Home World “อีลอน มัสก์” ขึ้นแท่นรวยสุดในโลก “แจ็ค หม่า” หล่นอันดับ 4 เศรษฐีจีน

“อีลอน มัสก์” ขึ้นแท่นรวยสุดในโลก “แจ็ค หม่า” หล่นอันดับ 4 เศรษฐีจีน

หูรุ่น (Hurun) เปิดเผยการจัดอันดับมหาเศรษฐีทั่วโลกประจำปี 2564 ปรากฏว่า อีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัทเทสลา ครองตำแหน่งผู้มั่งคั่งที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก ด้วยสินทรัพย์ 197,000 ล้านดอลลาร์ แซงหน้าเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแอมะซอน ซึ่งอยู่อันดับ 2 ด้วยสินทรัพย์ 189,000 ล้านดอลลาร์

มัสก์ วัย 49 ปี มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 151,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว หรือเกือบพันล้านดอลลาร์ทุกๆ 2 วัน ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ในรูปของหุ้นที่ถืออยู่ 21% ในเทสลา และหุ้น 52% ในสเปซเอกซ์ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 13,000 ล้านดอลลาร์

ในบรรดามหาเศรษฐี 10 อันดับแรกนั้น มีหน้าใหม่อยู่ 3 คน ได้แก่ อีลอน มัสก์ ,  จง ซานซาน ประธานบริษัทน้ำดื่มบรรจุขวดหนงฟู สปริง แห่งจีน และประธานบริษัทผลิตวัคซีน Beijing Wantai Biological Pharmacy Enterprise, แบร์ทรองด์ ปูเอช แห่งยักษ์ใหญ่สินค้าหรูหราฝรั่งเศส Hermes โดยจงถือเป็นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ที่มาแรงสุด เพราะพุ่งพรวดเดียวไปติดท็อปเทน ด้วยสินทรัพย์ 85,000 ล้านดอลลาร์ และครองตำแหน่งผู้มั่งคั่งที่สุดในเอเชียด้วย

- Advertisement -

ส่วนหวัง เจิง แห่งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Pinduoduo มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 51,000 ล้านดอลาร์ เป็น 69,000 ล้านดอลลาร์ และเข้าไปติด 20 อันดับแรก สำหรับจาง อี้หมิง ผู้ก่อตั้งติ๊กต็อก มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 40,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 60,000 ล้านดอลลาร์ จนไปติด 30 อันดับแรก

ขณะที่ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบาและแอนต์กรุ๊ป เสียตำแหน่งผู้มั่งคั่งที่สุดในจีนให้แก่จง ซานซาน แห่งบริษัทน้ำดื่มหนงฟู สปริง โดยหล่นไปอยู่อันดับ 4 รองจากจง และโพนี่ หม่า แห่งบริษัทเทนเซนต์ โฮลดิงส์ รวมถึงหวัง เจิง แห่ง Pinduoduo

รายงานระบุว่า การหลุดจากตำแหน่งผู้มั่งคั่งสุดในจีน มีขึ้นหลังจากผู้ดูแลกฎระเบียบของจีนคุมเข้มแอนต์กรุ๊ปและอาลีบาบา โดยชะตากรรมของหม่าสืบเนื่องมาจากการไปวิพากษ์วิจารณ์กฎระเบียบของจีนเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว จนแอนต์กรุ๊ปต้องระงับการทำไอพีโอ และต่อมาอาลีบาบาถูกสอบกรณีผูกขาดทางการค้า

ทั้งนี้ ประธานและหัวหน้าฝ่ายวิจัยของหูรุ่น ระบุว่า แม้เกิดโรคระบาด แต่เมื่อปีที่แล้วตัวเลขความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบทศวรรษ ผลจากความเฟื่องฟูของตลาดหุ้นที่ได้แรงหนุนส่วนหนึ่งจากการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ประกอบกับมีการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่เอเชียมีมหาเศรษฐีมากกว่าทั่วโลกรวมกัน ขณะเดียวกันจีนก็ทิ้งห่างสหรัฐมากขึ้น ด้วยจำนวนมหาเศรษฐี 1,058 คน เพิ่มขึ้น 259 คน เทียบกับสหรัฐที่มีมหาเศรษฐี 696 คน เพิ่มขึ้น 70 คน

ธุรกิจที่ได้อานิสงส์มากที่สุดจากโควิด-19 คือธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและค้าปลีก รวมไปถึงยานยนต์พลังไฟฟ้าและอีคอมเมิร์ซ

นอกจากนั้น ยานยนต์พลังไฟฟ้า อีคอมเมิร์ซ บล็อกเชน และเทคโนโลยีชีวภาพ ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดเมื่อปีที่แล้ว

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News