HomeEditor's Pickแบงก์กลางทั่วโลกจ่อลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด

แบงก์กลางทั่วโลกจ่อลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด

ธนาคารกลางทั่วโลกกำลังถูกต้อนเข้ามุมอีกครั้งให้ต้องปรับลดดอกเบี้ยลงอย่างรวดเร็วเหนือการคาดการณ์ เนื่องจากความเสี่ยงในตลาดการเงินที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่เกิดวิดฤติการเงินปี 2008

ในขณะที่นักลงทุนยังคงจับตามองการประชุมครั้งสุดท้ายสำหรับปีนี้ของเฟดในช่วงวันที่ 10-11 ธันวาคมจะมีทิศทางในปีหน้าเป็นอย่างไร

ล่าสุด นักวิเคราะห์ของ Bank Of America ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดการเงินเป็นวงเงืนถึง 107,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

- Advertisement -

สัญญาณการอัดฉีดเม็ดเงินของธนาคารกลางสำคัญๆ มีแนวโน้มว่า จะส่งผลให้ฐานะงบดุลของธนาคารกลางดังกล่าวมีจำนวนมากเพิ่มขึ้นกว่า 600,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2020 นับตั้งแต่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสปีที่แล้วจนถึงขณะนี้ ธนาคารกลางต่างๆได้อัดฉีดเม็ดเงินที่มากกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์มาแล้ว

การเข้ามาอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสำคัญในปีนี้ สวนทางกับสิ่งที่เคยทำในปี 2018 ตามนโยบายลดฐานะงบดุลที่เรียกว่า Quantitative Tightening หรือ QT ซึ่งมีการดูดซับสภาพคล่องออกจากตลาดการเงินเป็นจำนวนถึง 650,000 ล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ มีรายงานก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า โดยเฉพาะเฟดนั้นได้เข้ามาอัดฉีดเงินในตลาดการเงินสหรัฐตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นวงเงินมากกว่า 320,000 ล้านดอลลาร์ผ่านการกู้ยืมเงินในตลาดซื้อคีนพันธบัตร (Repo)

โดยถือเป็นการแทรกแซงตลาดการเงินช่วงสั้นที่เกิดการตึงตัวฉับพลันจนดอกเบี้ยข้ามคืน (Overnight) ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายนที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 11% ซึ่งต่อมานำมาสู่การดำเนินนโยบายการเงินที่มีการอัดฉีดเงินผ่านตลาด Repo ควบคู่กับการลดดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งๆ ละ 0.25%

จนกระทั่งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 29-30 ตุลาคม ที่เฟดทำการลดดอกเบี้ยได้ประกาศว่าจะเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย โดยจะตรึงดอกเบี้ยในระดับนี้ต่อไป ขึ้นอยู่กับว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐจะมีปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากการคาดการณ์ของเฟดในปี 2020 หรือไม่

ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตามองนโยบายของเฟดที่จะมีการประชุมครั้งสุดท้ายสำหรับปีนี้ในช่วงวันที่ 10-11 ธันวาคมจะมีทิศทางอย่างไรต่อไป

หากว่าเฟดยังคงดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินในลักษณะปัจจุบันต่อไป นักวิเคราะห์ของ Bank Of America ก็เชื่อว่า นโยบายการเงินของเฟดจะยังเอื้อประโยชน์ต่อราคาสินทรัพย์ต่างๆ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นทำให้ราคาสินทรัพย์ในตลาดการเงินมีความเสี่ยงเพิ่มมากขี้นในอนาคต

เพราะไม่ว่า เฟดจะยอมรับว่าการอัดฉีดสภาพคล่องเป็นเพียงปฏิบัติการในตลาดการเงินระยะสั้น แต่ในมุมมองของบรรดานักวิเคราะห์ต่างก็เชื่อว่าเป็นการอัดฉีดเม็ดเงิน QE หรือ Quantitative Easing เช่นเดียวกับช่วงที่เกิดวิกฤติการเงินสหรัฐในยุค Lehman Brothers

เนื่องจากนโยบายการเงินของเฟดจะยึดนโยบายผ่อนคลายทางการเงินด้วยการเตรียมวงเงินอัดฉีดสภาพคล่องช่วงข้ามคืนที่ระดับ 120,000 ล้านดอลลาร์ และผ่าน Repo Term ที่มีกำหนดระยะเวลาการกู้ยืม 14 วันกับระยะ 42 วันในวงเงิน 40,000 และวงเงิน 25,000 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

นอกจากนี้ยังเกิดแรงกดดันอีกด้านหนึ่ง ที่มาจากทวิตเตอร์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มักจะโจมตีเฟดให้ลดดอกเบี้ย ท่ามกลางการผ่อนปรนของเฟดที่สัญญาว่าจะอัดฉีดเงินเดือนละจำนวน 60,000 ล้านดอลลาร์ เป็นเวลา 6 เดือนเพื่อช่วยเหลือการออกพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐ เพื่อนำไปใช้จ่ายในวงเงินประมาณ

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News