กระทรวงการคลังเกาหลีใต้ ประกาศว่าพร้อมอัดฉีดสภาพคล่องอย่างไม่จำกัด เข้าสู่ตลาดการเงิน หลังจากประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ยกเลิกการประกาศกฎอัยการศึกที่ฉุดให้เงินวอนดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปีเมื่อค่ำวันอังคาร (3 ธ.ค.)
คำประกาศของกระทรวงการคลังมีขึ้น หลังจากรัฐมนตรีคลังหารือฉุกเฉินกับผู้ว่าการธนาคารกลาง ขณะที่ธนาคารกลางเองก็ประชุมฉุกเฉิน เพื่ออนุมัติมาตรการพยุงตลาดในประเทศ
แม้ตลาดการเงินบรรเทาอาการตื่นตระหนกในวันพุธ (4 ธ.ค.) ด้วยการที่เงินวอนปรับตัวขึ้นและหุ้นลดลงเพียง 2% ท่ามกลางการสันนิษฐานของบรรดาดีลเลอร์ว่าทางการได้ขายเงินดอลลาร์ และเข้าแทรกแซงอย่างหนักทันทีที่ตลาดเปิด เพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินวอน แต่นักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองระยะยาวในเกาหลีใต้ ซึ่งพยายามผลักดันตลาดเงินให้เป็นที่ดึงดูดสำหรับนักลงทุนจากทั่วโลก
รัฐบาลเกาหลีใต้แถลงว่า ตลาดการเงินและตลาดหุ้นทุกแห่ง จะดำเนินการตามปกติ จะมีการอัดฉีดสภาพคล่องอย่างไม่จำกัดเข้าสู่ตลาดหุ้น พันธบัตร และตลาดเงินระยะสั้น รวมถึงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา จนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาพปกติ
ขณะที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้ แถลงว่าจะเพิ่มสภาพคล่องระยะสั้นและใช้มาตรการต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดปริวรรตเงินตรา โดยจะเพิ่มสภาพคล่องระยะสั้นผ่านการทำข้อตกลงซื้อคืน (repurchase agreements)
รายงานข่าวของเกาหลีใต้ระบุด้วยว่า ผู้ดูแลกฎระเบียบพร้อมจะอัดฉีดสภาพคล่อง 10 ล้านล้านวอนเข้าสู่กองทุนสร้างเสถียรภาพตลาดหุ้น
ทั้งนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองมีขึ้น หลังจากประธานาธิบดียุนกับสภาที่อยู่ภายใต้การนำของฝ่ายค้าน เห็นต่างกันเรื่องงบประมาณและมาตรการอื่นๆ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพรรคฝ่ายค้านได้ตัดเงิน 4.1 ล้านล้านวอน ออกจากงบประมาณที่รัฐบาลเสนอไป 677.4 ล้านล้านวอน ทำให้สภาอยู่ในสภาพที่ตกลงกันไม่ได้ในเรื่องงบประมาณการใช้จ่าย ต่อมาเมื่อต้นสัปดาห์นี้ประธานสภาได้ยับยั้งการนำร่างประมาณ เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อลงคะแนนเสียงในขั้นสุดท้าย

