HomeEditor's Pickหวั่นตึงเครียดตะวันออกกลาง ฉุดเศรษฐกิจถดถอย

หวั่นตึงเครียดตะวันออกกลาง ฉุดเศรษฐกิจถดถอย

ความตึงเครียดครั้งล่าสุดระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน อาจปิดฉากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ ที่กำลังดำเนินไปอย่างยาวนานที่สุด และหากราคาน้ำมันดิบเดินหน้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจกระทบไปถึงเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในสภาพเปราะบางอยู่แล้ว

ภาวะถดถอย 3 ครั้งหลังสุดของสหรัฐ เกิดขึ้นหลังจากราคาน้ำมันทะยานลิ่ว โดยช่วงเดือนก.ค.-ต.ค.2533 ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกือบ 135% จากนั้นเศรษฐกิจสหรัฐก็ตกสู่ภาวะถดถอยลากไปถึงปี 2534

จากนั้น ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นกว่าเท่าตัวช่วงปี 2542-2543 ก่อนที่เศรษฐกิจสหรัฐจะตกสู่ภาวะถดถอยในปี 2544

- Advertisement -

ครั้งหลังสุดคือเมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 96% ทั้งที่ปี 2550 อยู่ในระดับต่ำ จากนั้นสหรัฐก็ตกสู่ภาวะถดถอย

ทันทีที่มีข่าวว่านายพลคาเซม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดซ์แห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน ถูกลอบสังหาร ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกก็พุ่งไปถึง 4.8% เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะมีกระแสวิตกว่าหากสถานการณ์ลุกลามไป ภูมิภาคตะวันออกกลางจะระส่ำ รวมถึงกระทบไปถึงการจัดหาน้ำมันในโลกด้วย

แม้ราคาน้ำมันปรับตัวลงในเวลาต่อมา ไปอยู่ที่บาร์เรลละ 63.18 ดอลลาร์ แต่ก็ยังสูงกว่าระดับต่ำของเดือนต.ค.ปีที่แล้ว ที่บาร์เรลละ 51 ดอลลาร์ อยู่มากกว่า 20%

นักวิเคราะห์แห่ง Bespoke Investment Group ระบุว่าสิ่งหนึ่งที่จะสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดหุ้น คือความวิตกว่าราคาน้ำมันที่ทะยานขึ้น อาจฉุดเศรษฐกิจให้ถดถอย เพราะเมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้นก็จะกระทบไปถึงต้นทุนของธุรกิจต่างๆ

ทั้งนี้ ภาวะตลาดกระทิงที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2552 และถือเป็นภาวะตลาดกระทิงที่ยาวนานที่สุด

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในระดับปัจจุบันยังไม่ถือว่าเป็นปัญหาสำหรับตลาดหุ้น โดยนักวิเคราะห์มองว่าราคาต้องทะยานไปถึง 70 หรือ 80 ดอลลาร์ ตลาดหุ้นจึงจะวิตก

ด้านนักวิเคราะห์แห่ง DataTrek Research มองว่าราคาน้ำมันดิบต้องไต่ระดับขึ้นไปอีกมาก เรียกได้ว่าต้องขึ้นไปถึง 90% ในช่วง 10-12 เดือน จึงจะสามารถเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจฉุดเศรษฐกิจให้ถดถอย และฉุดตลาดหุ้น

จริงๆ แล้วราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเพียงประมาณ 37% หลังจากร่วงลงไปช่วงปลายปี 2557 ถึงต้นปี 2559 ขณะเดียวกันการปฏิวัติ shale หรือการผลิตน้ำมันจากหินดินดานในสหรัฐ ก็ทำให้มีปริมาณน้ำมันมากมาย อันช่วยตรึงราคาน้ำมันดิบไม่ให้พุ่งขึ้น กระนั้น การจัดหาน้ำมัน เริ่มตึงตัวขึ้นในระยะหลัง ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น

นักวิเคราะห์แห่ง Raymond James ชี้ว่า แม้เหตุตึงเครียดครั้งใหม่ ยังไม่ส่งผลกระทบในทันทีต่อการจัดหาน้ำมัน แต่ก็ก่อให้เกิดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และในอนาคตอันใกล้คงต้องจับตามองอิหร่านว่าจะตอบโต้อย่างไร และการตอบโต้ของอิหร่านจะกระทบไปถึงการจัดหาน้ำมันหรือไม่

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News