Home World นักวิทยาศาสตร์หวั่นอนาคตโลก วอนผู้นำเร่งใส่ใจ สภาพภูมิอากาศ

นักวิทยาศาสตร์หวั่นอนาคตโลก วอนผู้นำเร่งใส่ใจ สภาพภูมิอากาศ

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์นานาชาติแถวหน้าของโลกได้ออกมาเตือนว่าการเปลี่ยนแปลงทาง สภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังคุกคามต่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตทุกสปีชีส์บนโลกรวมทั้งมนุษย์ โลกกำลังตกอยู่ในภาวะอันตรายและวิกฤตกว่าที่ทุกคนเข้าใจ หากผู้นำของโลกไม่เร่งดำเนินการแก้ไข

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์รวม 17 คนจากทั่วโลกได้อ้างอิงถึงข้อมูลการศึกษาจำนวนมากที่อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมของโลกที่นับวันจะเป็นอันตรายมากกว่าที่คิดและรวดเร็วยิ่งขึ้น และยืนยันว่าผู้นำทั่วโลกต้องเร่งดำเนินการ ศาสตราจารย์แดเนียล บลัมสตีน จากสถาบันสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย รัฐลอสแองเจลิส ชี้ว่าทุกคนอาจรับรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แต่อาจไม่เข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการ และอาจไม่มีใครต้องการเสียสละแรงหรือเวลาส่วนตัวในการมีส่วนร่วม และการประวิงเวลาเพื่อรับมือกับความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมถือเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครเห็นความจำเป็นอย่างจริงจังและความสำคัญเร่งด่วนของปัญหา

ภัยคุกคามที่ร้ายแรงและยิ่งใหญ่ต่อชีวิต

นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญ และนักสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาย้ำเตือนหลายครั้งว่าโลกได้มาถึงจุดวิกฤต ผลงานวิจัยล่าสุดจากกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature) พบว่าจำนวนประชากรสัตว์ป่าของโลกลดลงโดยเฉลี่ยถึง 68% ในช่วงเวลาเพียง 40 ปี โดยสาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคของมนุษย์ มนุษย์เป็นผู้กุมบังเหียนและจะต้องเผชิญกับการสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งที่ 6 หลังจากที่การค้าสัตว์ป่า มลพิษ การแย่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และการใช้สารพิษอันตรายที่ผ่านมาในอดีตได้คร่าชีวิตสัตว์นับร้อยสปีชีส์จนสูญพันธุ์หรือใกล้สูญพันธุ์

- Advertisement -

เมื่อปี 2553 ผู้นำจาก 163 ประเทศทั่วโลกได้พบปะเพื่อหารือที่ประเทศญี่ปุ่นและตกลงร่วมกันที่จะบรรลุเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อรักษาโลกให้คงอยู่ต่อไป แต่เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ประกาศข่าวร้ายว่าทุกคนในโลกประสบความล้มเหลวและไม่สามารถบรรลุเป้าหมายใดได้สักเป้าหมายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญจาก UN ยังระบุด้วยว่า หากเรายังคงมีวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพก็จะยิ่งเสื่อมถอยลง และจะส่งผลกระทบอันร้ายแรงต่อสัตว์ พืช และมนุษย์ในที่สุด

ในขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติได้ออกมาเตือนและชี้ให้เห็นว่าไม่มีผู้นำหรือระบบการเมืองใดในโลกที่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับหายนะที่จะเกิดขึ้นจากการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และยังไม่มีรัฐบาลใดที่คำนึงถึงแผนการหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเป็นแผนอันดับหนึ่งของประเทศ

สิ่งสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมแนะนำว่าสิ่งจำเป็นที่รัฐบาลทั่วโลกควรเร่งดำเนินการและจัดการเริ่มต้นจาก การจำกัดเชื้อเพลิงฟอสซิล การควบคุมการล๊อบบี้ขององค์กรต่างๆ ที่มีอิทธิพลในการกำหนดนโยบายของรัฐบาล การให้ผู้หญิงได้มีโอกาสทางการศึกษาและสามารถเข้าถึงการคุมกำเนิด เป็นต้น

ศาสตราจารย์บลูมสตีน กล่าวว่าเขามีความหวังว่าการระบาดครั้งใหญ่ของโรคโคโรนาไวรัสน่าจะเป็นอุทธาหรณ์ที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักและช่วยให้เรามีการเตรียมตัวและร่วมมือกันรับมือกับอนาคตได้ดียิ่งขึ้น

นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมต่างยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะนำเสนอมุมมองความหายนะ หากแต่ต้องการชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม และแม้ว่าในรายงานจะระบุว่ายังไม่เคยมีรัฐบาลใดนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมาเป็นวาระอันดับหนึ่งแห่งชาติอย่างแท้จริง แต่โลกยังคงมีความหวังในการรับมือกับความท้าทายหลังจากที่ล่าสุดว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกาแสดงเจตนารมณ์ที่จะกลับเข้าร่วมในความตกลงปารีส (Paris Climate Accord) ซึ่งเป็นความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใน 100 วันหลังเข้ารับตำแหน่ง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News