HomeWorldอินโดนีเซีย มุ่งสู่ประเทศ "เศรษฐกิจดิจิทัล" แห่งอาเซียน

อินโดนีเซีย มุ่งสู่ประเทศ “เศรษฐกิจดิจิทัล” แห่งอาเซียน

ในปี 2020 อินโดนีเซียกำหนดเป้าหมายประเทศ “วิสัยทัศน์แห่งดิจิทัล” และสถานการณ์ในขณะนี้ไม่ไกลเกินเอื้อม สำหรับประเทศที่มีประชากร 270 ล้านคน ในการก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียน

รายงาน “e-Conomy Southeast Asia” ที่จัดทำโดยกูเกิ้ล ประเมินว่าภายในปี 2025 เศรษฐกิจดิจิทัลของ
อินโดนีเซียจะมีมูลค่าถึง 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างเร็วกว่า 3 เท่าตัว จากที่ในปี 2018 มีมูลค่าอยู่ที่ 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตอนนี้ชาวอินโดนีเซียกว่าครึ่ง หรือประมาณ 150 ล้านคนทำกิจกรรมบนออนไลน์ และ 3 ใน 4 ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ทุกวันนี้ไลฟ์สไตล์และวิถีชีวิตของชาวอินโดนีเซียฝังอยู่บนออนไลน์ ในแต่ละวันคนเหล่านี้ใช้เวลาอยู่บนอินเตอร์เน็ตวันละเกือบ 9 ชั่วโมง

- Advertisement -

ดังนั้นธุรกิจที่ยึดโยงกับออนไลน์ จึงมีศักยภาพอยากสูงในอินโดนีเซีย ประกอบกับประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานอายุระหว่าง 15-49 ปี ซึ่งมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทังหมด และชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้อินโดนีเซียกำลังมุ่งสู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

อุตสาหกรรมสำคัญ 4 ด้านที่ผลักให้อินโดนีเซียมุ่งสู่ประเทศผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียน ได้แก่ ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (53%) ท่องเที่ยวออนไลน์ (25%) ธุรกิจให้บริการขนส่งผ่านแอพพลิเคชั่น “ride-hailing service” (14%) และออนไลน์มีเดีย (8%)

รายงานของกูเกิ้ล ระบุด้วยว่าการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลต่อการสร้างงานให้กับชาวอินโดนีเซียด้วย โดยบริษัทที่ทำธุรกิจด้านอินเตอร์เน็ตมีอัตราการจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี และภายในปี 2025 คาดว่าจะมีการจ้างพนักงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตมากถึง 3.7 ล้านคน

รัฐบาลอินโดนีเซียกำหนดนโยบายเพื่อการมุ่งสู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ประกอบด้วยแผนสำคัญ 2 ด้าน

โร้ดแม็ป อี-คอมเมิร์ซ แห่งชาติ : แผนโร้ดแม็ปนี้ เน้นความสำคัญไปที่การกำหนดระเบียบเพื่อเอื้อต่อการค้าการลงทุน ทั้งการกำหนดภาษี การระดมทุน การดูแลผู้บริโภค รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพของแรงงาน ส่งเสริมการศึกษา การวางระบบโครงสร้างโทรคมนาคม และความปลอดภัยทางไซเบอร์ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพทั้งหลาย

2020 วิสัยทัศน์ดิจิทัล : รัฐบาลส่งเสริมกิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่หลากหลายเพื่อให้ประเทศก้าวสู่สังคมดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรและชาวประมง 1 ล้านคนเข้าถึงออนไลน์ สนับสนุนการเข้าถึงบรอดแบนด์แก่ชุมชน 187 ชุมชน รวมถึงไปการบ่มเพาะนักธุรกิจสตาร์ทอัพ 1,000 บริษัท

ธุรกิจ e-wallet

อีกธุรกิจที่มีความสำคัญต่อ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ของอินโดนีเซีย นั่นก็คือ e-wallet หรือแอพพลิเคชั่นกระเป๋าเงินออนไลน์

แม้ว่าเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และชนชั้นกลางมีมากขึ้น แต่ว่าก็ยังมีช่องว่างด้านรายได้สูง กว่าครึ่งหนึ่งของชาวอินโดนีเซียไม่มีบัญชีธนาคาร จึงเป็นโอกาสของกลุ่มธุรกิจผู้ให้บริการ e-wallet

ปัจจุบันมีบริษัทผู้ให้บริการ e-wallet ในอินโดนีเซียมากถึง 38 บริษัท ที่จดทะเบียนธุรกิจกับธนาคารกลางอินโดนีเซีย และมีเม็ดเงินที่โอนผ่านแอพพลิเคชั่้นกระเป๋าเงินมหาศาล ในปี 2018 มีมูลค่าการโอนมากถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และภายในอีก 3 ปีข้างหน้านี้คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตถึง 16 เท่าตัว

บริษัทรายใหญ่ ท็อป 5 ที่ครองตลาด e-wallet ในอินโดนีเซีย ได้แก่ GoPay, OVO, DANA, LinkAja และ Jenius โดย Gopay เป็นของ Gojek บริษัทผู้ให้บริการ ride-hailing รายใหญ่ของอินโดนีเซีย ขณะที่ OVO เป็นการจับมือของ 2 พันธมิตรคือ แกร๊บ และโทโกพีเดีย

บริการที่ชาวอินโดนีเซียนิยมใช้ใน e-wallet ก็มีการโอนเงิน ซื้อของออนไลน์ และจ่ายค่าบริการขนส่งสาธารณะ ซึ่ง Gopay มีบริการจ่ายเงินต่างๆ ที่ครอบคลุมมากกว่าเจ้าอื่นๆ

สำหรับรายได้สำคัญของธุรกิจ e-wallet ก็คือค่าธรรมเนียมการโอนเงิน ที่มีอัตราอยู่ระหว่าง 0.5-2% แต่มีการเปิดเผยว่าธนาคารกลางของอินโดนีเซียกำลังพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมการโอนเงินเป็นอัตราเดียวอยู่ที่ 0.7% ซึ่งคาดว่าจะกระทบรายได้ของบริษัทที่ให้บริการอยู่พอสมควร

การกำหนดสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้สอดประสานกันในทุกมิติ ทำให้การเติบโตในด้าน “เศรษฐกิจดิจิทัล” เป็นไปอย่างมีทิศทาง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าอินโดนีเซียอาจจะต้องพัฒนาและส่งเสริมเพิ่มเติมในเรื่องของบุคคลากรด้านอินเตอร์เน็ต ระบบขนส่งโลจิสติกส์ และวิธีการชำระเงิน ซึ่งจะทำให้วิสัยทัศน์สู่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” ของอินโดนีเซียมีความแข็งแกร่ง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News