Home World จีน มีความหวัง ไม่ต้องพึ่งพา ชิปจากชาติตะวันตก

จีน มีความหวัง ไม่ต้องพึ่งพา ชิปจากชาติตะวันตก

เทคโนโลยีระบบประมวลผลคอมพิวเตอร์ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยสหรัฐอเมริกาอาจกลายเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้บริษัทไฮเทคสัญชาติจีนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาชิปจากต่างชาติอีกต่อไป หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการกีดกันและจำกัดไม่ให้บริษัทสัญชาติจีนเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์มากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีที่เรียกว่าริสก์-ไฟฟ์ (RISC-V) เป็นเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมชุดคำสั่งมาตรฐานที่ช่วยให้สมองกลของคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และเซิร์ฟเวอร์ สามารถเข้าถึงระบบประมวลผลได้อย่างอิสระ และเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของเซมิคอนดักเตอร์สองรุ่นหลักซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท Intel Corp. และ บริษัท Arm Holdings Ltd. สัญชาติอังกฤษที่เพิ่งถูกบริษัทผู้ผลิตชิป Nvidia Inc. ของสหรัฐตกลงซื้อกิจการไปเป็นมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์

ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจการใช้งาน RISC-V โดยเฉพาะบริษัท Alibaba Group Holding Ltd. ซึ่งเป็นผู้ใช้งานกลุ่มแรกๆ ที่ได้พัฒนาชิป RISC-V ที่ผู้เชี่ยวชาญวงในของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างกล่าวขานว่าเป็นชิปที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงที่สุด โดยบริษัท Alibaba ระบุว่าบริษัทใช้ชิปดังกล่าวในการประมวลผลและการคำณวนของ AI และบริษัทยังได้ผลิตชิป RISC-V รุ่นต่างๆ เพื่อจัดจำหน่ายอืกด้วย ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการใช้งานเทคโนโลยี RISC-V อย่างแพร่หลายจะช่วยให้จีนสามารถเลิกพึ่งพาเทคโนโลยีชิปจากชาติตะวันตก และส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าลิขสิทธิ์ของบริษัท Arm นอกจากนี้ยังอาจกระตุ้นให้เกิดคู่แข่งผู้ผลิตชิปรายใหม่เพิ่มขึ้นด้วย

- Advertisement -

เทคโนโลยีชิป RISC-V เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ซอฟต์แวร์แบบเปิด (open-source) ที่มีรายละเอียดด้านเทคนิคที่เปิดเผยและสามารถปรับแก้ได้อย่างเปิดเผย เทคโนโลยี RISC-V ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกเมื่อราวสิบปีที่ผ่านมาโดยสถาบันวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์คลีย์ และถึงแม้ว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะยังล้าหลังกว่าชิปของ Intel และ Arm แต่ผู้เชี่ยวชาญและผู้ให้การสนับสนุน รวมทั้งนักวิจัยและบริษัทชื่อดังในสหรัฐฯ ต่างตั้งความหวังว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะพัฒนาต่อไปเพื่อย้ายฐานอำนาจของผู้กุมอำนาจด้านเทคโนโลยีและทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างยุติธรรมยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี RISC-V อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยปกป้องประเทศจีนจากข้อจำกัดและการกีดกันการส่งออกของสหรัฐฯ ซึ่งได้กีดกันบริษัท Huawei Technologies Co. ไปตั้งแต่ปี 2562 และยังคงหาทางที่จะกีดกันบริษัทผู้ผลิตชิปสัญชาติจีนรายอื่นๆ รวมทั้งบริษัท SMIC ซึ่งถูกรวมชื่อไว้ในบัญชีดำอีกรายเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

แม้ว่าเทคโนโลยี RISC-V เพียงลำพังจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายชิปจากต่างประเทศของจีนได้ทั้งหมด เนื่องจากจีนยังคงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีด้านอื่นๆ จากต่างประเทศ เช่น การออกแบบซอฟต์แวร์สำหรับชิปและเครื่องมือในการผลิต เป็นต้น แต่เจ้าหน้าที่ภาครัฐของสหรัฐจำนวนไม่น้อยต่างแสดงความกังวลที่จีนหันมาใช้เทคโนโลยี open-source อย่าง RISC-V เนื่องจากโครงการพัฒนา RISC-V เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนหลักจากสำนักโครงการวิจัยขั้นสูงด้านกลาโหมของสหรัฐฯ (Defense Advanced Research Projects Agency) และเป็นโครงการที่ทำขึ้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น จึงไม่มีการคิดค่าลิขสิทธิ์ ทำให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐเกรงว่าจีนจะแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้งานระบบ open-source ดังกล่าว

อย่างไรก็ดี หน่วยงานสากลที่เป็นผู้ดูแลเทคโนโลยี RISC-V ได้ย้ายฐานจากสหรัฐฯ ไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปีที่ผ่านมา ในขณะที่นายแพทเทอร์ซัน หัวหน้าภาควิจัยเทคโนโลยี RISC-V ประจำมหาวิทยาลัยซิงหัว ในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่าการย้ายฐานจากสหรัฐฯ ไปยังสวิตเซอร์แลนด์เป็นการจัดการป้องกันไม่ให้การค้นคว้าเกี่ยวกับ RISC-V มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนสหรัฐฯ ในการกีดกันการส่งออก แต่การย้ายฐานดังกล่าวไม่ได้เป็นการตอบโต้ต่อกรณีการแข่งขันทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ปัจจุบันรัฐบาลระดับท้องถิ่นในประเทศจีนต่างเร่งแข่งขันกันพัฒนาขีดความสามารถในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี RISC-V ให้ยิ่งก้าวหน้า และกำลังขับเคลื่อนดังกล่าวก็ส่งผลกระทบต่อลิขสิทธิ์ชิปของบริษัท Arm โดยตรง เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญเล็งเห็นว่าเทคโนโลยี RISC-V เป็นเทคโนโลยีแบบ open-source จึงทำให้สามารถกำหนดค่าในการใช้งานได้ง่ายกว่า

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News