Home COVID-19 10 ความเคลื่อนไหวต้องรู้เกี่ยวกับยา Remdesivir ความหวังพิฆาตไวรัสโควิด-19

10 ความเคลื่อนไหวต้องรู้เกี่ยวกับยา Remdesivir ความหวังพิฆาตไวรัสโควิด-19

กลายเป็นการจุดประกายความหวังต่อการจัดการไวรัสโควิด-19 ของนานาประเทศทั่วโลก เมื่อผลการศึกษาทดลองระบุว่า Remdesivir สามารถรักษาไวรัสโควิด-19 ได้อยู่หมัด

โดย สแตท นิวส์ วารสารด้านสุขภาพรายงาน ผลการทดสอบยา Remdesivir ในระยะที่ 3 ที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยชิคาโก ว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้รับยาดังกล่าว สามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็วจากอาการไข้ และปัญหาด้านระบบทางเดินหายใจ

รายงานระบุอีกว่า ทางมหาวิทยาลัยชิคาโก ได้ทำการทดลองยา Remdesivir ในผู้ป่วย 125 คน ในจำนวนนี้ 113 คนอยู่ในอาการสาหัส ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ได้รับยาล้วนหายดีจนสามารถกลับบ้านได้ และมีเพียง 2 รายที่เสียชีวิต

- Advertisement -

การทดลองดังกล่าว สอดคล้องกับผลการทดลองก่อนหน้า ที่ตีพิมพ์ในวารสาร New England Journal of Medicine เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า ผู้ป่วย 36 จาก 53 รายล้วนมีอาการดีขึ้นหลังได้รับยา และ 25 รายดีขึ้นจนสามารถกลับบ้านได้ ขณะที่ การทดสอบในจีนและอังกฤษ พบว่า 86% ของผู้ป่วยในจีนที่ได้รับยามีอาการดีขึ้น ขณะที่ อังกฤษอยู่ที่ 66%

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอีกส่วนหนึ่งออกโรงเตือนว่า Remdesvir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่บริษัท กิเลียด ไซอินส์ คิดค้นพัฒนาขึ้นนี้ แม้จะมีผลการทดลองเป็นที่น่าพึงพอใจ แต่ก็ยังมีข้อที่พึงระวังอีกมาก อีกทั้ง ยาตัวนี้ ก็ยังไม่ใช่วัคซีนที่จะมาจัดการกับไวรัสโควิด-19 ได้

โดยในขณะนี้ มีความเคลื่อนไหว และข้อเท็จจริง 10 ประการที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับยา Remdesivir ด้วยกันคือ

  1. ยังคงมีการทดสอบทางคลีนิกเกี่ยวกับประสิทธิผลของยาในผู้ป่วยโควิด-19 อยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งผลลัพธ์ของการทดลองทางคลีนิก คาดว่าจะมีให้เห็นมากขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า
  2. องค์การอนามัยโลก (WHO) เคยระบุเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ยา Remdesivir มีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งในตัวยาที่เหมาะสมในการจัดการโควิด-19 เนื่องจากมีคุณสมบัติในการจัดการกับไวรัสได้หลายสายพันธุ์ตามข้อมูลการศึกษาในคนและสัตว์ที่มีอยู่ ซึ่งแรกเริ่มนั้น ยา Remdesivir คิดค้นพัฒนาขึ้นเพื่อจัดการกับไวรัสอีโบลา และทดลองใช้กับผู้ป่วยในคองโก
  3. จนถึงขณะนี้ องค์กรมากกว่า 150 แห่งทั่วโลก รวมถึง องค์กรแพทย์ไร้พรมแดน ต่างรวมตัวกันเรียกร้องกดดันให้บริษัทยาเจ้าของ Redemsivir อย่าง กิเลียด ไซอึนส์ เดินหน้าพัฒนายาด้วยการยกเลิก exclusive status หรือการพัฒนายาเพียงลำพัง
  4. ขณะนี้ ยา Remdesivir อยู่ในการควบคุมดูแลของ กิเลียด ไซอึนส์ แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งทำให้หลายฝ่ายวิตกว่า สถานะ Exclusive status หรือ Exclusive control นี้ จะทำให้เกิดการผูกขาดและเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงตัวยาในวงกว้าง
  5. อย่างไรก็ตาม บริษัทกิเลียด ไซอึนส์ ได้ให้คำมั่นว่า หากตัวยาได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจะผลิตและจำหน่ายในราคาที่เหมาะสม รวมถึงดำเนินการทุกทางเพื่อให้แน่ใจว่า ตัวยาจะส่งตรงถึงผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับยาดังกล่าวมากที่สุด
  6. เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ทางองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้กำหนดให้ยา Remdesivir มีสถานะเป็นยากำพร้า (Orphan Drug)
  7. สำหรับสถานะของยากำพร้า คือ ยาที่แสดงให้เห็นประสิทธิภาพในการรักษา ป้องกัน หรือวินิจฉัยโรคที่พบได้น้อย และจำเป็นต้องได้รับสถานะยากำพร้า เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพัฒนา และต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการวิจัยและผลิต
  8. การทดลองยา Remdesivir ของ กิเลียด ไซอึนส์ ได้เข้าสู่ระยะขั้นที่ 3 แล้ว ซึ่งเป็นขั้นชี้ชะตาตัดสินว่ายาดังกล่าวจะถูกนำไปใช้รักษาโควิด-19ต่อไป โดยขั้นนี้จะทำการสุ่มทดสอบในผู้ป่วยติดเชื้อหลายร้อยคนเพื่อดูประสิทธิภาพของยา โดยจากการประเมินในเบื้องต้น คาดการณ์ว่า ตัวยาจะประสบความสำเร็จในการรักษาอยู่ที่ราว 70-90%
  9. บรรดานักวิจัยต่างคาดหวังให้ ทาง FDA สหรัฐฯ ใช้ช่องทางเร่งด่วยในการอนุมัติ ยา Remdesivir ออกมาใช้ให้เร็วที่สุด ในกรณีที่ผลการทดลองประสบความสำเร็จด้วยดี โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งกลายเป็นประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่มากที่สุดในโลกแล้ว
  10. อย่างไรก็ตาม นอกจากเรื่องประสิทธิผลของยาแล้ว ประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างมากก็คือราคาขายของตัวยา ในทันที่ยา Remdesivir สามารถผลิตออกมาได้ในเชิงพาณิชย์ โดยขณะนี้ กิเลียด ไซอึนส์ เป็นผู้ถือสิทธิบัตรยาดังกล่าวในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก

ที่มา News18 India  , Elemental

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์ เผยแผน 3 ระยะ เปิดเศรษฐกิจสหรัฐฯบางส่วน

 

Nongluck Ajanapanya
Reporter World Economy and ASEAN Desk

Latest

สรรพากรเตือนผู้มีเงินได้กว่า 2 ล้านคน ยื่นแบบภาษีบุคคลธรรมดา ภายในส.ค.นี้

กรมสรรพากรเตือนผู้มีเงินได้ที่ยังไม่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.91 อีกกว่า 2 ล้านราย ยื่นแบบ ภายใน 31 ส.ค. 2563 แนะให้ยื่นแบบฯ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และขอคืนภาษีผ่านพร้อมเพย์ นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) กรมสรรพากร ห่วงใยความปลอดภัยของผู้เสียภาษี...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

‘แฟลช เอ็กซ์เพรส’ ครบรอบ 2 ปี โต 3,000% ยอดส่งพัสดุทะลุล้านชิ้นต่อวัน

แฟลช เอ็กซ์เพรส ครบรอบ 2 ปี ฉลองยอดส่งพัสดุต่อวันทะลุล้านชิ้น เติบโตกว่า 3,000% เตรียมควักงบลงทุน 4,500 ล้านบาท เสริมศักยภาพทางธุรกิจ-ขยายธุรกิจไปยังกลุ่มประเทศ AEC ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมอัดแคมเปญใหม่ “แฟลชเปย์ เฮคุ้ม ลดสูงสุด 50% ตลอดเดือนสิงหาคม” นายคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ แฟลช...

เปิด 6 ทำเลทองบ้านแนวราบ ราคาที่ดินพุ่งรับดีมานด์ ‘New Normal’

“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เผยผลสำรวจทำเลยอดนิยมบ้านแนวราบหลังสถานการณ์โควิด-19 พบ 6 ทำเลทองตอบโจทย์ดีมานด์กลุ่ม New Normal ระบุทำเล บางนา, พระราม 2, รังสิต-ลำลูกกา, บางใหญ่, แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด, พัฒนาการ-ประเวศ ทำเลยอดฮิต เหตุเอื้อต่อการอยู่อาศัย แวดล้อมด้วยเส้นทางคมนาคม สะดวกในการเดินทางเข้าศูนย์กลาง กทม. ดัน ราคาที่ดิน ขยับเพิ่มต่อเนื่อง แนวโน้มความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการอยู่อาศัยของกลุ่ม...

ห้องชุดปล่อยเช่าใกล้สถานศึกษาขาดตลาด Attitude BU ยอดขายพุ่ง 95%

เออเบิ้ลฯ เผยยอดขายโครงการ "Attitude BU" ใกล้มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต พุ่ง 95% ลูกค้าทยอยรับโอนแล้วกว่า 400 ยูนิต รับเปิดเทอม ระบุทำเลใกล้สถานศึกษาตอบโจทย์ดีมานด์นักศึกษา-นักลงทุนปล่อยเช่าดันยอดขายกระฉูด เผยห้องชุดปล่อยเช่าใกล้สถานศึกษาขาดตลาด  ในภาวะที่ตลาดคอนโดมิเนียมโอเวอร์ซัพพลาย กำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัว สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยประเภทคอนโด ซึ่งสถาบันการเงินชะลอปล่อยสินเชื่อทั้งในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อโครงการนี้ ทำให้โอกาสทางการขายและการเกิดโครงการใหม่น้อยมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปสนใจที่อยู่อาศัยประเภทบ้านแนวราบมากขึ้น แม้ว่าในทำเลใกล้เมืองและแนวรถไฟฟ้าจะมีซัพพลายล้นอยู่จำนวนมาก ทำให้การระบายออกของห้องชุดเป็นไปอย่างช้าๆ แต่ในทำเลรอบๆ สถานศึกษา...

Related News

ปักกิ่งคุมเข้มมาตรการป้องกันโควิด-19 หลังพบผู้ป่วยใหม่

ปักกิ่งได้ยกระดับมาตรการควบคุมว่าด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เนื่องจากมีรายงานพบผู้ป่วยรายใหม่จากการแพร่ระบาดระดับท้องถิ่น ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาในเมืองหลวงแห่งนี้รัฐบาลปักกิ่งรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 ใหม่ที่เกิดจา กการระบาดในท้องถิ่นจำนวน 6 รายในวันศุกร์ (12 มิ.ย.) หลังจากก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดีมีรายงานพบผู้ป่วยใหม่ 1 ราย หลังพบผู้ป่วยใหม่หลายราย เมืองแห่งนี้จึงได้สั่งปิดตลาดค้าส่งอาหารและพืชผักขนาดใหญ่...

จีนสั่งปิดตลาดใหญ่สุดในกรุงปักกิ่ง หลังพบผู้ติดโควิด-19

ความวิตกการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบสอง มีความเป็นไปได้มากขึ้น เมื่อจีนตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นกลุ่มก้อนในกรุงปักกิ่ง ซินฟาตี้ (Xinfadi) ตลาดค้าส่งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด ถูกสั่งปิดเพื่อฆ่าเชื้อโรค หลังคนในตลาดและละแวกใกล้เคียงมีผลตรวจโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็นบวก รายงานระบุว่าผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ของปักกิ่งในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์...

ลุ้นผ่อนคลายระยะ3 เปิดธุรกิจเพิ่ม-ลดเคอร์ฟิว

ศบค.เตรียมผ่อนคลายมาตรการระยะ 3 ในการประชุมศุกร์นี้( 29 พ.ค.) เปิดธุรกิจและกิจกรรมบางประเภทเพิ่ม บังคับให้ต้องลงทะเบียน "ไทยชนะ" ทั้งผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการ พร้อมกับพิจารณาลดเวลาเคอร์ฟิว นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) กล่าวถึงการผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 3 ว่าต้องรอการพิจารณาของศบค.ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการประชุมวันพรุ่งนี้(29 พ.ค.)

เศรษฐกิจสหรัฐไตรมาสแรกดิ่ง 4.8% หนักสุดรอบ 12 ปี

เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรกหดตัวมากที่สุดนับตั้งเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ในปี 2008 จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ร่วงลงถึง 4.8% ในไตรมาสแรก สะท้อนให้เห็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักลงในช่วงปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลออกมาตรการป้องกันโควิด-19 และมาตรการจากหลายประเทศทั่วโลกทำให้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง นักวิเคราะห์มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยรุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจอาจฟื้นตัวเมื่อมีการเปิดดำเนินธุรกิจตามปกติ แต่หากสถานการณ์ยังย่ำแย่ ผลกระทบในไตรมาส 2 จะรุนแรงกว่าไตรมาสแรก ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ จพทำให้จีดีพีไตรมาสแรกลดลง 3.5-4.0% แต่ตัวเลขที่ออกมาจากกระทรวงการค้าติดลบถึง 4.8% มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์

เปิดข้อเสนอเอกชนปลด”ล็อกดาวน์” คนไทยต้องปรับพฤติกรรม-ทยอยเปิดเมือง

ขณะที่กระแสเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด19) เริ่มมีมากขึ้น โดยรัฐบาลเตรียมพิจารณาในสัปดาห์หน้าใน 2 ทางเลือก คือ ผ่อนคลายบางมาตรการ หรือ ขยายเวลาการบังคับใช้พรก.ฉุกเฉินออกไปอีกระยะ ในขณะที่กระแสเรียกร้องมีมากขึ้นจากผลกระทบที่เกิดขึ้น คณะท่ีปรึกษาด้านธุรกิจเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนํา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ได้มีการพิจารณาแนวทางการ "เปิดเมือง" เพื่อเตรียมเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา คณะที่ปรึกษาฯ ระบุว่าหลังจากที่ภาครัฐดำเนินมาตรการปิดเมืองและมาตรการอื่นอย่างเข้มข้นจนจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่องและอย่างมีนัยสำคัญ ความท้าทายต่อไปคือ การเปิดเมืองให้ภาคธุรกิจดำเนินการและให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ โดยต้องมองเรื่องสุขภาพประชาชนเป็นหลัก พร้อมกับการสร้างความสมดุลด้านเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไป คณะที่ปรึกษาฯมองว่า สิ่งสำคัญ คือ...