Home Video แผนการเติบโต Domohorn Wrinkle ในวิกฤติโควิด เมื่อธุรกิจความงามโตตามสภาพเศรษฐกิจ

แผนการเติบโต Domohorn Wrinkle ในวิกฤติโควิด เมื่อธุรกิจความงามโตตามสภาพเศรษฐกิจ

Domohorn Wrinkle หนึ่งในธุรกิจเกี่ยวกับความงาม วางแผนการเติบโตในประเทศไทย ทั้งการเปิดหน้าร้านเป็นครั้งแรก และการปรับโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เหตุเพราะวิกฤติโควิด-19 ทำให้ได้รับผลกระทบทั้งเรื่องขนส่งสินค้า และความต้องการของผู้บริโภคที่ลดลง

Domohorn Wrinkle เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวด้านริ้วรอยและจุดด่างดำ ตอนนี้เดินหน้าพัฒนามาถึง 46 ปี กับผู้ใช้มากกว่า 8 ล้านคน โดยผลิตภัณฑ์มีทั้งหมด 8 ผลิตภัณฑ์ และมีเพียงแค่ไลน์การผลิตเดียวเท่านั้น

เอซุเกะ ชิเงมัตซึ กรรมการผู้จัดการ Saishunkan Pharmaceutical (Thailand) เผยว่า สำหรับแผนการตลาด Domohorn Wrinkle จะเป็นรูปแบบการขายแบบไม่มีหน้าร้านเหมือนที่ญี่ปุ่น ไต้หวัน ซึ่งได้นำมาปรับใช้กับที่ไทย นั่นคือ การออกโฆษณาตามโทรทัศน์หรือสื่อออนไลน์ จากนั้นแบรนด์จะส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ตามที่ลูกค้าได้ดูโฆษณา 

- Advertisement -

เอซุเกะ กล่าวต่อว่า ผมคิดว่าการตระหนักเรื่องของการเจ็บป่วยหรือเรื่องสุขภาพของผู้หญิงนั้นสูงขึ้นในทุก ๆ วัน ตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ปีนี้ก็เหมือนทุก ๆ ปีครับ เราคาดหวัดเรื่องของการเติบโตของตลาดไว้มากกว่า 8% ของปีก่อนครับ 

ตอนที่ได้ทราบว่าที่ไทยมีคลีนิคเสริมความงามมีเยอะมากก็ตกใจเหมือนกันครับ นั่นคงเพราะความตระหนักในเรื่องความสวยงามของคนไทยสูงมากขึ้น ซึ่งสำหรับเราแล้วถือว่าเป็นเรื่องดีนะครับ ในเรื่องตลาดสกินแคร์ก็ชัดเจนที่ว่า ขึ้นอยู่กับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ส่วนตัวผมคิดว่า ผลิตภัณฑ์สินค้าระดับสูงรวมถึงระดับกลางนั้นก็คงจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจเล็กน้อยเช่นกัน

“สิ่งแรกผมคิดว่าเรื่องผลกระทบจากโควิด-19 นั้นมีมากทีเดียวครับ โดยเฉพาะศูนย์กลางของอาเซียน ผู้นำเศรษฐกิจอย่างประเทศไทย ส่งผลให้การเจริญเติบโตในภาคการท่องเที่ยว การนำเข้า การบริการถดถอยลง จึงส่งผลต่อธุรกิจหลาย ๆ ชนิดทีเดียว กลายมาเป็นความซบเซาทางเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับธุรกิจของเราที่เป็นสกินแคร์ด้วยครับ จริง ๆ เรื่องความรู้สึกที่อยากจับจ่ายใช้สอย อยากจะซื้ออะไรสักอย่าง เป็นเรื่องธรรมดาที่จะลดลงจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่เรากังวลอยู่ครับ” เอซุเกะ กล่าว

เอซุเกะ กล่าวทิ้งท้ายถึงเรื่องการสนับสนุนจากรัฐบาล ว่า Domohorn Wrinkle ไม่มีโรงงานที่ไทย มีเพียงที่เดียวคือที่ญี่ปุ่น สินค้าที่ส่งไปทั่วโลก ไม่เฉพาะที่ไทย ทั้งที่ไต้หวันหรือฮ่องกงก็ล้วนผลิตจากโรงงานที่ญี่ปุ่น ซึ่งเรื่องของการห้ามเดินทาง ที่ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยว ธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทางเองก็ถูกจำกัดด้วย ด้วยการจำกัดที่ยังมีผลอยู่นี้ อาจจะทำให้เกิดการสูญเสียโอกาสของผู้ที่อยู่ในไทยหลาย ๆ อย่าง เช่น โอกาสทางธุรกิจ แต่การที่จะยับยั้งการแพร่กระจายของโรคนั้นจำเป็นจะต้องลงทุนลงแรงอย่างมาก ขณะเดียวกัน การที่ต้องทำให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ดีกว่าเมื่อก่อนนั้น ก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้เกิดขึ้นครับ

อ่าน : ไปรษณีย์ไทย มั่นใจ เบอร์ 1 การขนส่ง ครอบคลุมกว่าคู่แข่ง

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News