Home World ผลความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในอังกฤษ

ผลความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในอังกฤษ

วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งผลิตโดยบริษัท Pfizer ร่วมกับบริษัท BioNTech เป็นวัคซีนยี่ห้อแรกที่ได้รับอนุมัติใช้งานในประเทศอังกฤษเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่มคนที่ได้รับสิทธิในการฉีดวัคซีนเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป กลุ่มบุคคลที่ทำงานด้านสาธารณสุข และกลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุในบ้านพักคนชรา ส่วนวัคซีนของบริษัท AstraZeneca ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเป็นวัคซีนยี่ห้อที่สองที่ได้รับอนุมัติให้ใช้งานได้

จากข้อมูลสรุปผลการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุในอังกฤษ พบว่าทำให้ยอดเสียชีวิตในกลุ่มผู้สูงอายุลดลงอย่างรวดเร็ว ผลการตรวจเลือดพบว่าร่างกายของผู้ได้รับวัคซีนเกือบ 14% มีการสร้างแอนติบอดี้ และถึงแม้ว่าผลการทดสอบดังกล่าวจะไม่ได้เป็นการยืนยันว่าผู้ได้รับวัคซีนมีภูมิคุ้มกันจากโรคโควิด-19 หรือไม่ แต่ตัวเลขระดับการสร้างแอนติบอดี้ของร่างกายถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจ

- Advertisement -

ผลการศึกษาถึงประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากบริษัท Pfizer โดยหน่วยงานสาธารณสุขของอังกฤษ พบว่าวัคซีน 1 โดสมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 แบบแสดงอาการในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 80 ปีขึ้นไปราว 57% หลังจากฉีดวัคซีนโดสแรก 28 วัน

ในขณะที่ผลการศึกษาถึงประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากบริษัท Pfizer และ AstraZeneca โดยหน่วยงานสาธารณสุขของสก๊อตแลนด์ในทุกกลุ่มอายุที่ได้รับวัคซีน พบว่าวัคซีน 1 โดสมีประสิทธิภาพในการลดอัตราความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคโควิด-19 ได้ถึง 85% และ 94% ตามลำดับ หลังจากที่ได้รับวัคซีนโดสแรกไปเป็นเวลา 28 วัน

ปัจจุบันประเทศอังกฤษได้จัดฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มสำคัญอันดับแรกทั้งสี่กลุ่มครบตรงตามกำหนดเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีแผนที่จะจัดฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนเมษายน และประชากรผู้ใหญ่ทั้งหมดให้ครบภายในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเร็วกว่าหมายกำหนดการเดิมถึงสองเดือน

ข้อมูลของรัฐบาลอังกฤษระบุว่าปัจจุบันมีผู้ได้รับวัคซีนโดสแรกแล้ว 20 ล้านคน และอีก 800,000 คนได้รับวัคซีนครบทั้งสองโดสเป็นที่เรียบร้อย โครงการจัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของอังกฤษถือเป็นโครงการที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ท่ามกลางโศกนาฏกรรม

เนื่องจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ระบุว่าอังกฤษมีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตสูงที่สุดเป็นอันดับที่ห้าของโลก รองจาก สหรัฐอเมริกา อินเดีย บราซิล และรัสเซีย โดยมีตัวเลขผู้ติดเชื้อรวมกว่า 4.1 ล้านคน และผู้เสียชีวิตรวม 123,083 คน

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News