล่าวจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะประกาศออกมาในวันพฤหัสบดีนี้

ขณะที่ ในแอฟริกา  ประธานาธิบดี เอมเมอร์สัน มูแนงกากวา แห่ง ซิมบับเวประกาศอนุญาตให้ธุรกิจเหมืองและโรงงานต่างๆ เปิดทำการได้แล้ว แต่สั่งยืดระยะเวลาบังคับใช้มาตรการ Lockdown ที่มีกำหนดเดิมจะสิ้นสุดในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ให้มีผลต่ออีก 2 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม แม้การที่ การที่นานาประเทศวางแผนค่อยๆ ผ่อนคลายมาตรการจำกัดต่างๆ เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 เป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกดี แต่ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) นาย เทดรอส เกเบรเยซุส ก็อดออกโรงเตือนไม่ได้ว่า ภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลกนี้ยังไม่ใกล้จุดสิ้นสุดแม้แต้น้อย และการรีบผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ที่เร็วเกินไป จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการระบาดระลอก 2 ได้

ทั้งนี้ WHO ได้ยกตัวอย่างกรณีการระบาดของไวรัสโควิด-19 สิงคโปร์ ที่พบว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันพุ่งทำสถิติสูงสุด โดยเพิ่มขึ้นอีก 1,426 รายภายในวันเดียว ทำให้มีผู้ติดเชื้อทั้งประเทศแล้ว 8,014 ราย ซึ่งรวมตัวเลขผู้เสียชีวิต 11 รายด้วย ทั้งๆ ที่ สิงคโปร์จะเป็นประเทศแรกๆ ที่เริ่มมาตรการควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มข้นในช่วงแรกที่มีการระบาด แต่ตัวเลขกลับยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้ใช้แรงงานต่างชาติราว 200,000 คนที่อยู่กันอย่างแออัดในอาคารที่พัก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องยกระดับการทดสอบการติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างชาติ และดำเนินมาตรการลดการแพร่กระจายของไวรัสต่างๆ อาทิ การกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการและการรักษาระยะห่างทางสังคม ที่เข้มงวดขึ้น

ที่มา Reuters, AP, AFP, BBC, CNN, Sky News

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ฮ่องกง ขยายเวลา เว้นระยะห่าง อีก 14 วัน หวังจัดการโควิด-19 ให้อยู่หมัด

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News