HomeWorldพิษโควิด-19 กระทบผลประกอบการไตรมาส 2 ของ 'แอลจี' ทั่วโลกลดลง 17.9%

พิษโควิด-19 กระทบผลประกอบการไตรมาส 2 ของ ‘แอลจี’ ทั่วโลกลดลง 17.9%

ผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2563 ของ แอลจี อีเลค ทรอนิคส์ อิงค์ (แอลจี) ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก โดยรายได้รวมมูลค่า 1.05 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 3.26 แสนล้านบาท) ซึ่งลดลง 17.9% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 ในขณะที่ผลกำไรจากการดำเนินงานมีมูลค่า 405.65 ล้านบาท ลดลง 24.1% เมื่อเทียบกับผลกำไรจากการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมา

กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศ รายงานผลประกอบการอยู่ที่ 4,220 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1.31 แสนล้านบาทณ ไตรมาสที่ 2 ลดลง 15.5% จากไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 เนื่องด้วยผลกระทบจากความต้องการที่ลดลงทั่วโลกระหว่างสถานการณ์การแพร่ระบาด รายได้จากการดำเนินงานมีมูลค่า 514.23 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1.59 หมื่นล้านบาท) ลดลง 12.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ 12.2% มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไตรมาสที่ 2 ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศมีโอกาสเติบโตมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากความใส่ใจในการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ได้รับผลกระทบด้านรายได้และผลกำไรของไตรมาสที่ 2 จากมาตรการล็อคดาวน์ ซึ่งรวมถึงการปิดทำการของร้านค้าปลีกต่างๆ ส่งผลให้มียอดขายมูลค่า 1,850 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 5.74 หมื่นล้านบาท) ลดลง 24.4% จากไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 และรายได้จากการดำเนินงานมูลค่า 92.37 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 2,860 ล้านบาท) ลดลง 25.9% และแม้ว่ากลุ่มนี้จะเดินหน้าลดต้นทุนด้านวัสดุในการผลิตต่างๆ และควบคุมการลงทุนด้านการตลาด แต่ยังคงเพิ่มสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ทีวีระดับพรีเมียม เพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ และปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้เหมาะสมที่สุด เพื่อสร้างผลกำไรโดยรวมให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

- Advertisement -

กลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ รายงานยอดขายประจำไตรมาส 2 ที่ 1,070 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 3.32 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น  31.1% จากไตรมาสที่ 1 ส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้เกิดจากการเริ่มเปิดตลาดหลังจากการคลี่คลายมาตรการล็อคดาวน์ ผลการดำเนินงานขาดทุนมูลค่า 169.10 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 5,240 ล้านบาท) ลดลงเมื่อเทียบกับทั้งไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 และไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น การเปิดตัวระดับโลกของ LG VELVET ในไตรมาสที่ 3 รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นที่มีราคาดึงดูดซึ่งมีการคาดการณ์ไว้ว่าจะช่วยสร้างแรงผลักดันให้กับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนของแอลจี ช่วยสร้างการเติบโตทั้งในเชิงยอดขายและผลกำไร

กลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ รายงานรายได้ประจำไตรมาสที่ 746.95 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 2.32 หมื่นล้านบาท) ลดลง 40% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานขาดทุนที่ 165.82 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 5,140 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการปิดโรงงานของบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ทั่วโลกเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาด คาดการณ์ว่าความต้องการต่อผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์จะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น ในขณะที่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่กลับมาดำเนินงานอีกครั้ง

กลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร รายงานยอดขายที่ 1,070 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 3.32 หมื่นล้านบาท) ณ ไตรมาสที่ 2 ลดลง 12.7% จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่รายได้จากการดำเนินงานลดลงที่ 80.49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2,500 ล้านบาท) เพื่อจัดการกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กรให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสเชิงธุรกิจตามเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่าง “untact” ซึ่งมุ่งเน้นลดการพบปะระหว่างลูกค้าและพนักงาน ซึ่งกลุ่มนี้มีความมุ่งมั่นในการเพิ่มยอดขายของผลิตภัณฑ์จอเชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียม ด้วยการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านแผงโซล่าเซลล์และเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดธุรกิจโทรคมนาคมและการเรียนทางไกล

Business Today
Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News