Home Stock Company เปิดมุมมอง 'พลาสติก' ผ่านผู้ผลิต PTTGC ในวันที่คนใช้ถุงพลาสติกลดลง

เปิดมุมมอง ‘พลาสติก’ ผ่านผู้ผลิต PTTGC ในวันที่คนใช้ถุงพลาสติกลดลง

คนไทยกำลังตระหนักถึงการใช้ “พลาสติก” มากขึ้น ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การรณรงค์ ลด-ละ-เลิก การใช้พลาสติก ผ่านนโยบายยกเลิกจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะ “ถุงพลาสติก” ที่จะได้รับเวลาซื้อของ ก็ถูกแบนตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ เมื่อต้นปี 2563

แม้ว่าช่วงแรกๆ คนไทยหลายกลุ่มอาจจะยังปรับตัวกับรูปแบบการจับจ่ายซื้อของใหม่ไม่ได้ มีการแสดงออกผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก แต่เมื่อผ่านไปได้กว่าครึ่งปีแล้ว เราจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีการพกถุงผ้าไปซื้อของมากขึ้น บางคนมีพกติดกระเป๋าตลอดเวลา บางคนก็มีถุงผ้าหลายใบ หรือเปลี่ยนใช้เป็นแฟชั่นไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น บางคนก็เลือกซื้อของเท่าที่จำเป็น เพราะไม่สามารถเตรียมถุงหรือถือของจำนวนมากๆ ได้

แน่นอนว่า การยกเลิกหรือแบนถุงพลาสติกนั้น มันมีทั้งผู้ที่ได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตพลาสติกและปิโตรเคมี จะได้รับผลกระทบจากปริมาณการใช้ที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผู้ผลิตพลาสติกไทยต้องปรับตัว ตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ

- Advertisement -

บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ที่เป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกจากปิโตรเคมีหลากหลายชนิด ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของกระบวนผลิตพลาสติก ก็ตระหนักถึงทิศทางการลดการใช้พลาสติกมาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่า บริษัทเองก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน

นายปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ PTTGC บอกว่า การรับรู้เกี่ยวกับพลาสติกของผู้บริโภคเปลี่ยนไป และมันก็กดดันให้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use Plastic) ลดปริมาณการใช้ลงมา สิ่งที่ PTTGC ต้องทำ คือ การทำความเข้าใจกับทุกส่วน โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ซื้อวัตถุดิบเม็ดพลาสติก มาทำถุงพลาสติกสำหรับใส่ของหรือบรรจุอาหาร หรือที่เรียกว่า กลุ่มธุรกิจขึ้นรูปพลาสติก (Plastic Converter) ซึ่งพวกเขาได้รับผลกระทบโดยตรง

PTTGC ผลิตเม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (Polyethylene – PE) หลากหลายประเภท และเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตถุงพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ต่างๆ PTTGC จัดสรรมีกำลังการผลิตเพื่อป้อนให้กับผู้ผลิต 1.5 แสนตัน/ปี

“เรามองว่า พวก Plastic Converter ก็ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และการใช้งานพลาสติก เพื่อรองรับกับพฤติกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลง ขณะที่พลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ (Bioplastic) ก็ต้องปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างแพร่หลาย และใส่คุณสมบัติที่น่าใช้งาน เช่น Additive Plastic ใส่สารเติมแต่ง เพื่อสามารถยืดอายุอาหารให้นานขึ้น”

PTTGC ปฏิภาณ
นายปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ PTTGC

นายปฏิภาณ บอกว่า PTTGC ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตเมล็ดพลาสติก ได้เตรียมตัวเรื่องนี้มานาน มองว่า ลดปริมาณการใช้งานลง ยังมีความเป็นไปได้ แต่จะให้เลิกใช้งานเหลือศูนย์เป็นไปไม่ได้ การผลิตเม็ดพลาสติกเพื่อสินค้าระดับ Commodity Grade (ราคาถูก) ยังคงมีอยู่ แต่ผู้ผลิตสามารถเปลี่ยนตัวเองไปยังกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High Value) ได้ เช่น พลาสติกที่มีความทนทาน คงทน

“เม็ดพลาสติกสำหรับอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ ท่อพีวีซี หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ อย่างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเรามองว่า กลุ่มสินค้าเหล่านี้จะมาทดแทนการใช้งานถุงพลาสติกที่กำลังลดลงได้”

เขาบอกอีกว่า PTTGC มีการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจร ไม่ได้มีบทบาทเป็นเพียงโรงกลั่นปิโตรเคมี เพื่อนำมาผลิตเป็นเม็ดพลาสติกเท่านั้น แต่เราพยายามสร้างอีกธุรกิจ เพื่อสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการใช้พลาสติก คือ การจัดการขยะ (Waste Management) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการนำขยะมาสร้างสรรค์ใหม่ (Upcycle)

“กระบวนการที่ยากที่สุด คือ Waste Management เพราะเราจะรับขยะที่ปะปนกันมาหมดไม่ได้ ต้องมีการแบ่งแยก จัดคุณภาพของขยะด้วย ดังนั้นจุดเริ่มต้นของปัญหานี้ คือ วิธีคิดการแยกขยะ ต้องมีมาตรฐานเดียวกัน”

“เราไปดูงานญี่ปุ่น เขาเริ่ม Waste Management ในระดับท้องถิ่น และมีการสร้างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ของกระบวนการนี้อย่างครบวงจร ขยะต้องมีการล้างให้สะอาด ก่อนนำไปเข้ากระบวนการอื่นๆ”

นายปฏิภาณ บอกว่า เมื่อขยะจากกระบวนการ Waste Management เข้าสู่ระบบ Recycle จะไม่ใช้เทคโนโลยีไม่ยาก และเมื่อแปรมาเป็นวัตถุดิบใหม่ สำหรับกระบวนการ Upcycle ซึ่งเป็น End Product เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า ที่ทำมาจากขวดพลาสติก หรือจะเป็นภาชนะ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน จากขยะที่ผ่านกระบวน Recycle มาแล้วนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากเช่นเดียวกัน

“พลาสติกไม่ใช่ผู้ร้าย จะใช้ประโยชน์และคุณค่าจากมันให้ดีที่สุดก็ทำได้ อย่าโทษพลาสติก อยู่ที่การใช้งานจากผู้บริโภคมากกว่า ดังนั้น ผมมองว่า กระบวนการ Upcycle นั้นจะช่วยสร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ได้ดีที่สุด”

PTTGC นำแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ เป็นวิธีการแนวใหม่ที่คำนึงถึงผลกระทบตั้งแต่การเลือกใช้ทรัพยากร การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต การใช้ การจัดการของเสีย รวมถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ บนหลักการของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดการเกิดของเสียให้ได้มากที่สุด ครอบคลุมถึงกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน

 

 

 

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News