Home Stock Market กูรูทิสโก้ ชี้ 3 มาตรการกระตุ้นใช้จ่าย หนุน GDP ได้เล็กน้อย มองโครงการ "เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ได้ผลสุด

กูรูทิสโก้ ชี้ 3 มาตรการกระตุ้นใช้จ่าย หนุน GDP ได้เล็กน้อย มองโครงการ “เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ได้ผลสุด

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ชี้ 3 มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐช่วยหนุน GDP ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยประเมินมาตรการเพิ่มเงินให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ผลมากที่สุด ขณะที่มาตรการช้อปดีมีคืนอาจวืดเป้า 1.11 แสนล้านบาท  

นายธรรมรัตน์ กิตติสิริพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศผ่าน 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการ “คนละครึ่ง” วงเงินประมาณ 30,000 ล้านบาท 2. โครงการ “เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” วงเงิน 21,000 ล้านบาท และ 3. โครงการ “ช้อปดีมีคืน” โดยให้ประชาชนนำเงินที่ใช้จ่ายในสินค้าและบริการมาหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ แต่ไม่เกิน 30,000 บาท  ทั้งนี้ จากการประเมินเบื้องต้นศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) คาดว่าโครงการที่น่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินใช้จ่ายใกล้เคียงกับงบประมาณที่รัฐตั้งเป้าไว้มากที่สุด คือ โครงการ “เพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ขณะที่โครงการ “ช้อปดีมีคืน” อาจทำได้ไม่ถึงเป้าที่รัฐคาดหวังไว้

อ่าน : TISCO ESU ปรับเป้า GDP เป็นติดลบ 8% หลังแรงส่งมาตรการแจกเงินรัฐฯ เริ่มหมด-ท่องเที่ยวไม่ฟื้น

- Advertisement -

GDP
ธรรมรัตน์ กิตติสิริพัฒน์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้

“TISCO ESU คาดว่า โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐน่าจะสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด เพราะเสมือนเป็นเงินฟรี หรือ “เงินให้เปล่า 100%” จากรัฐบาล ที่แจกให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้น้อยจำนวน 14 ล้านคน ขณะที่โครงการที่น่าจะสัมฤทธิ์ผลรองลงมาคือ โครงการ “คนละครึ่ง” เพราะมีลักษณะกึ่งการแจกเงินเหมือนกัน แต่เป็นการแจกเงินในรูปแบบที่รัฐช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่งของการใช้จ่ายสำหรับสินค้าที่ดำรงชีวิตประจำวัน โดยผู้เข้าโครงการจะได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 3,000 บาทต่อคน จากยอดใช้จ่าย 6,000 บาท ซึ่งเสมือนกับว่าผู้ใช้จ่าย “ได้เงินกลับคืนมา 50% (cash back)” นายธรรมรัตน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” ทางศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมียอดใช้จ่ายเต็มจำนวน เพราะหากดูโครงการในอดีตเมื่อปลายปี 2562 อย่างโครงการ “ชิมช้อปใช้” ที่ให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยผ่าน G-Wallet 2 เพื่อรับเงินคืนสูงสุด 20% ก็มีผู้ใช้สิทธิ์ไม่ถึงครึ่งหนึ่ง แม้โครงการคนละครึ่งจะได้เงินกลับคืนมาสูงกว่า 50% น่าจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการใช้จ่ายมากกว่า แต่ประชาชนยังต้องควักเงินในกระเป๋าออกเองครึ่งหนึ่งอยู่ดี ทำให้ความสัมฤทธิ์ผลคงไม่เทียบเท่ากับโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่รัฐเป็นผู้ควักเงินในกระเป๋าออกมาให้ใช้จ่ายแทนทั้งหมด

นายธรรมรัตน์กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” นั้นเป็นไปได้ยากที่จะก่อให้เกิดเม็ดเงินใช้จ่ายถึง 111,000 ล้านบาท ตามที่รัฐตั้งเป้าหมายไว้ เพราะแรงจูงใจในการใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเงินได้ของแต่ละบุคคลที่ต้องเสียภาษี ตั้งแต่อัตราภาษีที่เสีย 5% ไปจนถึงอัตราสูงสุดที่ 35% ดังนั้น ผู้ใช้จ่ายจะ “ได้เงินคืนกลับมา 5 – 35%” ตามแต่ขั้นของอัตราภาษีเงินได้ของผู้ใช้จ่าย หรือคิดเป็นเงินได้กลับคืนมาสูงสุด 1,500-10,500 บาท ของแต่ละขั้นอัตราภาษีจ่าย

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากข้อมูลจำนวนผู้เสียภาษีในแต่ละฐานอัตราภาษีในปี 2558 พบว่า มีผู้ต้องเสียภาษีในอัตรา 5% และ 10% จำนวนประมาณ 2.5 ล้านคน ซึ่งคนกลุ่มนี้หากเข้าร่วมมาตรการและใช้จ่ายเต็มจำนวนที่ 30,000 บาทจะได้รับเงินคืนคิดเป็น 1,500 บาท และ 3,000 บาท ตามลำดับเท่านั้น จะเห็นได้ว่าจำนวนเงินที่ได้กลับคืนมานั้น ไม่เกินกว่าจำนวนเงินที่รัฐช่วยออกให้สูงสุด 3,000 บาทภายใต้โครงการคนละครึ่ง และจากการที่รัฐกำหนดให้เลือกรับสิทธิในโครงการใดโครงการหนึ่งหนึ่งเท่านั้น อาจทำให้คนในกลุ่มดังกล่าวอาจเกิดความลังเลที่จะเลือกเข้าร่วมมาตรการช้อปดีมีคืน แต่เลือกเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมากกว่า (ตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิโครงการคนละครึ่งแล้ว 6.6 ล้านคน จากที่เปิดรับทั้งหมด 10 ล้านคน) เพราะได้รับเงินคืนกลับมาสูงสุดที่ 3,000 บาทเหมือนกัน แต่ใช้จ่ายสูงสุดเพียงแค่ 6,000 บาทเท่านั้น และเป็นการใช้จ่ายในสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และผู้บริโภคยังต้องระมัดระวังในเรื่องของการใช้จ่ายอยู่

ขณะที่มีจำนวนผู้เสียภาษีที่เหลืออีกเพียงประมาณ 1 ล้านคนเศษเท่านั้น ที่ต้องเสียภาษีในอัตราตั้งแต่ 15% ขึ้นไป หากสมมติให้คนกลุ่มนี้ใช้จ่ายเงินเต็มที่ที่ 30,000 บาท เพื่อนำไปหักภาษี ก็จะก่อให้เกิดเม็ดเงินใช้จ่ายเพียง 30,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ดังนั้น คงต้องลุ้นกันมากพอสมควรที่จะให้การใช้จ่ายภายใต้โครงการช้อปดีมีคืนเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐตั้งเป้าไว้ถึง 1 แสนกว่าล้านบาท อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยทั้ง 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ช่วยให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยคึกคักขึ้นในไตรมาส 4/2563 และส่งผลบวกต่อ GDP เล็กน้อย จากปัจจุบันมองว่า GDP ปี 2563 จะติดลบที่ระดับ 8%

ส่วนในปี 2564 หลังมาตรการกระตุ้นการบริโภคสิ้นสุดลงแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่าประชาชนอาจกลับมาระมัดระวังการใช้จ่ายภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า หลังจากที่ได้มีการเร่งใช้จ่ายไปแล้วในช่วงก่อนหน้าเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากมาตรการข้างต้น ประกอบกับตลาดแรงงานที่ยังเปราะบางอยู่มาก โดยในไตรมาสที่ 2/2563 มีผู้ว่างงานชั่วคราว (ผู้มีงานทำแต่ไม่ได้ทำงาน) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 2 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 6% ของกำลังแรงงานทั้งหมด อีกทั้งเรื่องของการเมืองที่ดูมีความระอุมากขึ้น เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้วได้

นพฤทธิ์ กมลสุวรรณhttps://businesstoday.co/author/noparit/
อดีตผู้ประกาศข่าว / ผู้สื่อข่าววิดีโอ Business Today Thai และบรรณาธิการเว็บไซต์ BrickinfoTV.com

Latest

สหรัฐมีแผนแจกจ่ายวัคซีนโควิดล็อตแรก 6.4 ล้านโดส

เจ้าหน้าที่สหรัฐเผย มีแผนแจกจ่าย วัคซีนโควิด ล็อตแรก 6.4 ล้านโดสทั่วประเทศ ทันทีที่วัคซีนผ่านการอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่จากโครงการ Operation Warp Speed เปิดเผยว่าได้มีการแจ้งรัฐต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีนล็อตแรก เพื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบจะได้วางแผนการฉีดให้แก่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงก่อน โดยหลายรัฐมีแผนฉีดวัคซีนให้เจ้าหน้าที่การแพทย์และผู้อยู่ในบ้านพักเนิร์สซิงโฮมก่อน หลังจากจัดสรรวัคซีนล็อตแรกไปแล้ว คาดว่าจะจัดสรรล็อตต่อๆ ไปได้อีก 40 ล้านโดสก่อนสิ้นปีนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทไฟเซอร์ยื่นขอใช้ วัคซีนโควิด เป็นการฉุกเฉินในสหรัฐ หลังจากผลการทดลองเฟส 3...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

“แควนตัส” เล็งออกกฎผู้โดยสารฉีดวัคซีนก่อนบินข้ามประเทศ

แควนตัส สายการบินประจำชาติของออสเตรเลีย เล็งออกกฎ กำหนดให้ผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศ ฉีดวัคซีนโควิด-19 ก่อนขึ้นเครื่อง ชี้การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อมีวัคซีนพร้อมใช้งาน อลัน จอยซ์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินแควนตัส กล่าวว่ากำลังพิจารณาที่จะเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสำหรับนักเดินทางระหว่างประเทศ ด้วยการขอให้ฉีดวัคซีนก่อนขึ้นเครื่อง โดยผู้โดยสารอาจมี “พาสปอร์ตวัคซีน” พร้อมเสริมว่าสายการบินอื่นอาจนำแนวคิดนี้มาใช้เช่นกัน อ่าน : สายการบิน-รถไฟอินโดฯ เบนเข็มทำ “โลจิสติกส์” แควนตัสเป็นสายการบินแรกที่แสดงท่าทีว่าต้องฉีดวัคซีนก่อนขึ้นเครื่อง และแควนตัสสนใจแนวคิด "พาสปอร์ตดิจิทัล" ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) ซึ่งจะมีข้อมูลว่าผู้โดยสารผ่านการตรวจหาเชื้อหรือการฉีดวัคซีน...

ด่วน! SCB สำนักงานใหญ่ ประกาศปิดวันนี้ 1 วัน หนีม็อบย้ายที่ชุมนุม

SCB สำนักงานใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ แยกรัชโยธิน แจ้งปิดทำการหนึ่งวัน หลังม็อบคณะราษฎร ย้ายไปชุมนุมใหญ่บ่าย 3 โมงวันนี้ จากกรณีที่กลุ่มคณะราษฎร มีการนัดหมายว่าจะย้ายไปชุมนุมที่จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ไปเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก เวลา 15.00 น. เพื่อลดการปะทะจากม็อบจัดตั้ง

มิตซูบิชิ เปิดตัว กระบะ ตัวเตี้ย หน้าดุ “สุดแกร่ง แต่งเฟี้ยว”

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ‘รถกระบะตัวเตี้ย หน้าดุ’ มิตซูบิชิ ไทรทัน เมกะแค็บ ลิมิเต็ด เอดิชั่น ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุดแกร่ง แต่งเฟี้ยว” เอาใจสายแต่ง ด้วยกระจังหน้าและแผงกันกระแทกด้านล่างที่กันชนหน้าสีดำ พร้อมเอกลักษณ์การดีไซน์ด้านหน้าแบบ Advanced Dynamic Shield โฉบเฉียวดุดันยิ่งขึ้นด้วยหลังคา...

Related News

สภาพัฒน์ ห่วง! หนี้ครัวเรือน กดดันเศรษฐกิจไทยหลังสัดส่วนทะลุ 80% ต่อ GDP

‘สภาพัฒน์’ ห่วง หนี้ครัวเรือน กดดันเศรษฐกิจไทยหลังสัดส่วนทะลุ 80% ต่อจีดีพี ขณะที่แนวโน้ม NPL ยังเพิ่มขึ้น ห่วงคนจนเพิ่มจำนวนหลังโควิด-19 กดดันให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นรายได้หดตัวรุนแรง ชี้ครัวเรือนเปราะบางทางรายได้กว่า 1.15 ล้านครัวเรือน นางสาวจินางค์กูร โรจนนันต์ รองเลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.หรือสภาพัฒน์) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 3 ปี 2563 ว่า ผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ทำให้รายจ่าย...

บล.ทิสโก้แนะซื้อหุ้นไทยเพิ่มที่ดัชนี 1,150-1,200 จุด เป็นจังหวะซื้อเพิ่มช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้

บล.ทิสโก้มองดัชนีหุ้นไทยที่ 1,150-1,200 จุด เป็นจังหวะซื้อเพิ่มช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ แนะถือลงทุนข้ามปี ชี้ราคาหุ้นไทยถูกใกล้เคียงภูมิภาคแล้ว เทียบกับอดีตที่เทรดพรีเมี่ยม คาดเห็นเม็ดเงินโยกจากตลาดเงินหนีดอกเบี้ยต่ำ และเริ่มเห็นแรงซื้อหุ้นปันผลหนุนตลาด   นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บล.ทิสโก้มองว่าการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มยืดเยื้อ เพราะข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมตอบสนองได้ยาก และปัจจุบันยังไม่มีจุดร่วมกันของแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังจากนี้ยังคงต้องรอติดตามการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญในต้นเดือน พ.ย. นี้ ที่จะมีญัตติการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับเดิม...

คาดโครงการ ‘ช้อปดีมีคืน’ สร้างเงินสะพัด 1.1 แสนล้านบาท ดัน GDP โต 0.30%

โฆษกรัฐบาลเปิดรายละเอียดโครงการ “ช้อปดีมีคืน” หักลดหย่อนค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการไม่เกิน 30,000บาท เพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท ดัน GDP เพิ่มขึ้น 0.30% รัฐสูญรายได้ 1.4 หมื่นล้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยมติคณะรัฐมนตรีวันนี้ เห็นชอบหลักการ มาตรการ “ช้อปดีมีคืน” เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี รวมถึงส่งเสริมการผลิตสินค้าท้องถิ่นและการอ่าน...

อนุมัติแล้ว !! โครงการ ‘ช้อปดีมีคืน’ ลดภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาทถึงปลายปี’64

นายกฯ แพคทีมเศรษฐกิจ แถลงข่าวฟื้นบริโภคในประเทศ หลังประชุม ครม. ไฟเขียวโครงการ ช้อปดีมีคืน ลดภาษีสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อราย สุพัฒนพงษ์ ชี้ช่วยดันเงินลงระบบเศรษฐกิจ 2 แสนล้านบาท อุบมาตรการเพิ่มเติมขอรอผลจากมาตรการที่อนุมัติก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (12 ต.ค.) โดยมีนายสุพัฒนพงษ์...

หุ้นค้าปลีกราคาพุ่ง! อานิสงส์ ศบศ. เคาะมาตรการ ‘ช้อปดีมีคืน’

ศบศ. เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ช้อปดีมีคืน” หนุนราคาหุ้นค้าปลีกพุ่งสูงสุด 26%! โบรกฯ ประเมินร้านอุปกรณ์ไอที-มือถือ ได้ประโยชน์มากที่สุด แนะเก็งกำไร ‘COM7-JMART-SIS-SYNEX’ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง ศบศ.ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ช้อปดีมีคืน” พบว่าราคาดัชนีหุ้นค้าปลีกปรับขึ้นประมาณ +1.80% ขณะที่หุ้นที่เกี่ยวกับห้างค้าปลีกหรือการบริโภคในประเทศ นำโดย CRC +4.81% HMPRO +3.50% CPN +2.84% และ...