Home Editor's Pick ผ่าตำราพิชัยสงคราม”อีลอน มัสก์” ยึดหัวหาดจีน

ผ่าตำราพิชัยสงคราม”อีลอน มัสก์” ยึดหัวหาดจีน

ความมุ่งมั่นของอีลอน มัสก์ ในการนำรถยนต์พลังไฟฟ้าแบรนด์ที่เขาปลุกปั้นมากับมือ บุกเข้าไปในตลาดจีน ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่คล้ายคลึงกับที่ใช้กันในตำราพิชัยสงคราม

ความเห็นข้างต้นเป็นของ Paul Holland นักลงทุนอเมริกัน ที่มองว่าการรุกของเทสลา เป็นการเข้าไปในถิ่นของคู่แข่งและพยายามทำให้แน่ใจว่าเทสลาจะครองตลาดจีน

Holland มองว่ากลยุทธ์ของมัสก์ ซึ่งเป็นซีอีโอบริษัทเทสลา นับว่าชาญฉลาดไม่น้อย เพราะมัสก์เชื่อว่าคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของเทสลาในตลาดยานยนต์พลังไฟฟ้า คือบริษัทจีนนั่นเอง โดยเฉพาะบริษัท Byton แห่งเมืองหนานจิง

- Advertisement -

ทั้งนี้ รถ Model 3 ของเทสลา เป็นรถพลังไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2562 ส่วนรถพลังไฟฟ้าที่ขายดีอันดับ 2 เป็นของบริษัทจีนที่ชื่อ BAIC Group แห่งกรุงปักกิ่ง

Byton มีนักพัฒนาหลายร้อยชีวิตทำงานอยู่ในเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ พยายามพัฒนายานยนต์ให้อยู่ในระดับเดียวกับเทสลา นอกจากนั้น Byton ยังมีโรงงานขนาดใหญ่ในจีน ซึ่งเป็นตลาดยานยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก

ในส่วนของเทสลาเองก็มีโรงงานในนครเซี่ยงไฮ้ และเพิ่งส่งมอบรถรุ่น Model 3 ที่ผลิตในโรงงานแห่งนี้ แก่ผู้บริโภคจีน โรงงานแห่งนี้ถือเป็นโรงงานแห่งแรกนอกสหรัฐของเทสลา และนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับความต้องการรถพลังไฟฟ้าในจีน

การตัดสินใจของมัสก์ในการเข้าไปประกอบรถยนต์ในจีน เป็นสิ่งที่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้ากันหลายปี และต้องใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์

นักวิเคราะห์แห่งบริษัทวิจัย LMC Automotive ในเซี่ยงไฮ้ มองว่าสิ่งที่เทสลาทำ คือพยายามส่งมอบรถก่อนที่แบรนด์อื่นในโลกจะนำยานยนต์พลังไฟฟ้าเข้าไปในจีน พูดง่ายๆ คือเทสลากำลังพยายามยึดหัวหาดตลาดจีน

โครงการในจีนนับว่าไปได้ดี การที่มัสก์เดินทางไปจีนช่วยให้บริษัทได้เงินกู้จากธนาคารในเงื่อนไขที่ดี และได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็วให้สร้างโรงงานและผลิตรถ

สิ่งท้าทายคือ ยอดขายรถพลังไฟฟ้าในจีน คาดว่าจะลดลงเป็นปีที่ 3 ติดกัน หลังจากมีส่วนแบ่งประมาณ 5% ของยอดขายรถทั้งหมด จากนั้นยานยนต์พลังไฟฟ้าก็สูญเสียแรงส่ง เมื่อเศรษฐกิจไม่ได้เติบโตแบบพุ่งลิ่ว ประกอบกับรัฐบาลลดการให้เงินอุดหนุนสำหรับผู้ซื้อยวดยานพลังไฟฟ้า

กระนั้น มีการมองว่าแม้รัฐบาลลดการให้เงินอุดหนุน แต่รถ Model 3 ที่ผลิตในจีนก็ยังมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนก้อนใหญ่ คันละประมาณ 3,550 ดอลลาร์ หรือประมาณหนึ่งแสนบาท

อย่างไรก็ตาม การท้าทายยังมีอยู่ในรูปของการเอาชนะใจผู้บริโภค ข้อมูลของ Sanford C. Bernstein ระบุว่ายอดขายรถยนต์พลังไฟฟ้าส่วนใหญ่ในจีน หรือประมาณ 70% เป็นการขายให้รัฐบาลและลูกค้าที่ซื้อตามนโยบายของทางการ อย่างรถแท็กซี่ โดยผู้ซื้อกลุ่มนี้มักไม่ซื้อรถพรีเมียมอย่างเทสลา และเลือกใช้รถที่ผลิตในจีน ซึ่งมีราคาถูกกว่า

รถที่มีราคาไม่ถึง 100,000 หยวน หรือประมาณ 400,000 กว่าบาท มีจำนวนเกินครึ่งของยอดขายรถพลังไฟฟ้าในจีน ดังนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจที่เทสลาหั่นราคารถ Model 3 ลง 9% เหลือ 323,800 หยวน จาก 355,800 หยวน ขณะที่เมื่อบวกเงินอุดหนุนจากรัฐบาลแล้ว ราคาเริ่มต้นสำหรับรุ่นนี้จะอยู่ที่ 299,050 หยวน

เทสลาไม่ใช่บริษัทต่างชาติรายเดียวที่หวังเจาะตลาดจีน เพราะยังมีผู้ผลิตรายอื่นอย่างออดี้แห่งโฟสค์สวาเกนที่มีแผนเปิดตัวรถพลังงานแบบใหม่ในจีน ในช่วง 2 ปีหน้า หลังจากเปิดตัวรถพลังไฟฟ้ารุ่นแรก E-Tron เมื่อเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว ที่ราคา 693,000 หยวน ส่วนรถพลังไฟฟ้าเมอร์เซเดส เบนซ์ EQC ของเดมเลอร์ ออกสู่ตลาดเมื่อเดือนต.ค. ในราคาเริ่มต้น 580,000 หยวน ด้านบีเอ็มดับเบิลยูมีแผนสร้างรถไฟฟ้า iX3 crossover ในจีนปีหน้า และกำลังร่วมมือกับหุ้นส่วนจีนเพื่อผลิตรถมินิรุ่นพลังไฟฟ้า

เทสลา ในฐานะผู้บุกเบิกรถพลังไฟฟ้า อาจได้เปรียบในช่วง 1- 2 ปีก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มร้อนแรง

ความสามารถของมัสก์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกล้าเสี่ยง รวมถึงนวัตกรรมของบริษัท และการเรียนรู้จากความผิดพลาด หนุนให้ราคาหุ้นของเทสลาในตลาดวอลล์สตรีท ทะยานผ่านหลัก 500 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่ 524.86 ดอลลาร์เมื่อต้นสัปดาห์

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News