HomeWorld‘ราคาน้ำมัน’ แพง 'เงินเฟ้อพุ่ง' นโยบายการเงินมีข้อจำกัด

‘ราคาน้ำมัน’ แพง ‘เงินเฟ้อพุ่ง’ นโยบายการเงินมีข้อจำกัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ยกระดับสูงขึ้น หลังการลอบสังหารนายพลกัสเซ็ม โซไลมานี ของอิหร่านในวันที่ 3 ม.ค.63 ส่งผลให้ ราคาน้ำมัน ดิบเบรนท์ในตลาดโลก ณ วันที่ 6 ม.ค.63 สูงขึ้น 7% แตะระดับ 70.5 เทียบกับสิ้นปี 62 ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล

โดยสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่า สหรัฐฯ และอิหร่านจะมีแผนปฏิบัติการทางทหารต่อจากนี้ในรูปแบบใด ไม่ว่าสหรัฐฯ หรืออิหร่านจะช่วงชิงความได้เปรียบในการโจมตีกองกำลังทหารของอีกฝ่ายก่อน เรื่องดังกล่าวก็มีทีท่าว่าจะไม่ยุติลงง่ายๆ ซึ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย ยังขึ้นอยู่กับระดับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และระยะเวลาที่ ราคาน้ำมัน ทรงตัวในระดับสูง (อ่านข่าว >> สังหารนายพลอิหร่าน จุดเปลี่ยนตะวันออกกลาง)

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินในเบื้องต้นว่า หากราคาน้ำมัน ดิบดูไบยืนที่ระดับ 80 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นเวลา 6 เดือน คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 0.75% จากกรณีฐาน กล่าวคือ เงินเฟ้อทั่วไปจะขยับขึ้นมาเป็น 1.15%-1.65% ในขณะที่จะมีผลต่อ GDP ราว -0.08% ซึ่งการประเมินดังกล่าว ยังไม่รวมกรณีที่ภาครัฐอาจมีมาตรการดูแลราคาน้ำมันในประเทศ

ราคาน้ำมัน - เงินเฟ้อ

- Advertisement -

(>> รายงาน “นโยบายการเงินเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น…ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่งจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน”)

เมื่อ ‘ราคาน้ำมัน’ พุ่ง นโยบายการเงินกำลังมีข้อจำกัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า นอกจากปัจจัยราคาน้ำมัน ที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อแล้ว แรงกดดันต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจจะลดทอนลง ผ่านการลดลงของเกินดุลการค้าที่ลดลงจากการนำเข้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้การดำเนินนโยบายการเงินเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ประกอบกับการเผชิญสถานการณ์ภัยแล้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ดังนั้น บทบาทหลักในการประคองภาวะเศรษฐกิจในจังหวะที่เผชิญโจทย์ท้าทายรอบด้าน จะอยู่ที่การดำเนินนโยบายการคลังเป็นหลัก

“สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงระดับราคาน้ำมัน ที่จะเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป ยังยากที่จะคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วดังกล่าวคงมีน้ำหนักมากพอที่จะมีผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงไทยให้เผชิญข้อจำกัดมากขึ้น”

ทิสโก้ คาดน้ำมัน พุ่งในกรอบ 60-65 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล

ด้าน นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ระบุว่า มุมมองต่อเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านนั้น ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสค่อนข้างน้อยที่จะลุกลามไปเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 เพราะประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซีย ยังคงนิ่งเฉยและยังไม่แสดงเจตนารมย์อย่างเป็นทางการต่อเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ทั้งจีนและรัสเซียยังคงประสบปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศที่เติบโตอย่างอ่อนแอ จึงเชื่อว่าเป็นเรื่องยากที่ทั้งสองประเทศจะออกมามีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงของสถานการณ์ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง กรอบ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม มีโอกาสสูงที่อิหร่านจะออกมาตอบโต้สหรัฐฯ เพื่อปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก แต่คงไม่รุนแรงจนเป็นเหตุให้สหรัฐฯ ต้องกลับเข้ามาโจมตีเป็นครั้งที่สอง โดยในกรณีที่มีการตอบโต้จากอิหร่านนั้นก็ย่อมส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป้าหมายของการโจมตีสหรัฐฯ จากอิหร่านคาดว่าน่าจะเป็นฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในอิรัก ซึ่งอิรักถือเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันอันดับที่ 2 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)  โดยผลิตน้ำมันประมาณ 4.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายที่กระทบต่อแหล่งผลิตน้ำมันในอิรักก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อ ราคาน้ำมัน ให้ปรับตัวพุ่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

กรณีต่อมายังมีโอกาสที่อิหร่านอาจใช้เรือรบไปปิดเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องแคบที่ใช้ขนส่งน้ำมันมากถึง 20% ของปริมาณน้ำมันที่ใช้ในแต่ละวันของโลก หากเกิดกรณีนี้ขึ้นจริงก็อาจเป็นชนวนนำไปสู่การเกิดสงครามขึ้นได้ กรณีสุดท้ายคืออาจเกิดการโจมตีซาอุดีอาระเบียอีกครั้งและทำให้แหล่งผลิตน้ำมันได้รับผลกระทบ หลังจากครั้งก่อนหน้าเคยเข้าไปโจมตีหนึ่งครั้งจนทำให้ปริมาณน้ำมันหายออกไปจากระบบประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน

“ประเมินค่อนข้างยากว่าทั้งสามกรณีจะเกิดขึ้นเมื่อไร จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ตราบใดที่ยังมีความเสี่ยงอยู่ก็น่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันคงตัวอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 60-65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล  แต่หากเกิดเหตุการณ์สู้รบในระดับรุนแรงอาจเห็นราคาทะลุไป 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกโดยรวมได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในส่วนของการอุปโภคบริโภคซึ่งปัจจุบันเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กรณีที่ ราคาน้ำมัน ปรับขึ้นรุนแรงอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยมากขึ้น”นายคมศร กล่าว

นายคมศร กล่าวว่า หากไม่นับรวมเหตุการณ์ข้างต้นแล้ว ยังมีความเสี่ยงเรื่องการเมืองของประเทศต่าง ๆ เช่น การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ การเลือกตั้งสหรัฐฯ ดังนั้น สำหรับสินทรัพย์ที่แนะนำในช่วงนี้ จึงแนะนำให้ลงทุนทองคำเป็นหลัก แต่เนื่องจากในช่วงนี้ราคาปรับขึ้นมาก อาจจะรอจังหวะเข้าซื้อ สำหรับผู้ที่ซื้อทองคำมาตั้งแต่ปีที่แล้วยังแนะนำให้ถือเพื่อลงทุนต่อ ส่วนการลงทุนในหุ้นแนะนำกลุ่มเฮลธ์แคร์ แม้ว่าในระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบจากการหาเสียงของผู้เข้าชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ บ้าง แต่ในระยะยาวยังเติบโตดีจากเมกะเทรนด์ของโลกที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังแนะนำลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพราะมีอัตราการจ่ายปันผลในระดับที่น่าสนใจ

นายมนชัย มกรานุรักษ์ หัวหน้าสำนักวิจัย บล.ทิสโก้ ประเมินว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบในระยะสั้นต่อตลาดหุ้นไทย และยังเชื่อว่าในระยะกลาง และระยะยาว หุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่องหลังจากปีที่แล้วหุ้นไทยปรับตัวน้อยมากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค ส่วนกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว คือหุ้นกลุ่มขนส่งที่มีต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้น กรณีที่เหตุการณ์ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อไปยังหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภค

“สำหรับหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันที่ผ่านมาราคาปรับขึ้นรับข่าวไปมากแล้ว แต่ก็ยังสามารถเข้าลงทุนได้โดยควรจับตาอย่างใกล้ชิดมากกว่าปกติ เนื่องจากปัจจุบันในเชิงเทคนิคราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นมาจนใกล้แนวต้านสำคัญที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แล้ว กรณีที่มีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นก็มีโอกาสที่ราคาน้ำมันจะทะลุแนวต้านได้ ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานหลายตัวปัจจุบันราคาก็เริ่มชนแนวต้านทางเทคนิคไปแล้ว ดังนั้นจึงอาจเริ่มพิจารณาขายทำกำไรออกมาบ้าง ซึ่งหุ้นน้ำมันที่แนะนำในช่วงนี้คือ PTTEP ราคาน่าจะไปได้ดีต่อจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และผลประกอบการหลักเองก็น่าจะเติบโตได้ดี” นายมนชัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
>> พาณิชย์ฯ จับตาผลกระทบ สหรัฐฯ-อิหร่าน
>> ราคาทองคำ 1,600 ดอลลาร์ อาจน้อยไป ถ้า “สหรัฐ-อิหร่าน” ยังไม่จบ
>> “ปณิธาน” เชื่ออิหร่านไม่ปิดเส้นทางลำเลียงน้ำมัน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News