Home World เศรษฐกิจจีนยังคงโตสวนกระแสโลกยุคโควิด-19 

เศรษฐกิจจีนยังคงโตสวนกระแสโลกยุคโควิด-19 

เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีน เป็นเพียงระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สำคัญแห่งเดียวในโลกที่เติบโตเกินความคาดหมายในขณะที่ประเทศอื่นทั่วโลกต่างต้องเผชิญกับผลกระทบจากการระบาดของโรคโคโรนาไวรัสอย่างรุนแรง ข้อมูลสรุปล่าสุดระบุว่าเศรษฐกิจของประเทศจีนเติบโตขึ้น 2.3% ในปี 2563 เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า

การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจจีน ถือเป็นตัวเลขที่ขัดแย้งกับระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่แห่งอื่นของโลก เช่น สหรัฐอเมริกาซึ่งธนาคารโลกได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะหดตัวลงอีก 3.6% ในปีนี้ ส่วนเศรษฐกิจในแถบสหภาพยุโรปที่หดตัวลง 7.4% เมื่อปีที่ผ่านมาก็ส่งผลต่อการหดตัวของเศรษฐกิจโลกถึง 4.3%

อ่าน : ตัวเลขส่งออกจีนปี’63 โตสวนทางโควิด-19 ระบาด

- Advertisement -

ในไตรมาสแรกของปี 2563 ตัวเลข GDP ของจีนหดตัวลง 6.8% เนื่องจากทุกประเทศต่างล็อกดาวน์เพื่อพยายามควบคุมสถานการณ์ระบาดของโรค จากนั้นรัฐบาลจีนจึงได้ริเริ่มโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ กระตุ้นให้มีการเปิดโรงงานผลิตสินค้าและมีการแจกจ่ายเงินสดเพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายให้กับประชาชน ในขณะที่รัฐบาลยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยให้สูง ซึ่งแตกต่างจากนโยบายทางฝั่งสหรัฐฯ และยุโรปที่เน้นเฉพาะการแจกจ่ายเงินและลดอัตราดอกเบี้ย โดยมาตรการดังกล่าวของจีนเป็นผลดีและช่วยให้อัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วในไตรมาสสุดท้ายของปีที่มีตัวเลข GDP โตขึ้นถึง 6.5% (เดือนตุลาคมธันวาคม) ซึ่งสูงกว่าตัวเลขการเติบโตในไตรมาสที่สามที่ 4.9% ด้านผลผลิตภาค อุตสาหกรรมถือเป็นปัจจัยผลักดันที่สำคัญที่เติบโตขึ้นถึง 7.3% เฉพาะในเดือนธันวาคม เมื่อเทียบกับตัวเลขปีที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ดี ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจดังกล่าวถือเป็นตัวเลขการขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษนับตั้งแต่ปี 2519 ที่ GDP หดตัวถึง 1.6% เนื่องจากปัญหาความวุ่นวายทางสังคมและเศรษฐกิจ แต่ในปี 2563 ที่เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับวิกฤตของโรคระบาดใหญ่อย่างโควิด-19 ประเทศจีนกลับกลายเป็นประเทศเดียวที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างพลิกความคาดหมาย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเจริญเติบโต 1.9% ในปี 2563 และจะเป็นเพียงระบบเศรษฐกิจสำคัญของโลกแห่งเดียวเท่านั้นที่มีการเจริญเติบโต

แต่ที่ผ่านมาถือได้ว่ารัฐบาลจีนประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายในการพยุงเศรษฐกิจให้ยังคงมีการเจริญเติบโต สร้างผลลัพธ์อันเป็นที่น่าพอใจให้กับประชาชนชาวจีน และยังสามารถดึงดูดความสนใจจากทั่วโลกในฐานะผู้สร้างประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 โดยข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่าจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่มูลค่าถึง 100 ล้านล้านหยวน หรือ 15.4 ล้านล้านดอลลาร์ และมี GDP ต่อหัวสูงถึง 10,000 ดอลลาร์

ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเติบโตเพิ่มขึ้น 2.9% ในปี 2563 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าแต่ยังถือว่าอยู่ในอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าการเติบโตเมื่อปี 2562 ที่ 5.4% จากตัวเลขสถิติด้านการค้าขาย พบว่าตัวเลขการค้าในประเทศจีนเติบโตเป็นประวัติการณ์ถึง 27% จากปี 2562 หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5.35 แสนล้านดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่าประเทศจีนได้รับประโยชน์จากยอดสั่งซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัวเองและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ จำนวนมากในช่วงที่ผู้คนทั่วโลกต้องทำงานจากที่บ้าน แม้ว่ายอดค้าปลีกในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาจะเติบโตเพียง 4.6% เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายนที่ยอดค้าปลีกเติบโตถึง 5% ในขณะที่ยอดค้าปลีกโดยรวมตลอดทั้งปีหดตัวลง 3.9% ซึ่งหน่วยงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่าเป็นผลมาจากการระบาดซ้ำในหลายท้องที่

ในขณะเดียวกันรัฐบาลท้องถิ่นของจีนยังคงมีงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมคงเหลือจากปีที่แล้วราว 2 ล้านล้านหยวน หรือคิดเป็นเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้นักเศรษฐศาสตร์มองว่ารัฐบาลจีนไม่น่าจำกัดวงเงินกู้ยืมที่รัฐบาลท้องถิ่นสามารถปล่อยกู้ได้ในปีนี้ และรัฐบาลอาจมีนโยบายทางออกในเร็ววันนี้เนื่องจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาดีเกินคาด

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News