ธนาคารกลางเมียนมาปฏิเสธรายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ระบุว่ารัฐบาลทหารเมียนมายังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและอาวุธ ในการสู้รบกับกองกำลังต่อต้านการรัฐประหาร โดยธนาคารกลางเมียนมาระบุว่า สถาบันการเงินต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลาง ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้
ธนาคารกลางเมียนมาระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ของรัฐบาลทหาร ว่าธนาคารกลางขอคัดค้านรายงานพิเศษของยูเอ็น รายงานฉบับดังกล่าวส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของพลเรือนเมียนมา และความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับชาติอื่นๆ อย่างรุนแรง
ธนาคารกลางเมียนมาระบุว่า ธนาคารท้องถิ่นและธนาคารระหว่างประเทศที่ทำธุรกรรมกับเมียนมา ผ่านมาตรการตรวจสอบวิเคราะห์อย่างครอบคลุม ธุรกรรมทางการเงินใช้สำหรับการนำเข้าสิ่งของจำเป็นและสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับพลเรือนเมียนมาเท่านั้น เช่น ยารักษาโรค เสบียงทางการเกษตร-ปศุสัตว์ ปุ๋ย และน้ำมันสำหรับการบริโภค
ทั้งนี้ ประเทศตะวันตกคว่ำบาตรทางการเงินรัฐบาลทหารเมียนมา รวมถึงธนาคาร และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หลังจากกองทัพก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี เมื่อปี 2564 ขณะที่ปัจจุบันรัฐบาลทหารเมียนมาต้องรับมือกับแรงต้านจากกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษด้านสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของยูเอ็นในเมียนมา ระบุว่า ความพยายามของนานาชาติในการโดดเดี่ยวรัฐบาลทหารเมียนมา ดูเหมือนบั่นทอนศักยภาพรัฐบาลในการซื้ออุปกรณ์ทางทหาร แต่รัฐบาลทหารเมียนมายังนำเข้าอาวุธมูลค่า 253 ล้านดอลลาร์ รวมถึงเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทหาร, อุปกรณ์การผลิต และวัสดุอื่นๆ ในช่วง 12 เดือนนับถึงเดือนมี.ค.
รายงานระบุว่าเมียนมาได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารระหว่างประเทศ

