HomeStockปรับพอร์ต เพิ่มกำไรด้วย หุ้นจีน รองรับ Reflation

ปรับพอร์ต เพิ่มกำไรด้วย หุ้นจีน รองรับ Reflation

หลังจากมีความคืบหน้าในประเด็นเรื่องวัคซีนป้องกันไวรัส โควิด-19 ซึ่งอังกฤษเป็นประเทศแรกในโลกที่มีการอนุมัติให้ใช้วัคซีน ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมานั้น ทำให้ตลาดรับรู้ถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจที่มีความชัดเจนขึ้น ตอกย้ำถึงภาวะ Reflation ที่เราเคยได้กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้

วิภาดา ศุภกุลวณิชย์ AFPT™ Assistant Wealth Manager ธนาคารทิสโก้ มองว่า ภาวะ Reflation เป็นช่วงเวลาที่หุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical Stocks) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะมีการปรับตัวขึ้น-ลงตามแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจ เช่น หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) กลุ่มอุตสาหกรรม (Industrials) และกลุ่มการเงิน (Financials) จะได้รับประโยชน์มากกว่าหุ้นกลุ่ม Defensive เช่น หุ้นกลุ่มสินค้าที่จำเป็น (Consumer Staples) และกลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) กล่าวคือ ถ้าเศรษฐกิจดี จะทำให้ยอดขายและกำไรของหุ้นกลุ่มวัฏจักรปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่น ส่งผลให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ Outperform กลุ่มอื่น ๆ

ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบตลาดหุ้นของประเทศที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cyclical ที่สูง จะพบว่า ตลาดหุ้นจีนมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cyclical ที่สูงมาก โดยสูงถึง 59% ของมูลค่าตลาด เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Markets) เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีเพียง 34% ของมูลค่าตลาดเท่านั้น และจีนยังเป็นประเทศหลักเพียงประเทศเดียวที่คาดว่า GDP จะขยายตัวในปีนี้และปีหน้า (IMF คาดขยายตัว 1.9% YoY และ 8.2% YoY ตามลำดับ) รวมถึงมี Valuation ในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระดับสมเหตุสมผล โดยดัชนี CSI 300 มีค่า Forward 12-Month P/E อยู่ที่ประมาณ 15 เท่า (As of 3 December 2020) ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่า ตลาดหุ้นจีนจะได้รับประโยชน์จากภาวะ Reflation ที่เกิดขึ้น

- Advertisement -

ในหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนไทยคงรู้จักกองทุนที่ลงทุนในหุ้นจีนที่มีชื่อเสียง อย่างกองทุนของ UBS ซึ่งบริหารกองทุนโดย Bin Shi เป็นอย่างดี จาก Performance ของกองทุนที่มีความโดดเด่น แต่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (As of 3 December 2020) จะพบว่า กองทุนของ UBS ไม่ได้โดดเด่นอย่างที่เคย แต่กลับเป็นกองทุนของ Allianz ที่ Outperform มากกว่า เนื่องจากกองทุนของ UBS อาจไม่ได้ Focus การลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cyclical เหมือนดังเช่นกองทุนของ Allianz จึงไม่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเกิดภาวะ Reflation

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ผู้เขียนจึงได้ทำการเปรียบเทียบสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cyclical และ Performance ระหว่างกองทุนของ UBS กับกองทุนของ Allianz โดยขอยกตัวอย่างกองทุนหลักของทั้ง 2 กองทุน ดังนี้

กองทุน Allianz Global Investors Fund – Allianz China A-Shares (ALCRTUA:LX) มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cyclical ประมาณ 45% สามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน (As of 3 December 2020) ได้ถึง 11.24% ขณะที่กองทุน UBS (Lux) Investment SICAV – China A Opportunity (UBCAPA2:LX) ที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cyclical น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 24%) สามารถทำผลตอบแทนในช่วงเวลาเดียวกันได้เพียง 6.70% เท่านั้น

จึงอาจกล่าวได้ว่า ในภาวะ Reflation การเลือกลงทุนในหุ้นจีนที่มีการลงทุนในหุ้นจีนกลุ่ม Cyclical ที่สูง สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่ากองทุนหลักที่มีการลงทุนในหุ้นจีนกลุ่ม Cyclical ที่ต่ำกว่า และหากภาวะ Reflation ยังคงดำเนินอยู่ เราคาดว่าอีกประมาณ 3-6 เดือนต่อจากนี้ หุ้นจีนกลุ่ม Cyclical ก็น่าจะยังเป็นกลุ่มที่สามารถ Outperform กลุ่มอื่น ๆ และสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อไปได้

ดังนั้น เพื่อเป็นการรองรับการเข้าสู่ภาวะ Reflation ทางเราจึงแนะนำให้ลงทุนในหุ้นจีนที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Cyclical ซึ่งน่าสนใจลงทุนทั้งในแง่ของพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ระดับ Valuation ที่ยังคงมีความสมเหตุสมผล และการได้รับประโยชน์สูงสุดจากภาวะ Reflation

อ่าน : โบรกฯ ฟันธง หุ้นขึ้น ต่อ หลังทะลุ 1,500 ต้นปีหน้าฟื้นตัว 1,600-1,700 จุด

Latest

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

Related News