บล.กสิกรไทยคาด SET วันนี้ในกรอบ 1,600-1,620 จุด ราคาน้ำมันดิบกลับมาฟื้นตัว ผสานตลาดยังไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อการซื้อพันธบัตรของ US ยังคงระมัดระวัง กลยุทธ์เน้นย่อตั้งรับหุ้น Valuation ไม่แพง แต่แนวโน้มกำไรดี โดยวันนี้แนะนำ BTG, SC
SET Index วานนี้ปิดที่ 1,609.99 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.23 จุด หรือ +0.01% ได้แรงซื้อจากหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อาหาร และโรงพยาบาล ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 961 ล้านบาท
สำหรับวันนี้ ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,600-1,620 จุด โดยตลาดยังคงมีความกังวลต่อภาพรวมเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังทรงตัวในระดับสูง แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะมีการปรับเพิ่มการเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว เบื้องต้นคาดมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ แต่ตลาดยังไม่ได้ให้น้ำหนักเชิงบวกมากนัก
ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงในตะวันออกกลางที่ยังหาข้อยุติได้ยาก กลับมาเป็นแรงกดดันต่อตลาดอีกครั้ง หลังราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นสู่ระดับ 93.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจเป็นโมเมนตัมกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น
ด้านปัจจัยในประเทศ เริ่มเห็นราคาเนื้อหมูมีแนวโน้มขยับขึ้นต่อเนื่อง โดยวันนี้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศปรับขึ้นราคาอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม คาดว่าจะเพิ่มแรงเก็งกำไรต่อหุ้นกลุ่มผู้ประกอบการสุกร
อย่างไรก็ตาม SET Index กำลังเข้าใกล้แนวรับทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,600 จุด ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำรอจังหวะย่อเพื่อสะสมหุ้นในโซนล่างที่คาดว่าแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังยังเติบโต โดยเน้นกลุ่มอาหารและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ BTG และ SC
ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน
ราคาหมูหน้าฟาร์มเตรียมปรับขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม จากผลผลิตที่ลดลง เนื่องจากหมูโตช้าและเจ็บป่วยง่ายในช่วงฤดูฝน โดยผู้เลี้ยงมองว่าราคาปัจจุบันเพียงช่วยให้กลับมาใกล้จุดคุ้มทุน และเรียกร้องให้ภาครัฐปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในช่วงครึ่งปีหลังยังมาจากปัญหาหมูเถื่อนตามแนวชายแดน และทิศทางกำลังซื้อของผู้บริโภค ประเมินเป็นบวกต่อผู้ประกอบการสุกร เช่น CPF, BTG และ TFG จากราคาขายที่ฟื้นตัว และ Margin ที่มีโอกาสปรับดีขึ้น หากต้นทุนอาหารสัตว์ไม่เร่งตัวตาม
รัฐบาลหารือกับ Skyline Enterprises และ T&G Global เพื่อเร่งการลงทุนและความร่วมมือในไทย โดย Skyline ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สำหรับโครงการสวนสนุกในกรุงเทพฯ และมีโอกาสต่อยอดด้าน R&D
ขณะที่ T&G Global สนใจใช้ไทยเป็นฐานกระจายสินค้าในอาเซียน พร้อมเปิดทางผลไม้ไทยเข้าสู่เครือข่ายจำหน่ายทั่วโลก รวมถึงร่วมพัฒนาเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว และเกษตรมูลค่าสูง
ประเด็นนี้เป็นบวกเชิง Sentiment ต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว สนามบิน โรงแรม โลจิสติกส์ และอาหาร-เกษตร หากโครงการลงทุนและการกระจายสินค้าผ่านไทยเกิดขึ้นจริง
สมาคมผู้ค้าปลีกไทยมองว่า กำลังซื้อยังประคองตัวได้ แม้หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และผู้บริโภคลด Spending per Bill โดยหันมาเน้นสินค้าจำเป็นมากขึ้น
ตลาดค้าปลีกปี 2569 คาดว่าจะเติบโต 3% สู่ระดับ 4.38 ล้านล้านบาท และยังคาดหวังแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ การท่องเที่ยว และเทศกาลปลายปี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังมีลักษณะเป็น K-shaped โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ฟื้นตัวได้ดีกว่า SMEs ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้ามูลค่าสูงยังอ่อนแอ
ประเด็นนี้เป็นบวกต่อหุ้นค้าปลีกที่เน้นสินค้าจำเป็นและมีฐานลูกค้ากว้าง เช่น CPALL มากกว่ากลุ่มสินค้าคงทนหรือ Discretionary โดยในไตรมาส 4/2569 มีโอกาสเห็นโมเมนตัมยอดขายดีขึ้นจาก High Season และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ
ธุรกิจร้านอาหารยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า และค่าแรงที่สูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้ออ่อนตัว ทำให้ Spending per Bill ลดลง และการปรับขึ้นราคาทำได้จำกัด
ส่งผลให้ร้านอาหารติด 1 ใน 3 กลุ่มธุรกิจที่เลิกกิจการสูงสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แม้ยังมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดต่อเนื่อง
ช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี ยังมีความเสี่ยงจากการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ถือเป็นลบต่อกลุ่มร้านอาหารที่มีต้นทุนคงที่และค่าเช่าสูง ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีแบรนด์แข็งแรง อำนาจต่อรองสูง และบริหารต้นทุนได้ดี มีโอกาสได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจากการออกจากตลาดของผู้ประกอบการรายเล็ก
หุ้นแนะนำวันนี้
BTG
ราคาพื้นฐาน 23.40 บาท
ราคาเนื้อหมูเริ่มทยอยปรับขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม และวันนี้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติประกาศปรับขึ้นอีก 2 บาทต่อกิโลกรัม คาดเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มผู้เลี้ยงสุกร
แม้ว่าการเติบโตของยอดส่งออกในไตรมาส 2/2569 จะถูกจำกัดจากปัญหาด้านอุปทาน แต่อุปสงค์ส่งออกที่ยังแข็งแกร่งจะช่วยสนับสนุนราคาเพิ่มเติม
ประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้นและราคาขายที่สูงขึ้น น่าจะช่วยชดเชยต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น 1-2% โดยคาดว่าความสามารถในการทำกำไรจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ผสานกับ Valuation ปัจจุบันที่ซื้อขายเพียง 8 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4.7%
SC
ราคาพื้นฐาน 2.44 บาท
SC วางแผนใช้กลยุทธ์การขายเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัย 8 ซีรีส์ใหม่ และโครงการคอนโดขนาดใหญ่ 2 โครงการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ส่งผลให้คาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก
ธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้ามีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ขณะที่การขยายธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรและกระแสเงินสดของ SC ในช่วงปี 2569-2571
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ที่ 2.44 บาท นอกจากแนวโน้มกำไรที่เป็นบวกแล้ว Valuation ยังน่าสนใจ โดยซื้อขายด้วย PER ปี 2569 เพียง 5.4 เท่า และให้ Dividend Yield ปี 2569 ที่ 7.4%
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันศุกร์ ติดตาม PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม คาดอยู่ที่ 53.5 จุด ส่วน PMI ภาคบริการคาดอยู่ที่ 53.8 จุด
ด้านยูโรโซน ติดตาม PMI ภาคการผลิตเดือนสิงหาคม คาดอยู่ที่ 51.4 จุด และ PMI ภาคบริการคาดอยู่ที่ 51.4 จุด

